วันพฤหัสบดี, 25 กุมภาพันธ์ 2564

“บิ๊กบี้” รุดตรวจช่องทางธรรมชาติ ฐานปฏิบัติการบ้านน้ำทุ่น กระบุรี

“บิ๊กบี้” รุดตรวจช่องทางธรรมชาติ
ฐานปฏิบัติการบ้านน้ำทุ่น กระบุรี
คุมเข้ม ลำน้ำกระบุรี
จนออก อันดามัน
จัด กำลังชุดเฝ้าตรวจชายแดน -ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์
พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก นั่ง ฮ. ไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กำลังพล “ชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4105 ฐานปฏิบัติการบ้านน้ำทุ่น อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง
ฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานพร้อมตรวจเยี่ยมท่าข้ามทางธรรมชาติตามลำน้ำกระบุรี ที่เคยพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ตรึงกำลังอย่างเข้มแข็งไม่ให้มีการลักลอบกระทำผิดกฎหมายบริเวณนี้อีก
เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานตามสายงาน ผลการปฏิบัติงานความรับผิดชอบตามแนวชายแดนทั้งทางบกและทางทะเล ที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านฝั่งเมียนมาร์
โดยมีพลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 และพลตรีศานติ ศกุนตนาค ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี ต้อนรับ
โดยในขณะนี้สถานการณ์ปัจจุบันตามพื้นที่แนวชายแดนไทย-เมียนมาร์ และไทย-มาเลเซีย ยังคงคุมเข้มเฝ้าระวังการเข้ามาโดยผิดกฎหมายของแรงงานของประเทศเพื่อนบ้าน และมาตรการควบคุมการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19
โดยการวางกำลังชุดเฝ้าตรวจชายแดน และกำลังจากชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ โดยบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน รวมไปถึงเครือข่ายภาคประชาชนให้สร้างความตระหนักรู้ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง
พเอกณรงค์พันธ์ กล่าวขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถในห้วงที่ผ่านมา จนทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค 19 มีสถิติภาพรวมในประเทศดีขึ้น
แต่ก็ไม่น่าไว้วางใจ เพราะยังมีการติดเชื้อของประเทศเพื่อนบ้านทั้งเมียนมาร์ และมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้พื้นที่ในจังหวัดระนองจะมีแนวชายแดนติดกับเกาะสองของประเทศเมียนมาร์ และมีผู้ติดเชื้อเพียงแค่ 3 ราย ยังถือว่าน้อย
แต่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 โดยกองกำลังเทพสตรี และเจ้าหน้าที่ทุกนายยังคงต้องคุมเข้มมาตรการป้องกัน และเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามแนวชายแดน
ด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ลาดตระเวณเฝ้าตรวจด้วยการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งกล้อง CCTV ระบบตรวจการจราจรและเฝ้าระวังทางน้ำ (เรดาร์) ทั้งกลางวันและกลางคืนให้สามารถสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบที่จะเข้ามายังราชอาณาจักร และเมื่อสถานการณ์ ต่างประเทศเพื่อนบ้านดีขึ้น อาจเป็นไปได้ว่า จะใช้พื้นที่และแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดระนอง เปิดให้มีการผ่อนคลายรับนักท่องเที่ยว เช่นเดียวกับภูเก็ตและสมุย
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่จะคุมช่องโหว่ ในการรักษามาตรการป้องกันการแพร่ระบาด และคว่มพร้อมของจังหวัดได้มากแค่ไหน ขอให้ยังคงความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานด้านการข่าว
โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่จะต้องทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ในเรื่องของการกระทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังคุมเข้ม ลาดตระเวนทั้งทางบกทางเรือ ตามจุดเสี่ยงจุดล่อแหลม
โดยใช้มาตรการงานข่าวให้เป็นประโยชน์ ดำเนินการต่อผู้กระทำผิดกฎหมายทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ด้วยการตัดต้นตอของขบวนการนำพา ปัญหายาเสพติด รวมไปถึงการช่วยเหลือและดูแลประชาชนในทุกรูปแบบ ขอให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกำลังพลจะต้องไม่ไปสร้างเงื่อนไขให้กับสังคม รวมถึงต้องไม่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
error: Content is protected !!