วันเสาร์, 27 กุมภาพันธ์ 2564

“บิ๊กปั๊ด”ชี้ ตำรวจเป็น “ขี้ข้ากฎหมาย” ไม่ใช่ “ขึ้ข้าเผด็จการ”

“บิ๊กปั๊ด”ชี้
ตำรวจเป็น “ขี้ข้ากฎหมาย”
ไม่ใช่ “ขึ้ข้าเผด็จการ”
ยัน ตำรวจ ไม่ได้มาสู้รบกับใคร
แต่เราถือกฎกติกาบ้านเมือง
ถามว่ามีกฎกติกาอื่นให้เราเลือกหรือไม่
สั่งดูแล สวัสดิการลูกน้อง ที่มาดูแลม็อบ อย่างเต็มที่
.
พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวถึงความรู้สึก ที่เพิ่งมารับตำแหน่งได้ไม่นาน แต่มาเจอเรื่องหนักแบบนี้ รู้สึกท้อหรือไม่ว่า งานตำรวจเป็นแบบนี้มาตลอดชีวิต อาจมีเบาบ้าง หนักบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ผมไม่ได้รู้สึกเครียดหรือ กดดันอะไร เพราะอีก 2 ปี ผมก็กลับบ้านแล้ว
เพียงแต่ว่าเป็นห่วงอนาคตองค์กรจะเป็นอย่างไร ประเทศชาติจะเป็นอย่างไร ชาวบ้านจะอยู่อย่างไร ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศกำลังมองหาอนาคตอยู่ว่า เรื่องนี้จะจบอย่างไร
เมื่อถามว่ากดดันหรือไม่ ที่สังคมตำหนิตำรวจว่าเป็น “ขี้ข้าเผด็จการ” พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า เราเป็นขี้ “ข้าของกฎหมาย” ที่บังคับให้เราทำอยู่ วันนี้เราถือกฎกติกาบ้านเมือง
“ถามว่ามีกฎกติกาอื่นให้เราเลือกหรือไม่ วิธีการบริหารราชการปัจจุบันเป็นแบบนี้ เราก็ต้องยึดถือ เราไม่ยึดถือตรงนี้แล้วใครจะยึดถือ เราเป็นคนรักษากติกาของคนทั้งประเทศของตนทุกฝั่ง หากเราไม่ทำก็ไม่มีคนอื่นทำ”
ส่วนกรณี ตำรวจทำสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วเหมือนกลุ่มผู้ชุมนุม นั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ต้องดูว่าบางคนอาจทำด้วยความคึกคะนอง บางคนอาจทำเพราะเห็นด้วย บางคนอาจจะทำเพื่อลดความรุนแรงในขณะนั้น แต่ละคนมีเหตุผล ถ้าอะไรที่ผิดเพี้ยนไป ก็ต้องทำความใจ การจะไปฟันธงว่า เขาผิด ไม่ใช่นิสัย ผม
ส่วนการดูแลสวัสดิการตำรวจควบคุมฝูงชน(คฝ.) ที่มาปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยในการชุมนุม พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ผมได้พูดคุยกับทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) และสำนักงานส่งกำลังบำรุง ที่ร่วมกันดูแลที่พัก เราก็พยายามหาที่พักและอาหาร ให้ดีกว่านี้
และได้รับคำชี้แจงจากทางนครบาล ว่า สำหรับอาหาร ได้มีการประกวดร้านค้าเข้ามา แต่ร้านไหนที่ไม่ผ่านมาตรฐานและถูกร้องเรียนมา เขาก็ตัดออกและเปลี่ยนร้านใหม่ ซึ่งผมก็บอกว่าให้ไปหาร้านที่ดีกว่านี้มา
ฝากไปถึงผู้บังคับบัญชาทุกคนว่าต้องดูแลลูกน้องเราเอง ดูแลซึ่งกันและกัน ไม่มีใครดูแลเรานอกจากเราดูแลกันเอง และฝากไปถึงเพื่อนๆ ข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อยว่า ผู้บังคับบัญชาจะพยายามทำให้ดีกว่านี้
ส่วนเรื่องเบี้ยเลี้ยงของตำรวจที่มาปฏิบัติหน้าที่ ขอให้เรื่องเบี้ยเลี้ยงโควิดเป็นบทเรียน หวังว่าเรื่องนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกแล้ว หากเกิดขึ้นซ้ำอีกก็ต้องลงโทษตามพยานหลักฐาน เรื่องเบี้ยเลี้ยงโควิดเช่นกัน ยืนยันว่าไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่นอน อย่างไรต้องมีคนรับผิดชอบ
“ผมเห็นใจเขา เป็นห่วงเรื่องที่พัก ที่อยู่ ที่กิน บางคนได้รับรายงานมาว่า เป็นเก๊า เพราะกินไก่ 3 มื้อ ปมก็ให้หมอโรงพยาบาลตำรวจไปตรวจเยี่ยมดูแล เราต้องดูแลกัน
ผมเชื่อว่าตำรวจส่วนใหญ่ที่มา เพราะเขาเชื่อว่าผู้บังคับบัญชาสั่งให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง คือมาทำหน้าที่ เขาไม่รู้หรอกว่า ใครเห็นด้วยกับใคร เขามาทำหน้าที่รักษากฎหมาย ไม่ได้มาสู้รบกับใคร ก็ขอให้เข้าใจ บางทีเราไปพูดกับลูกน้องก็อยากให้เขาผ่อนคลาย ให้เขาสบายใจ เพราะมันมาจากประสบการณ์ในชีวิตผมเองที่ทำมา เราไม่ได้ตั้งเป้าให้ลูกน้องไปสู้รบปรบมือกับใคร แต่เราอยากให้เขาเข้าใจผู้บังคับบัญชาว่า เมื่อมีหน้าที่ต้องทำ เราก็ต้องทำไปตามกรอบอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายให้ อยากให้เขาคิดแบบนั้น และผมเชื่อว่าลูกน้องส่วนใหญ่คิดแบบนั้น”
:สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
error: Content is protected !!