วันจันทร์, 8 มีนาคม 2564

77 ทหารไทย ผลัดแรก ชุดที่ 2 กลับจาก เซาท์ซูดาน ถึงไทยแล้ว ไม่พบติดเชื้อโควิดฯ

77 ทหารไทย ผลัดแรก ชุดที่ 2
กลับจาก เซาท์ซูดาน ถึงไทยแล้ว
ไม่พบติดเชื้อโควิดฯ
แต่ ส่งกักตัวในSQ แล้ว
แจงเหตุ ต้องส่งไปเพราะเป็นพันธกิจกับสหประชาชาติ
ส่วนทหารชุดแรก ที่ติดเชื้อ
เหลือ 29 นาย รักษาตัวที่รพ.พระมงกุฎเกล้า
ส่วนทหารไทยผลัด2 เข้าที่ตั้งที่south Sudan แล้ว เข้มมาตรการคุมโควิดฯงดภารกิจงานมวลชน กิจการพลเรือน
.
พลเอก ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด แถลงข่าวการผลัดเปลี่ยนกำลังกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทย/เซาท์ซูดาน ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า วันนี้ทหารผลัดแรก ชุดที่ 2 กลับถึงประเทศไทยแล้ว 77 นาย เป็น ทหาร 76 นาย ตำรวจ 1นาย
เบื้องต้นไม่พบอาการ โดยอุณหภูมิไม่เกิน 37.3 องศา และไม่มีปัญหาเรื่องทางเดินหายใจ จึงส่งไปสถานกักกันแห่งรัฐ ที่ จ.ชลบุรี แล้ว แต่จะติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
สำหรับทหารชุดผลัดที่ 2 จำนวน 273 นาย ได้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว
โดยมีงาน 2 ส่วนคือ 1.ในกองบัญชาการ ที่ต้องทำงานร่วมกับทหารชาติอื่น 2.งานภาคสนาม ที่ต้องสร้างอาคาร สร้างถนน 5 เส้นทาง กว่า 500 กิโลเมตร
ซึ่งทหารทุกนายได้รับการอบรมการป้องกันตัวเองเป็นอย่างดีจากโควิด
ดังนั้นงานที่มีความเสี่ยง อย่างงานกิจการพลเรือน จะชะลอไปก่อน เพราะในเซาท์ซูดานมีการแพร่ระบาดค่อนข้างมาก แต่ไม่สามารถระบุจำนวนผู้ติดเชื้อได้ เนื่องจากระบบสาธารณสุข
อีกทั้งไม่มีการตรวจคัดกรองที่เป็นทางการ
นอกจากนี้ทหารไทยยังมีการปรับระเบียบในการอยู่พื้นที่อย่างรัดกุม
ทั้งนี้ กองทัพก็จัดเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการป้องกันโควิดฯ ให้กับกำลังพลทุกนาย ซึ่งหากพบปัญหาโรคโคสิด ก็สามารถติดต่อผ่านระบบ VTC กลับแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าได้ตลอดเวลา
พลโท ชาญชัย ติกขะปัญโญ เจ้ากรมแพทย์ทหารบก กล่าวว่า กำลังพลผลัดแรกที่เดินทางกลับมาเมื่อ 22 ก.ย. 63 พบว่าติดเชื้อโควิด 32 นาย และเข้ารักษาคตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งมีหอผู้ป่วยแยกเฉพาะ
ล่าสุดมีผู้รักษาตัว 29 ราย แต่ไม่มีอาการ อีก 3 ราย ผลตรวจเป็นลบ 2 ครั้ง จึงส่งกลับไปกักตัวดูอาการอีก 30 วัน ที่โรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี
ทั้งนี้ การจะให้ออกจากโรงพยาบาลได้ จะต้องตรวจพบเชื้อเป็นลบถึง 2 ครั้ง จากนั้นต้องไปกักตัวอยู่ที่หน่วยอีกจนครบ 30 วัน ส่วนผู้ที่ไม่พบเชื้อ ก็ต้องกักตัว 14 วัน แล้วเมื่อกลับไปยังหน่วยต้นสังกัดต้องกักตัวอีก 14 วันเช่นกัน
ทั้งนี้ ภารกิจในการสนับสนุนกำลังกองร้อยทหารช่างไทยในภารกิจรักษาสันติภาพในเซาท์ซูดาน
กองทัพไทยได้จัดส่งกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจ ไทย/เซาท์ซูดาน ไปสนับสนุนปฏิบัติการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน ตั้งแต่วันที่23 ธันวาคม 2561 ก่อนจะเกิดการอุบัติใหม่ของโรคโควิด-19
โดยมีภารกิจสนับสนุนทางการช่าง เช่น การสร้างถนนและสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็น และช่วยเหลือการฟื้นฟูประเทศเซาท์ซูดาน ที่ตกอยู่ภายใต้สงครามกลางเมืองมายาวนาน ซึ่งเป็นการดำเนินการตามพันธกรณีของประเทศที่มีต่อสหประชาชาติในฐานะรัฐสมาชิก
การสนับสนุนกำลังฯ ในครั้งนี้ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 เพื่อสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ และเป็นการดำรงบทบาทของไทยในเวทีโลก เป็นการสร้างเกียรติภูมิของชาติ
ซึ่งนอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีประเทศสมาชิกที่ส่งกำลังเข้าร่วมในภารกิจรวม 72 ประเทศ รวมทั้งประเทศสมาชิกอาเซียน
จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เริ่มรุนแรงขึ้นในห้วงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ เป็นปัจจัยให้รัฐบาลเซาท์ซูดานและสหประชาชาติได้กำหนดมาตรการระงับการเดินทางเข้าประเทศเป็นการชั่วคราว ประกอบกับข้อจำกัดในหลาย ๆ ด้าน เช่น มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดที่ยังไม่มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ความไม่พร้อมรับกำลังชุดใหม่ของประเทศเซาท์ซูดาน ส่งผลให้กองร้อยทหารช่างของไทยต้องชะลอการผลัดเปลี่ยนกำลังมาอย่างต่อเนื่อง 
โดยต้องปฏิบัติภารกิจภายใต้สถานการณ์ของการแพร่ระบาดมาเป็นเวลากว่า 1 ปี 9เดือน ซึ่งกองทัพไทยได้เตรียมความพร้อมในการผลัดเปลี่ยนกำลังอย่างต่อเนื่อง และเห็นชอบร่วมกับสหประชาชาติและเซาท์ซูดานในการผลัดเปลี่ยนกำลังในห้วงเดือนกันยายน – ตุลาคม 2563
โดยดำเนินการดังนี้
– กองร้อยทหารช่างฯ ผลัดที่ ๒ ซึ่งจะเดินทางไปผลัดเปลี่ยนกำลัง เข้ารับการกักกัน ณ สถานที่กักกันตัวในพื้นที่จังหวัด (LQ) เป็นเวลา ๑๔ วัน ตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และทำการตรวจยืนยันการปลอดเชื้อโควิด-19 ทางห้องปฏิบัติการ ๗๒ ชั่วโมง ก่อนออกเดินทางจากประเทศไทย
สำหรับการเคลื่อนย้ายใช้อากาศยานเช่าเหมาลำจำนวน ๒ เที่ยวบิน เที่ยวบินแรกจำนวน ๑๘๐ นาย ออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๓ และเข้ารับการกักกันตัวในค่ายทหารไทย ณ เมืองจูบา อีก ๑๔ วัน
ตามมาตรการที่สหประชาชาติกำหนด ปัจจุบันได้เสร็จสิ้นการกักกัน
และเริ่มปฏิบัติภารกิจแล้ว เที่ยวบินที่ ๒ จำนวน ๙๐ นาย ออกเดินทางจากประเทศไทยในวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ ซึ่งกำลังพลได้ดำเนินการกักกันตน
ณ สถานที่กักกันของกองทัพไทย ณ โรงแรมนนทบุรีพาเลซ เสร็จสิ้นแล้ว และได้รับการตรวจยืนยันการปลอดเชื้อก่อนเดินทาง ๗๒ ชั่วโมง ผลการตรวจ ไม่พบผู้ติดเชื้อ
– กองร้อยทหารช่าง ผลัดที่ ๑ ที่จะเดินทางกลับประเทศไทย ก่อนเดินทางออกจากเซาท์ซูดานได้เข้ารับการกักกัน ๑๔ วัน เคลื่อนย้ายโดยเที่ยวบินเช่าเหมาลำ จำนวน ๒ เที่ยวบิน เที่ยวบินที่ ๑ จำนวน ๑๘๐ นาย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๓
และเข้ารับการกักกัน ณ สถานที่กักกันของรัฐ (SQ) ผลการตรวจพบผู้ติดเชื้อ ๓๒ นาย และได้ส่งต่อไปยัง โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อรักษาตามขั้นตอนแล้ว สำหรับเที่ยวบินที่ ๒ จำนวน ๗๖ นาย ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองเมื่อเช้านี้ (วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓)
เมื่อเดินทางถึงได้เข้ารับการคัดกรองขาเข้าและรับการกักกัน ณ สถานที่กักกันของรัฐ รวมทั้งปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานของกรมควบคุมโรค จากบทเรียนที่มีกำลังพลผลัดที่ ๑ ได้รับเชื้อจากในพื้นที่
กองทัพไทยจึงได้เพิ่มมาตรการป้องกันเพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อกำลังพล ผลัดที่ ๒ ดังนี้
ก่อนเดินทางออกจากเซาท์ซูดาน ได้เพิ่มความเข้มงวดในมาตรการการกักกันภายในค่าย ๑๔ วัน โดยเพิ่มความเข้มงวดในการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
ระหว่างการเดินทาง ใช้เที่ยวบินเช่าเหมาลำซึ่งไม่ปะปนกับใคร ไม่มีการแวะพักระหว่างทาง โดยกำลังพลทุกนายต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ลดความแออัดในเที่ยวบินเหลือ ๗๖ นาย และให้เว้นที่นั่งระหว่างกัน
เมื่อถึงประเทศไทย ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในการคัดกรอง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองขาเข้า และส่งตัวเข้ารับการกักกัน ณ สถานที่กักกันของรัฐ และตรวจหาการติดเชื้อในทันทีเพื่อคัดแยกกำลังพลที่พบการติดเชื้อไปยังพื้นที่ควบคุมของโรงพยาบาลในทันที เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในประเทศ
หลังเสร็จสิ้นการกักกัน กำลังพลที่ครบกำหนดการกักกันและไม่พบการติดเชื้อตลอดการตรวจหาเชื้อจากโพรงจมูกและคอ (SWAB) ตามห้วงที่กำหนด จะถูกส่งตัวกลับหน่วยต้นสังกัดเพื่อรับการกักกันภายในสถานที่กักกันเฉพาะองค์กร (OQ) อีก ๑๔ วัน
“กองทัพไทยขอยืนยันว่าได้บังคับใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในระดับสูงที่สุดเท่าที่จะเคยมีการปฏิบัติมา เพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อไปสู่กำลังพลของไทยที่ปฏิบัติภารกิจในเซาท์ซูดานให้ได้มากที่สุด และแม้จะมีกำลังพลที่อาจติดเชื้อจากการปฏิบัติหน้าที่ กองทัพไทยจะควบคุมอย่างเข้มงวดไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในประเทศไทยได้อย่างเด็ดขาด “ พลเอกปริพัฒน์ ระบุ
error: Content is protected !!