วันอาทิตย์, 28 กุมภาพันธ์ 2564

ทหาร ในโรงเรียน!!

06 ต.ค. 2020
112
“บิ๊กบี้” แจง ทบ.ไม่เคยสั่ง
ให้ทหารไป ประกบนักเรียนถึงใน รร.
ชี้ มีหลักฐาน ขอส่งมา เลย
เพราะไม่มีนโยบายแบบนี้
ขณะที่ เครือข่ายประชาชนพิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม มาหน้าทบ. ยื่นหนังสือถึง ผบ.ทบ. ลงโทษทหารทำร้ายเด็ก
ขอยกเลิกแทรกแซงการเรียนการสอนความรักชาติ
ชี้ไม่ใช่หน้าที่หลักของทหาร
.
พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. กล่าวถึงการที่ทหารเข้าไปในสถาบันการศึกษาในโรงเรียนที่มีการชุมนุมต่อต้านเผด็จการ ว่า ได้รับรายงานมาส่วนหนึ่ง และพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขตามที่มีเรียกร้อง เพราะสังคมเราอยู่บนพื้นฐานความแตกต่างของความคิดที่ต้องเรียนรู้ ปฏิรูปและแก้ไขกันไป
“กำลังพลกองทัพบก มี 3แสนคน มีการทำงานวิธีปฎิบัติไม่เหมือนกัน ยอมรับไม่มีใครสมบูรณ์ 100 % ตรงไหนที่มีความผิดพลาดก็ต้องทบทวนแก้ไขกันใหม่ นี่คือการปฏิรูป เราต้องอยู่ในสังคมที่มีความแตกต่างในหลายๆด้านร่วมกันได้ เพราะเป็นทหารแล้วต้องเสียสละ เมื่อเข้ามาทำหน้าที่นี้แล้ว ต้องอุทิศตัวเพื่อประเทศชาติและประชาชน”
และสิ่งที่เราได้มอบหมายงานลงไป แต่ละคนแต่ละหน่วยก็มีวิธีปฏิบัติงานที่แตกต่างกัน ความเข้าใจอาจไม่เป็นเต็มร้อย เพราะเขาทำงานตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้ว การแก้ปัญหาของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ซึ่งต้องยอมรับว่าคนของเรายังทำไม่สมบูรณ์ ยังทำไม่ดี กองทัพต้องกลับมาทบทวนกันใหม่ ต้องอยู่ในสังคมที่มีความแตกต่างในหลายๆด้านร่วมกันได้
เมื่อถามย้ำว่า ก่อนหน้านี้ก็มีทหารเข้าไปในหลายโรงเรียน ผบ.ทบ. กล่าวว่า โรงเรียนมีกี่โรงเรียนในประเทศไทย ทหารคงไปตามหมดไม่ไหว หากมีหลักฐานก็ให้แจ้งเข้ามา เพราะกองทัพบกไม่ได้มีนโยบายในเรื่องนี้ เด็กก็คือเด็ก เราก็มีลูกมีหลาน ซึ่งเด็กก็มีความคิดของเขา มีโลกส่วนตัวของเขา
เมื่อถามถึงสถานการณ์ขณะนี้มีความห่วงกังวลอย่างไรบ้างหรือไม่ พลเอกณรงค์พันธ์ กล่าวว่าเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดูแล เช่น การชุมนุมเชื่อว่า ตำรวจดูแลสถานการณ์ได้ และไม่เชื่อว่าจะเกิดจลาจล เพราะคนไทยจะไม่ใช้ความรุนแรง เพราะความรุนแรงไม่มีประโยชน์ต่อใครหรือต่อโลก ส่วนปัญหายาเสพติดทุกคนก็ต้องช่วยกัน
ที่หน้า กองทัพบก ….นายวรา จันทร์มณี เลขาธิการเครือข่ายประชาชนพิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม ยื่นหนังสือต่อ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก คนใหม่ กรณีมีทหาร เข้าไปบรรยายและฉายวิดีโอในโครงการ “เสริมสร้างอุดมการณ์ความรักชาติ” ที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยลักษณะแทรกแซงการเรียนการสอนโดยที่นักเรียนไม่ได้สมัครใจ เข้าร่วมไม่ได้มีการแจ้งหรือนัดหมาย ล่วงหน้า
อีกทั้งไม่ใช่หน้าที่ของทหารในการปลูกฝังเรื่องสถาบันกษัตริย์ ในโรงเรียน
ซ้ำร้าย ยังมีทหารต่อยท้องนักเรียน 2-3 ครั้ง จากนั้นก็กอดอย่างแรง แล้วพูดว่าหล่อ เป็นการกระทำที่เข้าข่ายทำร้ายข่มขู่คุกคามเด็กซึ่งแม้จะมีการไกล่เกลี่ยของผู้ใหญ่ อ้างว่าหยอกเล่น แต่ก็ไม่ใช่ความยินยอมของเด็ก ไม่มีใครมีสิทธิละเมิดร่างกายผู้อื่นโดยเฉพาะเยาวชน
จึงขอเรียกร้องให้ลงโทษทหาร ที่ข่มขู่คุกคามทำร้ายละเมิดร่างกายเด็ก , ขอให้ทหารเลิกไปแทรกแซงการเรียนการสอนในโรงเรียนและสถาบันการศึกษา
และขอวิดีโอที่นำไปเผยแพร่ในโรงเรียน เพื่อนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ สังคมไทยจะได้ศึกษาเรียนรู้ไปด้วยกัน ไม่ต้องแอบไปฉายในโรงเรียน และไม่สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินที่ต้องใช้ไปดำเนินการในเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่ของทหาร และไม่ใช่เรื่องที่ประชาชนผู้เสียภาษีต้องการให้ทหารทำ
ทั้งนี้ ทางเครือข่ายได้แนบหลักฐาน ซึ่งเป็นข้อความผ่านทวิตเตอร์ ที่นักเรียนและเพื่อนโพสข้อความว่าถูกทหารเข้ามายรรยายล้างสมองและคุกคามทำร้ายร่างกายด้วย แต่ไม่มีภาพการทำร้าย ไม่ทราบชื่อทหารที่ลงมือทำ
error: Content is protected !!