วันศุกร์, 30 ตุลาคม 2563

“น่านฟ้าโมเดล”

“ผบ.ทอ.”นำทีม ลูกทัพฟ้า-ทหารพัฒนา ปลูกป่า บนเขาหัวโล้น ต.ศรีษะเกษ อ.นาน้อย จ.น่าน ส่ง เครื่องบิน โปรย แคปซูลเมล็ดพันธุ์ 1 แสนต้น ลั่น จะลบคำสบประมาทที่ว่า น่าน เป็นเมืองเขาหัวโล้น ออกไปได้

.
พลอากาศ มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. ทำตามความตั้งใจ ปลูกป่า บนเขาหัวโล้น “น่านโมเดล” รณรงค์ปลูกป่า และใช้เครื่องบิน โปรย แคปซูลเมล็ดพันธุ์ 1 แสนต้น เมื่อ 992020

https://www.youtube.com/watch?v=4qDv5dDq3AY

“เสืออากาศ24/7” เขียนบทความ กล่าวถึง น่านโมเดล ว่า ประสบการณ์จากโครงการ น่านฟ้าโมเดล อำเภอนาน้อย ตำบลศรีษะเกษ จ.น่าน
“แล้งจัด-ร้อนจัด + ท่วมจัด”
“ขาดแคลนน้ำจืดสำหรับอุปโภคบริโภค-สำหรับการเกษตร-สำหรับอุตสาหกรรม-สำหรับรักษาระบบนิเวศ …อย่างหนัก”
(น้ำในแม่น้ำน่านที่มีสภาพเกือบแห้งขอดนั้นมีสีแดงเข้ม-ข้นเป็นตะกอนดิน .. ใช้ดื่มกินบริโภคอุปโภคไม่ได้ …ใช้ในกิจการเกษตรกรรมไม่ได้…ใช้ในกิจการอุตสาหกรรมไม่ได้….มันเป็นความผิดเพี้ยนทางธรรมชาติที่เกิดมาจากฝีมือมนุษย์

จากฝีมือชาวบ้าน ที่ถูกชักนำโดยพ่อค้านายทุนผู้ประกอบการค้าขายพืชไร่

ตัวอย่างในความล้มเหลวในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ-ป่าเขา-ที่ดินของประเทศไทย ความล้มเหลวในการปกครองเมืองน่านของราชการไทย

-“น่าน” ต้นน้ำแห่งชีวิต ตกอยู่ในสภาพพังพินาศ
-“น่าน” ต้นน้ำแห่งป่าเขา-น้ำจืด ตกอยู่ในสภาพพังพินาศ
ปัญหาป่าเขา จ. น่าน ถูกบุกรุกทำลายให้กลายเป็น “ที่ดินทำกิน : ที่ดินทำการเกษตร-ไร่ข้าวโพด-นาข้าว” บนการการใช้ประโยชน์ธรรมชาติรอบตัวอย่างผิดพลาดมหันต์ไปจากหลักวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติอันนำไปสู่ความหายนะของระบบนิเวศของประเทศไทยเกือบทั้งประเทศ

น้ำจืดในบริเวณลุ่มน้ำน่านร้อยละ60ในระบบนิเวศดั้งเดิมสมควรต้องซึมซับอยู่ในป่าเขาน่านสร้างความชุ่มชื้น/ให้เย็นฉ่ำตลอดทั้งปี-ให้ซึมลงใต้ดินสร้างระบบน้ำใต้ดินกระจายไปทั่วน่านรวมไปถึงในภาคเหนือตอนบน+ในภาคกลางตอนบน+ในภาคอีสานฝั่งตะวันตกสร้างประเทศไทยเขียวขจี จนได้รับสมยานามว่าเป็นดินแดนสุวรรณภูมิ

น้ำจืดจากน่าน(ร้อยละ40ในระบบนิเวศดั้งเดิมตามธรรมชาติ)สมควรต้องรวมเป็นแม่น้ำน่านไหลผ่านหลายๆจังหวัด -รวมกับแม่น้ำปิง/วัง/ยมไหลผ่านนครสวรรค์ ผ่านอยุธยา -ผ่านกรุงเทพฯ ลงสู่อ่าวไทย …ประชาชนคนไทยได้อานิสงส์จากน้ำจืดจากน่านในการดำรงชีพ

น้ำจืดจากน่าน เป็นระบบธรรมชาติที่ดันน้ำเค็มมิให้แทรกซึมเข้าสู่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา-มิให้น้ำเค็มซึมเข้าสู่ผืนดิน-มิให้น้ำเค็มไหลลงสู่น้ำใด้ดิน …ทำให้เกิดเป็นน้ำกร่อยเป็นบริเวณกว้างในบริเวณปากอ่าวไทยอันเป็นปรากฎการณ์ที่ทำลายสิ่งแวดล้อมกับทำลายระบบนิเวศดั้งเดิมของประเทศไทยอย่างรุนแรง ประชาชนคนไทยกว่าครึ่งประเทศได้รับผลกระทบมากมายมหาศาลจากกรณีน้ำจากน่านเหลือปริมาณน้อย

คุณค่าของป่าเขา/ป่าไม้เปรียบเทียบกับคุณค่าของไร่ข้าวโพด/ของนาข้าว
_ป่าเขา/ป่าไม้+ระบบนิเวศคือธรรมชาติที่มีคุณค่ายิ่ง ที่มนุษย์คนใดก็มิอาจสร้างมันขึ้นมาด้วยปัญญาและด้วยฝีมือได้

ไม่มีป่า-ไม่มีน้ำจืด-ลำธาร/คลอง/แม่น้ำแห้งขอด-ไม่มีน้ำใต้ดิน-ไม่มีพืชพรรณ-ไม่มีสัตว์แมลง/ไม่มีปลา -ไม่มีฤดูกาล….ไม่มีสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่ได้ ซึ่งก็หมายถึงว่ามิอาจมีไร่ข้าวโพด/นาข้าวหลงเหลืออยู่ได้ สุดท้ายก็หมายความว่ามิอาจมีชาวน่านอาศัยใช้ชีวิตอยู่ได้

ป่าเขา/ป่าไม้ในสัดส่วนต่อไร่นา = 70 : 30 เพื่อให้มีน้ำจืดในลำธารในคลองในแม่น้ำและมีน้ำจืดซึมซับอยู่ในป่าสำหรับหล่อเลี้ยงไร่นาสวนอย่างพอเพียงตลอดทั้งปีแม้จะเป็นในฤดูแล้งก็ตาม
(ตัวอย่างขุนเขาขนาด1,000ไร่ สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องจัดแบ่งเป็นป่าเขา700ไร่ ให้เป็นไร่นาเพียง300ไร่ ให้ป่าเขา700ไร่เป็นแหล่งเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี ให้ที่ดิน300ไร่ใช้สำหรับปลูกพืชพรรณได้ตลอดทั้งปีๆละ 3-4 ครั้ง คิดเป็นผลผลิตได้ในปริมาณ 300×3(4)=900(1,200)ไร่ ทดแทนความคิดเดิมที่ใช้ขุนเขาทั้งลูกขนาด1,000ไร่เป็นแปลงไร่นาทั้งหมด ไม่มีแหล่งต้นน้ำจืดสำรอง ผลผลิต(หวังว่าจะ)ได้ในปริมาณ 1,000ไร่ โดยต้องรอน้ำจืดจากฝนในฤดูฝนปีละ1ครั้ง

ซึ่งบางปี ก็ไม่มีฝนตกตามฤดูกาล นั่นหมายถึงว่า ชาวน่านก็จะไม่ได้ผลผลิตในปริมาณแม้แต่ไร่เดียว พืชพรรณทางการเกษตรยืนตายซากทั้งหมด)

กฎหมายว่าด้วยป่าสงวน/ที่ดินในสัดส่วนป่าเขา:ไร่นา/ป่าเศรษฐกิจ ทั้งนี้ พื้นที่ป่าสงวนกับที่ดินทำกิน(ไร่นาสวนผลไม้สวนยางพารา..)สามารถใช้เทคโนโลยีGIS ควบคุม/บริหารจัดการพื้นที่/ที่ดินอย่างชัดเจนบนแนวเขตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(ป่าสงวน70%ก็คือป่าสงวนที่ห้ามใครคนใดเข้าบุกรุกกร้ำกราย แปลงไร่นา30%ให้กำหนดเป็นพื้นที่ประกอบการอย่างถูกกฎหมายสามารถสร้างผลประโยชน์ในสถานะเป็นที่ดินทำกินได้ซึ่งหมายถึงว่าเกษตรกร/หน่วยงานของรัฐสามารถลงทุนได้/สามารถประกอบกิจการ-กิจกรรมได้/สามารถปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างได้/สามารถกู้เงินมาลงทุน…ได้)

_ไร่ข้าวโพด/นาข้าว คือ แปลงพืชเกษตรกรรมราคาถูกที่หลอกลวงให้คนไทยยากจนไปติดกับดักความยากจนอย่างถาวร
ไม่มีฤดูกาล-ไม่มีฝน …ไม่เหลือนาข้าว -ไม่เหลือไร่ข้าวโพด
ไม่มีผลผลิตการเกษตร-ไม่มีข้าว-ไม่มีข้าวโพด -ไม่มีรายได้/มีแต่หนี้สินจากการกู้หนี้ยืมสิน

_ข้าวโพด เป็นพืชเกษตรกรรมใช้น้ำมาก
ไม่มีน้ำ-ไม่มีผลผลิตข้าวโพด
ไม่มีผลผลิตข้าวโพด- เกษตรกรไม่มีรายได้
ไม่มีรายได้-ไม่มีเงินดำรงชีพ-ไม่มีเงินใช้หนี้เงินกู้-ไม่มีเงินชำระดอกเบี้ย
…ข้าวโพดจึงมิใช่พืชเกษตรที่สร้างความร่ำรวยให้กับเกษตรกรชาวน่าน
…ทว่ามันสร้างความร่ำรวยให้กับพ่อค้าคนกลางผู้ประกอบการค้าขายข้าวโพด(ค้าขายพืชไร่นา)ที่ใช้เงินไม่มากกว้านซื้อข้าวโพดราคาถูกไปขายให้กับโรงงานผลิตอาหารสัตว์/ให้กับโรงงานผลิตแป้งข้าวโพด/ให้กับโรงงานผลิตแอลกอฮอล์/ให้กับโรงงานผลิต…มาจาก(เนื้อ)ข้าวโพด

…เหตุใดประเทศไทยจึงไม่เปลี่ยนวิถีชีวิตของชาวน่านบนการขายผลผลิต(ฝัก)ข้าวโพด/ขายข้าวเปลือก…ไปเป็นวิถีชีวิตของชาวน่านใหม่บนการแปรรูป(เนื้อ)ข้าวโพด/(เนื้อ)ข้าวเปลือกให้ไปเป็นผลผลิตทางการเกษตรชั้นเลิศอย่างอื่นราคาแพงและ/หรือให้เป็นผลผลิตทางอุตสาหกรรมราคาแพง!!!
-(เนื้อ)ข้าวโพด แปลงเป็น(เนื้อ)วัวพันธุ์ดีราคาแพงแห่งถิ่นเมืองน่าน โดยไม่ต้องปลูกข้าวโพดมากนักอันหมายถึงไม่ต้องมีไร่ข้าวโพดมากนัก
-(เนื้อ)ข้าวโพด แปลงเป็น(แอลกอฮอล์)สุราท้องถิ่น/เบียร์/วิสกี้ชั้นดีราคาแพงแห่งถิ่นเมืองน่าน โดยไม่ต้องปลูกข้าวโพดมากนักอันหมายถึงไม่ต้องมีไร่ข้าวโพดมากนักด้วยเช่นกัน
-(เนื้อ)ข้าวเปลือก แปลงเป็น(เนื้อ)ไก่พื้นเมืองพันธุ์ดีราคาแพงแห่งถิ่นเมืองน่านโดยไม่ต้องปลูกข้าวมากนักอันหมายถึงไม่ต้องมีนามากนัก
-…ไร่ข้าวโพดไม่มาก – นาข้าวไม่มาก .. หมายถึงว่าใช้น้ำจืดไม่มากในแต่ละวงรอบการปลูก ในทางกลับกันชาวน่านก็จะมีป่าเขาเหลือจำนวนมาก มีป่าเขาป่าไม้มากก็หมายถึงว่าชาวน่านมีใช้น้ำจืดใสสะอาดเหลือมากตลอดทั้งปี น้ำจืดใสสะอาดจะมีไหลในลำธารในลำคลองในแม่น้ำน่าน
-มีน้ำจืดใสสะอาดในลำธารในคลองในแม่น้ำน่านก็จะมีปลามีหอยมีกุ้ง ชาวน่านก็จะมีปลากาดำ(ปลาเพี๊ยะ)จำนวนมากมายในท้องถิ่น ปลากาดำ(ปลาเพี๊ยะ)มีเหลือกินเหลือใช้ส่งปลากาดำ(ปลาเพี๊ยะ)ไปขายได้ทั่วประเทศไทย/ขายได้ทั่วโลก

(เนื้อ)วัวชั้นดี (แอลกอฮอล์)สุราท้องถิ่น/เบียร์/วิสกี้ชั้นดี ไก่พื้นเมืองพันธุ์ดี ปลากาดำ(ปลาเพี๊ยะ).. แห่งเมืองน่านราคาแพงสามารถสร้างรายได้ที่ดีแก่ชาวน่านได้เป็นที่แน่นอน เชื่อมั่นว่าจะเป็นรายได้ดีกว่าการขาย(ฝัก)ข้าวโพดอย่างแน่นอน

ปัญญาไทยแห่งเมืองน่าน

_ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติที่รัฐสภา-รัฐบาล-องค์การปกครองส่วนกลาง/ส่วนภูมิภาค-องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น-สถาบันการศึกษาในท้องถิ่น-ประชาชน-เด็กเยาวชน ต้องมีอยู่ในคน
_ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์(วิทยาศาสตร์บริสุทธิ์-วิทยาศาสตร์ประยุกต์)/คณิตศาสตร์/วิศวกรรม-เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับใช้ในการสร้างการเกษตรกรรมฉลาด-อุตสาหกรรมฉลาด-เทคโนโลยีสารสนเทศฉลาด/ดิจิตอลให้แก่ชาวน่าน ต้องถูกสร้างและถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ
ระบบชลประทานฉลาด(ป่าเขา-น้ำซึมซับในป่าเขา-น้ำใต้ดิน-น้ำในลำธารในคลองในแม่น้ำน่าน)
ฟาร์มวัวเปิดตามธรรมชาติ
ฟาร์มไก่เปิดตามธรรมชาติ
ฟาร์มปลากาดำ(ปลาเพี๊ยะ)เปิดตามธรรมชาติ
โรงงานผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทันสมัย
ระบบโลจิสติกส์ฉลาด/ระบบการตลาดฉลาดตรง(ผ่านระบบเครือข่าย-เทคโนโลยีสารสนเทศ)สำหรับค้าขายสินค้านวัตกรรมแห่งเมืองน่าน : (เนื้อ)วัว (เนื้อ)ไก่ (เนื้อ)ปลา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ระบบพลังงานรอบตัวแห่งเมืองน่านที่เป็นพลังงานสีเขียว
ระบบสาธารณสุขชั้นดีบนการเชื่อมต่อเครือข่ายอย่างเป็นระบบ(Tele-Medicine)เพื่อพิสูจน์ทราบและแก้ไขปัญหามะเร็งในท่อน้ำดีรวมถึงปัญหาการติดสุราเถื่อนไร้คุณภาพ
ระบบการศึกษาที่ดีที่เป็นแหล่งสร้างและฝึกปรือฝีมือของเด็กเยาวชน(ห้องทดลองชั้นเยี่ยม)

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

_ผู้เฒ่าผู้แก่ผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนานตลอดทั้งชีวิตบนความล้มเหลวของการทำเกษตรกรรมข้าวโพด
_วัยกลางคนที่มองเห็นปัญหาความล้มเหลวจากอดีต และต้องการชีวิตและอนาคตใหม่แห่งยุคสมัยท่ามกลางป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์
_เด็กเยาวชนผู้ใฝ่ฝันอยากให้น่านกลับมาเป็นเมืองน่านแห่งอดีตที่มีความอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งต้นน้ำจืดขนาดใหญ่/เป็นแหล่งอาหารและยาและเป็นแหล่งอารยธรรมใหม่ของประเทศไทย

อนาคตชาวน่าน
_ชาวน่านร่ำรวยได้ไม่ยาก
_ชาวน่านสามารถลบคำกล่าวหา/คำสบประมาทที่ว่า น่าน เป็นเมืองเขาหัวโล้น ออกไปได้

ปรากฎการณ์ความแห้งแล้งซ้ำซาก/ร้อนจัด-ท่วมจัดซ้ำซาก -ฝุ่นจัดซ้ำซาก/เผาจัดที่จังหวัดน่าน รวมถึงปัญหาความยากจนของชาวน่านที่เรื้อรังมากยิ่งขึ้น อันเนื่องสภาพเป็นเมืองเขาหัวโล้น/ระบบนิเวศที่พังพินาศมายาวนาน …ถือเป็น(ตัวอย่าง)ความล้มเหลวในการบริหารจัดการภาครัฐ(รัฐสภา-รัฐบาล-องค์การบริหารส่วนกลาง/ส่วนภูมิภาค-องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น-ประชาชนในท้องถิ่น) : เป็นความล้มเหลวของการบริหารจัดการปัญญาทางวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติ-เป็นความล้มเหลวของการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ในเชิงปัญญาแห่งยุคสมัย -…ซึ่งก็คือ ความล้มเหลวของประเทศไทยในการกำหนดยุทธศาสตร์/นโยบายรวมไปถึงการบัญญัติกฎหมายต่างๆนานาออกมาบังคับใช้ในการจัดการธรรมชาติรอบตัว…สู่การจัดการที่ดินทำกินของประชาชนผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาที่เป็นความล้มเหลวมายาวนานต่อเนื่อง นั่นเอง!!!

error: Content is protected !!