วันพฤหัสบดี, 24 กันยายน 2563

ฟ้องร้อง”โจ้ ยุทธพงศ์” บิดเบือน ใส่ร้าย ทร.

“บิ๊กลือ” ถือฤกษ์ “วันเรือดำน้ำ”
4 กันยายน
ส่ง ทหารพระธรรมนูญ
ฟ้องร้อง”โจ้ ยุทธพงศ์”
บิดเบือน ใส่ร้าย ทร.
กล่าวหา ทำสัญญาG to G เก๊
หวัง กอบกู้ ศักดิ์ศรีกองทัพเรือ
และยืนยันความถูกต้อง ของทร.
สัญญาซื้อ เรือดำน้ำลำแรก

.
83 ปีที่แล้ว ทัพเรือไทย ได้มีเรือดำน้ำ 2 ลำแรก 2489 และ 2471 มาอีก2 ลำ และ69 ปีแล้ว ที่ ราชนาวีไทย ไม่มีเรือดำน้ำ
4 กันยายน 2480 บริษัท มิตซูบิชี โชยีไกชา จำกัด แห่งเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญาการว่าจ้างต่อเรือดำน้ำจำนวน 4 ลำ ให้กับกองทัพเรือ ได้สร้างเรือดำน้ำ 2 ลำแรก เสร็จสมบูรณ์

ได้แก่ เรือหลวงมัจฉาณุ และเรือหลวงวิรุณ และได้ทำพิธีส่งมอบเรือดำน้ำทั้ง 2 ลำ ให้แก่กองทัพเรือ

ถือเป็นวันสำคัญยิ่งอีกวันหนึ่งในประวัติศาสตร์กองทัพเรือ

ต่อมาวันที่ 25 พฤษภาคม 2481 บริษัท มิตซูบิชีฯ สร้างเรือดำน้ำอีก 2 ลำ คือ เรือหลวงสินสมุทร และเรือหลวงพลายชุมพลเสร็จสมบูรณ์

เรือดำน้ำทั้ง 4 ลำ ออกเดินทางจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2481 และเดินทางถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2481 ตามลำพังโดยปราศจากเรือพี่เลี้ยง

ซึ่งยังความประหลาดใจแก่ชาวญี่ปุ่นและชาวอเมริกันเป็นอันมาก

เพราะเรือดำน้ำขนาดเล็กเช่นนี้ต่างประเทศ ย่อมมีเรือพี่เลี้ยงทั้งสิ้น

นี่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความกล้าหาญและความสามารถของกำลังพลประจำเรือดำน้ำของกองทัพเรือ

และเข้าประจำการเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2481

และ ได้ออกปฏิบัติการในสงครามอินโดจีนกับฝรั่งเศส และสงครามโลกครั้งที่ 2

เรือหลวงมัจฉาณุ ปลดประจำการเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2494 พร้อมกันทั้ง 4 ลำ เนื่องจากขาดแคลนชิ้นส่วนอะไหล่ หลังจากญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามโลก และไม่ได้รับอนุญาตให้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์

และโรงงานแบตเตอรี่ ของไทยที่ตั้งขึ้นก็ไม่สามารถผลิตแบตเตอรี่สำหรับใช้ประจำเรือได้

ประกอบกับเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2494 ที่กองทัพเรือถูกควบคุมทุกด้าน

ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างขนาดใหญ่ในกองทัพเรือ

มีคำสั่งยุบหมวดเรือดำน้ำ โอนย้ายไปรวมกับหมวดเรือตรวจฝั่งที่ตั้งขึ้น

ซึ่งเรือดำน้ำทั้ง 4 ลำ ได้รับใช้ราชการในกองทัพเรือเป็นเวลากว่า 14 ปีเต็ม

ภายหลังปลดประจำการ เรือทั้ง 4 ลำได้นำมาจอดเทียบกันที่ท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้กับโรงพยาบาลศิริราช

ต่อมาได้มีการขายเรือให้กับบริษัทปูนซีเมนต์ไทย เพื่อทำการศึกษาและ Reverse engineering

คงเหลือแต่หอบังคับการ อาวุธปืน และกล้องส่อง ทางกองทัพเรือได้นำมาจัดสร้างสะพานเรือจำลอง จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ หน้าโรงเรียนนายเรือ และที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ

ต่อมากองทัพเรือได้กำหนดให้วันที่ 4 กันยายน ของทุกปีเป็น “วันเรือดำน้ำ” เพื่อให้สมาชิก อดีตทหารเรือ ที่เคยเป็นนักดำเรือดำน้ำ กลุ่มชมรมเรือดำน้ำ และนายทหารประจำการที่เคยศึกษาวิชาเรือดำน้ำยุคใหม่ได้พบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน รวมทั้งได้ร่วมทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับนักดำเรือดำน้ำไทยในอดีตที่ล่วงลับไปแล้ว

กองทัพเรือ กำลังจะเปิดศักราชใหม่ ในการกลับมา มีเรือดำน้ำ อีกครั้ง เมื่อ ครม.อนุมัติให้จัดซื้อ เรือดำน้ำ S26T จากจีน ที่จะเข้าประจำการ ราวปลายปี2566

และมีความพยายามของทร. มนการจัดหาให้ครบ 3 ลำตามแผนยุทธศาสตร์. จนเสนอซื้อ ลำ2-3 ในงบประมาณ ปี2563 สำเร็จ แต่มาเจอการระบาดของCoViD19 ทำให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม สั่งชะลอซื้อ เรือดำน้ำ เพื่อโยกงบฯ มาเป็นงบฯกลาง ให้นายกฯใช้แก้ปัญหาโควิดฯ

แต่มาในงบฯปี2564 ทร.เสนออีกครั้ง แต่ถูกฝ่ายการเมืองโจมตี และกรรมาธิการงบประมาณ บางส่วนคัดค้าน และปลุกกระแส จนทำให้นำไปโจมตีวนการชุมนุมต่างๆ กดดันรัฐบาล ให้ชะลอการซื้ออกไป จนพลเอกประยุทธ์ เจรจากับรัฐบาลจีนในการขอชะลอการจ่ายเงินงวดออกไปเป็นปี 2565 เพื่อลดกระแสต่อต้านและการปลุกม็อบ

พร้อมสั่งการให้กองทัพเรือ ตั้งทีมงานไปเจรจาในรายละเอียดกับกระทรวงกลาโหมจีนและCSOC บริษัทต่อเรือของกระทรวงกลาโหมจีน เพิ่อคงของแถมพิเศษ 2,100 ล้านบาท ที่เกิดจากการเจรจา ด้วยความสัมพันธ์อันดีก่อนหน้านี้และ ขอให้คงราคาเดิม

ก่อนที่ 4 กันยายน 2563 ตรงกับวันเรือดำน้ำ..,,พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. สั่งการให้นายทหารพระธรรมนูญทหารเรือไปดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดี กับนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สส.พรรคเพื่อไทย ที่ให้ข้อมูลบิดเบือน ให้ร้ายกับกองทัพเรือ กรณีเรือดำน้ำ ที่ได้ระบุว่าสัญญาในการจัดซื้อเป็น G to G เก๊

ท่ามกลางการ จับตามองว่า ในงบฯปี2565 จะได้ซิ้อเรือดำน้ำ ลำที่2-3 หรือไม่

ประวัติศาสตร์ เรือดำน้ำ ยุคที่2 กำลังรอถูกบันทึก!!

:ข้อมูล ศิลปวัฒนธรรม
:Fb.Wassana Nanuam

 

error: Content is protected !!