วันศุกร์, 30 ตุลาคม 2563

“บิ๊กกบ” แถลงผลงาน2ปี

03 ก.ย. 2020
70

“บิ๊กกบ” แถลงผลงาน 2 ปี
นั่ง “ผบ.ทหารสูงสุด” 6ด้าน
ตั้ง”ศูนย์บัญชาการทางทหาร”
“ศูนย์ข่าวร่วม”
ทำแผนแม่บทฯ กรรมการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กองทัพไทย
และ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ช่วงโควิดฯ
ย้ำ ทหารเสียสละเป็นทหารอาชีพ มีอุดมการณ์แน่วแน่ ยืนหยัดทำสิ่งที่ถูกต้อง รักษาเกียรติภูมิกองทัพ

.
พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประชุมแถลงผลการดำเนินงานของกองบัญชาการกองทัพไทยตามแผนงานประจำปี งานตามนโยบายและงานพิเศษที่รับมอบหมาย ในปี2562-2563

ใน 6 กลุ่มงาน คือ
กลุ่มงานที่ 1 การพิทักษ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมีนโยบายให้ความสำคัญสูงสุดในการปกป้องพิทักษ์รักษา ถวายความปลอดภัยป้องกันและป้องปรามการล่วงละเมิดสถาบัน

ตลอดจนเผยแพร่พระกิตติคุณและพระราชกรณียกิจในทุกโอกาส เช่น เข้าร่วมสนับสนุนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒

การสนับสนุนโครงการจิตอาสาพระราชทานฯ การจัดการแข่งขันการแสดงการฝึกทางทหารประกอบดนตรี “ราชวัลลภเริงระบำ” (Hop to the bodies slams) การแข่งขันกองทหารเกียรติยศ การส่งเสริมและพัฒนาศูนย์การเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงภายในหน่วยทหาร และในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย ด้วยการน้อมนำศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามพระราชปณิธานในการ “สืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างสุขปวงประชา” มาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน

กลุ่มงานที่ 2 ด้านการป้องกันประเทศ
ด้วยการจัดและวางกำลังป้องกันชายแดน ภายใต้การควบคุม อำนวยการปฏิบัติของ”ศูนย์บัญชาการทางทหาร”เพื่อให้มีความพร้อมในการป้องกันประเทศ และรักษาผลประโยชน์ของชาติ”

รวมทั้งให้สามารถอำนวยการยุทธ์ได้ตลอดเวลา ทั้งในและนอกที่ตั้ง ตลอดจนพัฒนารูปแบบการปฏิบัติงาน การพัฒนาระบบควบคุมบังคับบัญชา และงานแผนที่สารสนเทศ

การพัฒนาแนวทางบูรณาการระบบโทรคมนาคมทหารร่วม หรือ One Network ร่วมกับเหล่าทัพ สนับสนุนกองกำลังป้องกันชายแดน ในการจัดหายุทโธปกรณ์พิเศษสนับสนุนและบูรณาการงานด้านการข่าว

โดยจัดตั้งศูนย์ข่าวร่วมและจัดทำแผนแม่บทฯ จัดตั้งคณะกรรมการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กองทัพไทย และประชาคมไซเบอร์กองทัพไทย เพื่อให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ฯ ของกองทัพไทยและในภาพรวมของประเทศ

กลุ่มงานที่ 3 ด้านการรักษาความมั่นคงของรัฐ
พัฒนางานด้านการต่อต้านการก่อร้ายสากลอย่างต่อเนื่อง มีการจัดการประชุมวางแผนการฝึกร่วม 18 ประเทศ เพื่อนำไปสู่การฝึกแก้ไขปัญหาบนโต๊ะ (TTX) ที่ ประเทศไทย

และ การฝึกภาคสนาม (FTX) ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เตรียมความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางในการบริหารเหตุการณ์เพื่อรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่

รวมทั้งการระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วนให้สามารถดำเนินงานร่วมกันภายใต้สภาวะวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับงานด้านปฏิบัติงานทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ได้ปฏิบัติภารกิจในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่รวงผึ้ง จ.อุบลราชธานี ทั้งยังบูรณาการความร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ส่วนกลางร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

และเมื่อมีการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศบค.) ทำให้กองบัญชาการกองทัพไทย ได้รับบทบาทหลักในการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคฯ ในภาพรวม

กลุ่มงานที่ 4 ด้านการสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับมิตรประเทศ
มีการแลกเปลี่ยนการเยือนและเสริมสร้างความสัมพันธ์กับกองทัพมิตรประเทศ

นอกจากนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย ยังเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมระดับต่าง ๆ เช่น การเป็นเจ้าภาพร่วมกับกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก จัดการประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดภูมิภาคอินโด-แปซิฟิค (CHOD) การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอาเซียน (ACDFM) ครั้งที่ 16 การประชุมเจ้ากรมข่าวทหารอาเซียน (AMIIM) และการประชุม เจ้ากรมยุทธการทหารอาเซียน (AMOIM)

สำหรับการปฏิบัติการด้านสันติภาพได้มีการจัดส่งกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทย/เซาท์ซูดานไปปฏิบัติภารกิจ ณ สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน

ซึ่งการปฏิบัติงานนี้ เป็นที่ยอมรับของ UN หน่วยงานท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ นับเป็นการส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลกอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ กองบัญชาการกองทัพไทยยังได้มีการยกระดับความสัมพันธ์กับกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด – แปซิฟิก มากยิ่งขึ้น โดยในการฝึก Cobra Gold 2019 และ 2020 ได้มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนเพื่อให้การฝึกเป็นที่ยอมรับของนานาชาติมากยิ่งขึ้น

กลุ่มงานที่ 5 ด้านการพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชน
ได้ก่อสร้างเส้นทางคมนาคม รวม881 เส้นทาง ระยะทาง 5,805 กม.

ตลอดจนจัดหาน้ำกินน้ำใช้ให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยแล้ง จำนวน 2,038 โครงการ การก่อสร้างถังเก็บน้ำ การขุดเจาะและพัฒนาบ่อน้ำบาดาล การก่อสร้างระบบประปา การบริการน้ำดื่มและระบบผลิตน้ำดื่ม การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร เป็นต้น ดำเนินโครงการหมู่บ้านพัฒนาเพื่อความยั่งยืน ได้แก่ “ไม่เจ็บ ไม่จน ไม่ท่วม ไม่แล้ง ไม่ทำลายธรรมชาติ” ในพื้นที่ 32 หมู่บ้าน เพื่อเป็นหมู่บ้านต้นแบบในการแก้ไขปัญหาให้กับหมู่บ้านอื่นๆ ต่อไป

ทั้งยังมีการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนรัฐบาลในส่วนของงบประมาณกลางรัฐบาล จำนวน 181 บ่อ สนับสนุนโครงการเร่งด่วนเพื่อเก็บกักน้ำในฤดูฝนตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่35 จังหวัด จำนวน117โครงการ รวมทั้งแผนงาน/โครงการเร่งด่วนเพื่อกักเก็บน้ำต้นทุนปีของกรมทรัพยากรน้ำ

นอกจากนี้ยังได้จัดกำลังปฏิบัติภารกิจบรรเทาภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 15 จังหวัด การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โดยแจกจ่ายน้ำอุปโภค-บริโภค จำนวน 22 ล้านลิตร ในพื้นที่ 39 จังหวัด

การช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่ 16 จังหวัด โดยดำเนินการซ่อมแซมบ้านเรือน จำนวน 97 หลัง การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยได้ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์พายุโซนร้อนโพดุล และพายุคาจิกิ

รวมทั้งได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่หลายจังหวัด ได้แก่ นครนายก เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน กาญจนบุรี และเพชรบุรี

กลุ่มงานที่ 6 การบริหารจัดการ
เน้นย้ำการปลูกฝังความเป็นทหารและวัฒนธรรมองค์กรให้แก่กำลังพล โดยการส่งกำลังพลเข้ารับการศึกษา ณ สถาบันในต่างประเทศ เพื่อพัฒนากำลังพลระดับผู้บริหารในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแนวทางการบริหารองค์กร ร่วมกับผู้บริหารองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนจากทั่วโลก

รวมทั้งจัดโครงการเสริมสร้างความมั่นใจการสื่อสารภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนายกระดับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของกำลังพลให้มีขีดความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละตำแหน่งงานของกองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อขับเคลื่อนกองบัญชาการกองทัพไทยและกองทัพไทยไปสู่ Digital Headquarters

โดยสร้างความตระหนักรู้ สร้างบรรยากาศ สภาวะแวดล้อม ส่งเสริม การเปลี่ยนแปลง และพิจารณานำเทคโนโลยี Digital เข้ามาใช้งานในลักษณะโครงการนำร่อง รวมถึงการพัฒนา Digital Skill ให้กับกำลังพลทุกระดับ

ในส่วนของสวัสดิการกำลังพล ได้จัดโครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะให้กับบุตรหลานของกำลังพล ในด้านดนตรี กีฬา และนาฏศิลป์

ซึ่งมีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 การส่งเสริมสุขภาพของกำลังพลกองบัญชาการกองทัพไทย โดยการจัดตั้งชมรมกิจกรรม/กีฬา เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการรักการออกกำลังกายและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การทำ MOU ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และ โรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) เพื่อให้กำลังพล ที่มีปัญหาด้านสุขภาพหรือประสบภาวะฉุกเฉิน สามารถเข้าถึงการบริการด้านสาธารณสุขที่ดีได้

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวขอบคุณกำลังพลที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ มีความเป็นทหารอาชีพ มีอุดมการณ์ที่แน่วแน่และยืนหยัดในการทำสิ่งที่ถูกต้อง ดำรงรักษาเกียรติภูมิของกองบัญชาการกองทัพไทย

จนสามารถสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์และก่อเกิดเป็นรูปธรรมมากมาย โดยผลงานที่กำลังพลของกองบัญชาการกองทัพไทยได้คิดริเริ่มและลงมือปฏิบัติจนประสบผลสำเร็จแล้วนั้น ได้นำมาซึ่งประโยชน์อย่างสูงสุดทำให้กองทัพไทยสามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ในทุกโอกาส

ถึงแม้โครงการริเริ่มบางโครงการจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นแต่ก็จะต้องให้ความสำคัญและสานต่อให้สำเร็จต่อไป

โดยขอให้พิจารณาบริบทและปัจจัยสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ตรงตามวัตถุประสงค์และบรรลุผลสัมฤทธิ์ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป

error: Content is protected !!