วันอาทิตย์, 1 พฤศจิกายน 2563

“บิ๊กกบ” ส่ง 273 ทหารไทย ไปสับเปลี่ยนกำลัง รักษาสันติภาพที่ South Sudan ผลัด2

02 ก.ย. 2020
56

“บิ๊กกบ” ส่ง 273 ทหารไทย
ไปสับเปลี่ยนกำลัง
รักษาสันติภาพที่ South Sudan ผลัด2
ใต้หมวกฟ้า UN
เตรียมเดินทาง 21 กย.นี้

.
บิ๊กกบ พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทำพิธีส่งกำลังของกองทัพไทยที่จะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ (UN) ในสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน (United Nations Mission in South Sudan) ผลัดที่ 2 ที่ กรมการทหารช่าง จังหวัดราชบุรี

การส่งกำลังพลฯ ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการผลัดเปลี่ยนกำลังกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทย/เซาท์ซูดาน ระหว่างผลัดที่ 1 ซึ่งปฏิบัติภารกิจในสาธารณรัฐเซาท์ซูดานตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 จนถึงปัจจุบัน

กับ กองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทย/เซาท์ซูดาน ผลัดที่2 เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในสาธารณรัฐเซาท์ซูดานอันเป็นไปตามพันธกรณีที่มีต่อ UN

โดยกำลังพลกองร้อยทหารช่าง ผลัดที่ 2 จำนวน 273 นาย มีกำหนดเดินทางออกจากประเทศไทยไปปฏิบัติภารกิจ ที่ สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน
ในวันที่ 21 กันยายน 2563

ทั้งนี้ กำลังพลทุกนายจะได้รับการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มข้นก่อนเดินทางออกจากประเทศไทย

โดยจะเข้ารับการคัดกรองและกักกันเพื่อสังเกตอาการตามมาตรการด้านสาธารณสุข ณ โรงแรมนนทบุรีพาเลซ จังหวัดนนทบุรี จำนวน 14 วัน

มีการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ และออกหนังสือรับรองให้กับกำลังพลที่มีผลการตรวจระบุว่าปลอดการติดเชื้อ

หลังจากนั้นจะออกเดินทางโดยอากาศยานเช่าเหมาลำของสหประชาชาติ ที่ สนามบินดอนเมือง

ทั้งนี้จะมีการเตรียมพื้นที่ปิดเป็นสัดส่วนเฉพาะ เพื่อพักคอยและดำเนินกรรมวิธีตามขั้นตอนการออกนอกราชอาณาจักรในห้วงการเดินทางบนอากาศยานซึ่งเป็นไปตามมาตรการของ ICEO

เมื่อเดินทางถึงสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน จะได้รับการคัดกรองตามมาตรการของเซาท์ซูดาน และเข้ารับการกักตัว จำนวน 14วัน ณ สถานกักกันของสหประชาชาติ เพื่อดำเนินกรรมวิธีตามขั้นตอนของสหประชาชาติต่อไป

ทั้งนี้ในห้วงที่ผ่านมา ไดเรับคำชื่นชมจากสหประชาชาติและองค์การต่างๆ ในความเป็นมืออาชีพ และการสนับสนุนด้านการพัฒนาเพื่อความมั่นคงอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการปฏิบัติภารกิจทางยุทธวิธี

กองกำลังของไทย จึงได้รับการพิจารณาจากสหประชาชาติตามพันธกรณีให้เข้าร่วมภารกิจรักษาสันติภาพมาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งถือเป็นบทบาท เกียรติภูมิ และความภาคภูมิใจของประเทศไทยในเวทีโลก รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์ให้กับกองทัพไทยเพื่อพัฒนาศักยภาพของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ไปสู่ความเป็นเลิศตามมาตรฐานสากลต่อไป

error: Content is protected !!