วันจันทร์, 28 กันยายน 2563

ผบ.ทอ.ฟุ้งเชื่อปี 80 ได้โฉนดอวกาศ

 

“บิ๊กนัต”พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ.เป็นประธาน เปิดการประชุมสัมมนาด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการศึกษากองทัพอากาศภายใต้แนวคิด “P&D drives seamless cooperation – Education drives coordinated opportunities” เพื่อเป็นเวทีเสรีในการระดมความคิดและการปฏิบัติจากหน่วยงานภายในกองทัพอากาศ ภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง

โดยพล.อ.อ.มานัต กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “กองทัพอากาศและการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่เราต้องทำเพิ่มเติม คือการสร้างกลไกของภาครัฐเพื่อขับเคลื่อน. อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
อย่างจริงจัง หลังจากเกิดโควิด-19 เราเห็นว่าภาคอุตสาหกรรมปิดตัวลงมากมายและคนไทยตกงาน ดังนั้นเราจะนำบทเรียน เพื่อเป็นกระจกส่งตัวเรา ว่าขาดต้นทุนในส่วนใดบ้างพบว่า เราขาดปัจจัยที่ 4 คือยา และเวชภัณฑ์

สำหรับต้นทุนความมั่นคงทางด้านทหาร โควิด-19 ทำให้เราขาดแคลนชิ้นส่วนอะไหล่ ยุทโธปกรณ์ มากพอสมควร ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ เราจะไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดไปและจะใช้ขีดความสามารถของคนไทยมาแก้ไขและชดเชยในส่วนนี้ โดยเราจะเริ่มปีนี้และต่อไปอีกยาวนาน

ผบ.ทอ.​กล่าวต่อว่า​ การรวมพลังของปัญญาคนไทยเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้ตนจะเป็นแกนกลางและต้นแบบในการขับเคลื่อน อุตสาหกรรมป้องกันประเทศมีความสำคัญต่อบ้านเมืองสภาพแวดล้อมตอนนี้

สภาวะแวดล้อมเต็มไปด้วยความขัดแย้งทั้งในเอเชีย ทะเลจีนใต้ ทั่วโลก สิ่งที่เรากำลังมองคือโลกของไซเบอร์หรือไซเบอร์เวิลด์และเราจะมองไปถึงในเรื่องอวกาศ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของยุทธศาสตร์กองทัพอากาศและที่สำคัญที่สุดคือพลังปัญญาไทยที่จะต้องทำให้สำเร็จ

กองทัพอากาศมีความมุ่งหวังในทุกภาคส่วนมองเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นหนึ่งเดียวคือการมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในฐานะที่เรา คือความมั่นคงของประเทศให้มีความเข้มแข็ง ยั่งยืน เราจะมาช่วยกันสร้างงานอาชีพ ทักษะ ในกลุ่มงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมถึงอุตสาหกรรมป้องกันอื่นๆที่เกี่ยวกับเกี่ยวข้องให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สามารถสร้างงาน อาชีพ รายได้ให้กับประเทศได้

ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรม เป็นส่วนสำคัญโดยเทคโนโลยีบางอย่างเกิดจากทางทหารมาก่อนแล้วนำไปประยุกต์ใช้ เช่น อีเมลหรือแม้กระทั่งเครื่องยนต์ที่นำไปใช้ในเครื่องบินก่อนนำไปใช้ในรถยนต์ สิ่งสำคัญคือการวิจัยที่เป็นมันสมองของคนในชาติ ที่เราจะต้องได้เทคโนโลยีเป็นของเราเอง รวมถึงได้ความมั่นคงในกองทัพ

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคและในโลกมีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นเราต้องตระหนัก ทบทวนว่า ควรยืนบนขาด้วยตัวเอง กองทัพอากาศ มีสมุทรปกขาว เริ่มดำเนินการเมื่อปีที่ผ่านมา และบางอย่างมองเห็นปัญหาที่ต้องแก้ไข สิ่งที่เราทำไปแล้ว โดยร่วมมือกับบริษัทต่างๆ ทั้งภาคอากาศ เช่น เครื่องบินต้นแบบ และภาคพื้น เช่น เครื่องป้องกันฐานบินและรถตรวจการณ์ ทุกอย่างใส่ปัญญาไทยไป แต่ทั้งนี้เราต้องบูรณาการกลไกภาครัฐสอดรับกับต่างประเทศ

ซึ่งปัจจุบันกองทัพได้ทำสำเร็จ และเกิดขึ้นแล้ว 30 เปอร์เซ็นต์ เช่น เช่นโครงการ F5 โครงการ Alpha Jazz โครงการ aue 23
แต่สิ่งที่สำคัญเราจะต่อยอดอย่างไรในอนาคต ซึ่งหากกองทัพอากาศทำเพียงเหล่าทัพเดียวก็จะรู้สึกโดดเดี่ยวจึงจำเป็นจะต้องมีส่วนร่วมจากเหล่าทัพอื่นๆด้วย รวมถึงในส่วนของภาครัฐกระทรวง ทบวง กรม และภาคอุตสาหกรรมของไทย หากได้ความร่วมมือที่ดีก็จะประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

ขณะนี้กองทัพอากาศ กำลังยิงดาวเทียม “นภา 1” ซึ่งจะเกิดขึ้นต้นเดือนกันยายน เพราะที่ผ่านมาติดสภาพปัญหาอากาศ และจากนั้นยิง ดาวเทียม “นภา2” ต่อทันที เราจะยิงจนกว่าจะจองโฉนดอากาศได้ ในปี 2580 เพราะในห้วงอวกาศมีผลประโยชน์มากมายมหาศาล

นอกจากนี้ พล.อ.อ.มานัต กล่าวถึง การชี้แจง
งบประมาณกองทัพอากาศต่อสภา โดยทางสภาได้ตั้งข้อสังเกตถึงโครงการต่างๆของกองทัพอากาศว่าใส่งบประมาณไปเป็นจำนวนมากควรที่จะนำเงินไปช่วยประชาชนในเรื่องโควิด ก่อนจะดีหรือไม่ ตนได้ชี้แจงไปว่า วิธีคิดของกองทัพอากาศไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่เรามองว่าเราต้องสร้างงาน เพราะโควิดคือกระจกส่องที่ทำให้ได้เห็นว่า เราไม่มีต้นทุน หากเราสร้างต้นทุนในประเทศอย่างถูกวิธี เงินที่ใส่ลงไปเท่าไหร่ก็เป็นเงินหมุนเวียน แต่เราได้ตัวผลิตภัณฑ์และการสร้างงาน​เมื่อนำ 2 อย่างนี้มารวมกันก็คือปัญญาไทยซึ่งสิ่งตรงนี้จะเกิดขึ้นเป็นนวัตกรรมในปี 2020 และสามารถเกิดได้จริง

ตนได้อธิบายว่า หากสภาตัดโครงการดังกล่าวจะมีคนไทยจะตกงานมากมาย เพราะโครงการนี้ จะผลิต และสร้างเครื่องบินในประเทศ ถ้าเดินหน้าต่อจะมีงานในเมืองไทยแน่นอน โดยเฉพาะงานเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม กองทัพอากาศวางยุทธศาสตร์ถึง 2580 ตน เชื่อว่าตรงเป้าหมาย ถูกทิศทางทำได้แน่นอน ทั้งนี้รัฐบาลต้องสนับสนุนงบยุทธศาสตร์ และต้องแยกออกมาจากงบปกติ แต่ในปัจจุบัน โดยใช้กฎหมายบังคับให้กองทัพอากาศอุดหนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศ ไม่ได้ไปซื้อของนอกประเทศ แต่ปัจจุบัน กองทัพอากาศไม่ได้รับงบยุทธศาสตร์ซึ่งได้ดำเนินการโดยใช้งบปกติในส่วนของกองทัพอากาศแบ่งออกมาเป็นยุทธศาสตร์ ทั้งนี้ตนได้คุยกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงงบประมาณในส่วนของยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศ เรียบร้อยแล้ว

error: Content is protected !!