วันเสาร์, 26 กันยายน 2563

ผบ.ทร.เยี่ยมอำลาหน่วยในพื้นที่ภาคเหนือ

พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางไปตรวจเยี่ยม หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ณ กองบังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตเชียงราย อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ในวาระเยี่ยมอำลาหน่วยกองทัพเรือในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมี พลเรือตรี สมพงษ์ ศรอากาศ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง และ นาวาเอก ไวพจน์ วีระประเสริฐศักดิ์ ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตเชียงราย ให้การต้อนรับ โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบโอวาทแก่กำลังพล ได้กล่าวชื่นชม หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตเชียงราย ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้สร้างผลงานให้เป็นที่ปรากฏสร้างชื่อเสียงให้แก่กองทัพเรือและประเทศชาติเป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจุบัน ปัญหาและหน้าที่รับผิดชอบมากมายขึ้นโดยลำดับ

” ทุกครั้งที่มาเยี่ยมเยือนหน่วยนี้ก็ทำให้นึกถึงเหตุการณ์หลายทศวรรษที่ผ่านมาอยู่เสมอ ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา นรข. ได้สร้างผลงานสร้างเกียรติภูมิให้แก่กองทัพเรือเป็นอย่างมาก ในช่วงมาก่อตั้งหน่วย ทำให้ผู้มีอิทธิพลไม่สามารถดำเนินการได้อย่างสะดวกเพราะเราผู้ถือกฎหมาย ยึดมั่นในความดีตลอดมา จนในที่สุดก็ได้รับคำชื่นชมจากประชาชนโดยทั่วไปจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ดีโลกหมุนไปสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปทำให้ปัญหาในอดีตถึงปัจจุบันมากมายและซับซ้อนมากยิ่งขึ้นโดยลำดับ เราไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยหน่วยเดียวโดยลำพังดังเช่นที่ผ่านมาอีกแล้ว ต้องระดมกำลังความร่วมมือจากหลายภาคส่วนมาช่วยกันแก้ไขปัญหา ต้องใช้สติปัญญามากกว่าปกติ ปัจจุบันไม่ใช่การต่อสู้ด้วยอาวุธเช่นในอดีตที่ผ่านมามีทั้ง Hard Power Soft Power ควบคู่กันไป
ที่ผ่านมาต้องขอบคุณข้าราชการทุกนายจนถึงพลทหารคนสุดท้ายที่ได้ร่วมแรงกันรักษากฎหมาย การทำงานปฏิบัติงานอย่างดีเยี่ยมนำชื่อเสียงมาสู่กองทัพเรือ การที่ผมมาเยี่ยมพวกเราในครั้งนี้ก่อนที่จะอำลาราชการไปก็เพราะให้ความสนใจและความห่วงใยพวกเรา ครั้งก่อนที่มาเยี่ยมเยือน ผมพูดเรื่องกระสุนน้ำตาล โดยยกตัวอย่างว่ากระสุนเหล็ก กระสุนทองแดงมีอำนาจน้อยกว่า กระสุนน้ำตาล ขอจงยึดมั่นในความดี ยึดมั่นในอุดมการณ์ชาติ มีจิตวิญญาณของการเป็นนักรบชาวเรือที่เข้มแข็งพวกเราก็จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี มาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศ สมกับคำที่ผมได้ให้เป็นข้อเตือนใจอยู่เสมอว่า
“เกียรติยศไม่ได้มีมาตั้งแต่กำเนิด แต่เกิดจากการกระทำ ”

โลกปัจจุบันมีความยุ่งยากซับซ้อน เราเป็นทหารต้องดูแลด้านความมั่นคง ซึ่งปัจจุบันมีหลายวิธีไม่ได้รบกับศัตรูที่เห็นตัวตนแต่อย่างใดเช่นในอดีตอีกแล้ว แต่มีความยุ่งยากซับซ้อน ขอความร่วมมือสร้างเกียรติภูมิ และมุ่งมั่นทำความดีหากเป็นเช่นนี้ก็จะเชื่อได้ว่าเราจะเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนเหมือนคำที่ผมได้พูดอยู่เสมอที่ว่า

“กองทัพเรือเป็นกองทัพของประชาชนหายใจเชื่อมใจประสานใจและมีชะตาชีวิตร่วมกับประชาชน ที่ใดมีศัตรูที่ได้มีภัย ที่นั่นมีทหารของกองทัพเรือ เป็นกองทัพที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ หากเป็นเช่นนี้ตลอดความยาว 980 กิโลเมตรจากเชียงรายถึงอุบลราชธานีพวกเราจะสามารถครองใจประชาชนเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนทุกผู้ทุกนาย ”

สำหรับ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง หรือ นรข. มีภารกิจในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย คุ้มครองและช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆ ตามหลักมนุษยธรรมในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามล้าแม่น้ำโขง
รวมทั้งสนับสนุนกำลังทางบก ในการรักษาความมั่นคงและป้องกันประเทศ มีพื้นที่ปฏิบัติการตามริมฝั่งแม่น้ำโขงครอบคลุม 8 จังหวัด คือ เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อ้านาจเจริญ และ อุบลราชธานี เป็นระยะทางทั งสิ้น 928 กิโลเมตร และแบ่งความรับผิดชอบเป็น นรข.เขต 4 เขต ดังนี้
1.นรข.เขตเชียงราย 2. นรข.เขตหนองคาย 3.นรข.เขตนครพนม 4.นรข.เขตอุบลราชธานี มีสถานีเรือทั้งสิ้น 14 สถานีเรือ และ 1 หน่วยเรือ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ได้จัดกำลังปฏิบัติตามภารกิจทั้งการพิทักษ์รักษาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติอย่างต่อเนื่อง และคงความต่อเนื่องในการแก้ปัญหายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล โดย นรข. ได้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจทั้งทางบกและทางน้ำรวมถึงการจัดเจ้าหน้าที่ เป็นชุดเฝ้าระวังทั้งในเวลากลางวัน และกลางคืน ตลอดจนเพิ่มมาตรการด้านการสกัดกั้น ทั้งการจัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด การเฝ้าตรวจช่องทางท่าข้ามต่างๆ รวมถึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อทำการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย และกวาดล้างกลุ่มผู้กระทำผิดกฎหมายในพื้นที่
ในส่วนของ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตเชียงราย มีภารกิจหลักในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวลำแม่น้ำโขง มีพื้นที่รับผิดชอบตามลำแม่น้ำโขงตั้งแต่สามเหลี่ยมทองคำ ที่บ้านสบรวก ต.เวียง อ.เชียงแสน ไปสิ้นสุดที่แก่งผาได บ้านห้วยลึก ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น รวมระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ 3 อำเภอ 8 ตำบล 39 หมู่บ้านมีหน่วยในบังคับบัญชา 2 สถานีเรือ คือ 1.สถานีเรือเชียงแสน และ 2.สถานีเรือเชียงของ โดยผลการดำเนินการที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอาทิ การจับกุมผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับ พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ,ศุลกากร, ป่าไม้ , ตรวจตนเข้าเมือง รวมถึง การจัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เพื่อพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ อาทิ ภัยหนาว อัคคีภัย ภัยแล้ง และอุทกภัย
ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ได้มุ่งเน้นการพัฒนากองทัพเรือ ให้ขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์ และพันธกิจ ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นให้กองทัพเรือ เป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลที่มีบทบาทนำในภูมิภาค และเป็นเลิศในการบริหารจัดการ เพื่อไปสู่ขั้นรุกคืบหน้า สถาปนาความมั่นคง” (Moveing Forward to Ensure Sustainability : MFES) โดยอยู่บนหลักคิดพื้นฐานที่ว่า “ที่มีอยู่ต้องรักษาให้อยู่ แล้วพัฒนาต่อไป” ซึ่งนับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้กองทัพเรือไปถึงเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของ พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ที่ว่า “ทหารเรือ ต้องเป็นกองทัพทหารของประชาชน หายใจ เชื่อมใจ และมีชะตาชีวิตร่วมกันกับประชาชน สู้เพื่อรับใช้ประชาชน ที่ใดมีศัตรู ที่ใดมีอันตราย ที่นั่นย่อมมีทหารของกองทัพเรือ ให้สมกับคุณค่าที่ส่งมอบให้กับสังคม เป็นกองทัพเรือ ที่ประชาชนเชื่อมั่น และภาคภูมิใจ”

กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ

error: Content is protected !!