วันจันทร์, 21 กันยายน 2563

ทดสอบ”แผนเผชิญเหตุ”รับโควิดฯ

“กลาโหม-สาธารณสุข”ฝึกร่วมเตรียมความพร้อมรับมือ COVID19ระลอก 2 ต่อเนื่อง2 วัน
ทดสอบ”แผนเผชิญเหตุของจังหวัด” กลุ่มเสี่ยงชายแดน จาก แรงงานต่างด้าว
เชียงใหม่ ตาก สระแก้ว ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ มาฝึกเอง
ส่วนอีก66 จังหวัด ประชุมทางไกล
“ปลัดกลาโหม” เตือน อย่าประมาท พร้อมระงับและควบคุมระดับพื้นที่ให้เร็วที่สุด หากแพร่ระบาด ระลอก2

พลเอก ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกลาโหม เปิดการฝึกร่วมtable top excercise ในการ “เตรียมความพร้อมรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID – 19 ระลอก 2” ที่อาจมีความเสี่ยงสูงเกิดขึ้น จากกิจกรรมต่างๆในประเทศและการแพร่ระบาดจากภายนอกประเทศที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า กระทรวงกลาโหมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นและมีทุกส่วนราชการเข้าร่วมการฝึก ที่ ศาลาว่าการกลาโหม

โดยดำเนินการฝึกระหว่าง 17 – 18 ส.ค.2563 เพื่อ ทดสอบแผนเผชิญเหตุของจังหวัดต่างๆ รวมทั้งแนวทางจัดสรรและบริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัด ภายใต้การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดย ศบค.-19

ซึ่งจำลองสถานการณ์ มุ่งเน้นไปที่ความเสี่ยงของกลุ่มจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าว จังหวัดที่เป็นช่องทางเข้าออกประเทศ จังหวัดที่มีนักท่องเที่ยว

โดยมี 4 จังหวัดเข้าร่วมการฝึก คือ กทม. อยุธยา สมุทรสาคร และชลบุรี

และมี 7 จังหวัดเข้าร่วมฝึกในพื้นที่ ประกอบด้วย เชียงใหม่ ตาก สระแก้ว ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ตและกระบี่ ในขณะที่อีก 66 จังหวัด ร่วมรับทราบผ่านระบบประชุมทางไกล

โดยใช้กลไกบริหารงานระดับพื้นที่ ผ่านศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของแต่ละจังหวัด

พร้อมทั้งจำลองสถานการณ์และประสานการทำงานร่วมกันในการใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เมื่อมีแผนยกเลิก พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

พล.อ.ณัฐ ได้กล่าวขอบคุณทุกส่วนราชการ ที่ให้ความสำคัญเข้าร่วมรับการฝึก และกล่าวถึงความสำเร็จของการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่ผ่านมาของรัฐบาล จากความตระหนักและความร่วมมือร่วมใจ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของประชาชนและทุกภาคส่วน

อย่างไรก็ตามสถานการณ์โดยรวมปัจจุบัน ยังไม่อาจประมาทได้ จากความเสี่ยงสูงของการแพร่ระบาดจากภายนอกและมาตรการผ่อนคลายภายในประเทศ

จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอก 2 ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยการฝึกร่วมกันจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาและปรับความสมบูรณ์ของแผนเผชิญเหตุของทุกจังหวัด ซึ่งหากเกิดการแพร่ระบาดขึ้นแล้วจำเป็นต้องช่วยกันระงับและควบคุมระดับพื้นที่ให้เร็วที่สุด เพื่อมิให้เกิด ผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ร่วมกันในภาพรวม

error: Content is protected !!