วันศุกร์, 18 กันยายน 2563

พระราชทาน นาม “ชลากาศยาน”

“เครื่องบินทะเล”
ฝัน ที่เป็นจริง!!
ของทีมนักวิจัย ทร.
ลงนามMOU
เตรียมเข้าสู่สายการผลิต
ใช้งานจริง
หลัง “บิ๊กตู่” หนุน ต่อเนื่อง!

ทีมงานวิจัยของกองทัพเรือ นำโดย พลเรือโท สมหมาย ปราการสมุทร หัวหน้าโครงการเครื่องบินทะเล พลเรือโท กฤชพล เรียงเล็กจำนงค์ ผอ.ท่าอากาศยานอู่ตะเภา และ นาวาโท ดร.บพิธ ทศเทพพิทักษ์ นักวิจัย ….สุดปลาบปลื้ม! พลเอกหญิง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน นามเรียกขาน”เครื่องบินทะเล” นี้ ว่า “ชลากาศยาน”

เครื่องบินทะเล นับเป็นก้าวสำคัญ ของโครงการวิจัย กองทัพเรือ ที่ได้เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์

ทั้งนี้ บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด และโครงการวิจัย กองทัพเรือ ได้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัย และพัฒนา โครงการวิจัยจัดสร้างต้นแบบเครื่องบินทะเล แบบ 2 ที่นั่ง ไปสู่การได้รับรองมาตรฐาน “ใบสมควรเดินอากาศ”

ทั้งนี้ จากการประชุม คณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ (กพน.) ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นความพยายาม ของทีมวิจัยเครื่องบินทะเล กองทัพเรือ
มาตั้งแต่ต้น

และมีพัฒนาการ ใช้ประโยชน์จากเครื่องบินทะเล ในการสำรวจ ลาดตระเวน ค้นหา รักษาความปลอดภัย การกู้ชีพ และการเข้าถึง อย่างมีประสิทธิภาพ ครบทุกมิติ องค์ประกอบด้านภารกิจความมั่นคง

โดยเฉพาะภารกิจของ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล(ศรชล.)

จึงได้มีมติเห็นชอบหลักการบูรณาการผลงานวิจัย ผลักดันโครงการเครื่องบินทะเล กองทัพเรือ สู่การใช้งานจริง และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

พลเรือโท กฤชพล กล่าวว่า พลเรือโท สมหมาย ปราการสมุทร ได้มีแนวคิด ความมุ่งมั่นอย่างสูง ในการผลิตเครื่องบินทะเล สามารถขึ้น-ลงได้ทั้งบนบกและในน้ำ ปฏิบัติอยู่ในอากาศได้นานไม่น้อยกว่า 2.5 ชม. บินไกลสุดไม่น้อยกว่า 200 ไมล์ทะเล รัศมีปฏิบัติการไม่น้อยกว่า 100 ไมล์ทะเล เพดานบินไม่น้อยกว่า 5,000 ฟุต บินได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ติดระบบการสื่อสาร เครื่องมืออำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ และอื่น ๆ ตามมาตรฐานสากล และตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ เพื่อไว้ใช้เองในกองทัพเรือ จนได้รับรางวัลชนะเลิศ อันดับที่ 1 ผลงานนวัตกรรม กลุ่มวิศวกรรมยานรบและอากาศยาน เมื่อปี พ.ศ.2559

และ ได้ทำบันทึกข้อตกลงระหว่างกันโดยมี พลเรือตรี เอก สารสาส กรรมการผู้จัดการ นาวาเอก ปริศฎางค์ เทศขุตทด รองคณะกรรมการผู้จัดการ ก็เพื่อบูรณาการสนับสนุนความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา ในสาขาวัสดุศาสตร์ วิศวกรรม และการผลิต รวมทั้งสาขาเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อพัฒนาการใช้ประโยชน์จากโครงการวิจัยให้สู่จุดหมายใช้งานได้จริง

จึงมีความจำเป็นต้องร่วมมือกันศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายผลวิจัยให้เกิดความก้าวหน้าต่อไป และเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การให้คำปรึกษา การออกแบบ การดำเนินการทอดสอบ

รวมถึงการประเมินประสิทธิภาพของผลงานที่ได้ดำเนินการวิจัย พัฒนาเพื่อส่งมอบให้กองทัพเรือ นำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตอีกด้วย

Cr.ThaiTrend พัชรพล ปานรักษ์

error: Content is protected !!