วันเสาร์, 19 กันยายน 2563

“บิ๊กป้อม” ถก “คกก.แม่น้ำโขง”

03 ส.ค. 2020
61

ปม ผลกระทบจาก “เขื่อนสานะคาม” ใน ลาว ห่างชายแดนไทย แค่2 กม. หวั่น เรื่อง Dam Break และการ Operate เขื่อน
กำชับ สทนช. ดูผลกระทบรอบด้าน สร้างโรงไฟฟ้าฯ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ข้ามพรมแดน จาก “เขื่อนหลวงพระบาง”
ย้ำ มุ่งแก้น้ำ เพื่อการเกษตร 8 จ.ริมโขง

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ เป็นประธานการประชุม คกก.แม่น้ำโขงแห่งชาติ ที่ ทำเนียบรัฐบาล รับทราบสถานการณ์ระดับน้ำแม่น้ำโขง

พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรองนายกฯเปิดเผยว่า
ในภาพรวมทุกสถานี แม่น้ำโขง มีระดับน้ำต่ำ การคาดการณ์ในช่วงฤดูฝน(ส.ค.-ต.ค.63) ระดับน้ำทุกสถานีจะสูงขึ้น แต่ค่าเฉลี่ย มีค่าระดับน้ำสูงกว่าปี 62 ซึ่งเป็นปีที่ระดับน้ำโขงต่ำมากที่สุด

ที่ประชุมได้รับทราบผลการศึกษา ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ข้ามพรมแดนปีงบประมาณ2562 โดยมีเครือข่ายภาคประชาชน 8 จังหวัด เข้ามามีส่วนร่วม

พบว่า ปัญหาที่คล้ายกันได้แก่ การไหลของน้ำมีความเร็ว และแรง ความผันผวนของระดับน้ำ การเปลี่ยนทิศทาง การพังทลายของตลิ่ง และตะกอนลดลง

การลดลงของชนิด และปริมาณปลา พืชน้ำบางชนิดสูญหาย สาหร่ายน้ำจืดลดลง กระทบต่อรายได้และวิถีชีวิต และกิจกรรมประเพณีของชุมชน ริมแม่น้ำโขง

โดย สทนช.ได้เตรียมปรับการสนับสนุนงบประมาณ โครงการนำร่องตามที่แต่ละจังหวัดเสนอ เพื่อรองรับการปรับตัวของประชาชนริมแม่น้ำโขง

และยังได้รับทราบ ผลสรุป กระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า ตาม PNPCAโครงการเขื่อนหลวงพระบาง สปป.ลาว ซึ่งเป็นความสำเร็จของไทยในการผลักดัน กลไกทางการเงิน (Financing Mechanism) เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ข้ามพรมแดน จากความคิดเห็นของภาคประชาชน ให้ได้รับการบรรจุเป็นครั้งแรกในถ้อยแถลง(Statement)

ที่ประชุม ได้เห็นชอบแนวทาง/ข้อตกลงโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสานะคาม สปป.ลาว ตามมติคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ให้ฝ่ายไทยต้องวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ทั้งด้านอุทกวิทยาและชลศาสตร์ ตะกอนและสัณฐาน แม่น้ำ ประมง และสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย เขื่อน การเดินเรือและเศรษฐกิจ สังคม

โดยเฉพาะเรื่อง Dam Break และการ Operate เขื่อน เนื่องจากเขื่อนสานะคาม อยู่ห่างชายแดนไทย เพียง 2 ก.ม. และเห็นชอบ ให้ สทนช.จัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วย ความร่วมมือด้านการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ำ แบบบูรณาการ ระหว่างไทย-ลาว เพื่อการแลกเปลี่ยน และแบ่งปันข้อมูล ด้านอุตุ – อุทกวิทยาและอื่นๆระหว่างกัน

พล.อ.ประวิตร ได้กำชับ สทนช.ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักให้ประสานการปฏิบัติกับ มท.,พน.,กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินงานต้องคำนึงถึงผลกระทบรอบด้าน

พร้อมติดตามโครงการนำร่องเพื่อบรรเทาปัญหาให้กับประชาชน ทั้ง8จังหวัดริมแม่น้ำโขง และขับเคลื่อนแผนการรับมือ ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งโครงการเขื่อนหลวงพระบาง และเขื่อนสานะคาม สปป.ลาว

โดยคำนึงถึงความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดี ระหว่างไทยกับ สปป.ลาว และกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง 6 ประเทศ โดยเฉพาะต้องสร้างการรับรู้/ความเข้าใจของพี่น้องประชาชนคนไทยในพื้นที่ ให้เกิดการยอมรับด้วย ต่อไป

error: Content is protected !!