วันเสาร์, 10 เมษายน 2564

Disease Free Zone

10 ก.ค. 2020
140

Beyond Standard:…”บิ๊กแดง” สั่งทำ อุโมงค์ ครอบ เส้นทางเดิน ของ“ผบ.ทบ.สหรัฐฯ”
ที่จะมาเยือน บก.ทบ.ที่อาคารศรีสิทธิสงคราม
กั้นเขต ชัดเจน จนกว่าจะพ้น ระยะกักตัว 14 วัน หลังเดินทางกลับ
ให้เป็น โมเดลต้นแบบ มาตรฐานในการรับคณะต่างชาติ มาเยือนนับจากนี้ ตามคำสั่ง ศบค.

“บิ๊กแดง”พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เตรียมใช้ อาคารศรีสิทธิสงคราม ต้อนรับ หารือ”ผบ.ทบ.สหรัฐฯ”
โดย สั่งทำอุโมงค์ครอบทางเดิน และพื้นที่อาคารศรีสิทธิสงคราม เพิ่อให้เป็น เขตกักกัน และติดข้อความ Disease Free Zone และ เตือนเรื่อง Social Distancing ในทุกระยะ และ ทุกแห่งมีการทำความสะอาดพื้นที่ด้วยการฆ่าเชื้อตามขั้นตอนที่ทาง ศบค. กำหนด
และจะ กั้นเขต ชัดเจน จนกว่าจะพ้น ระยะกักตัว 14 วัน หลังเดินทางกลับ

โดย 0930 น.เตรียม เข้าพบ”นายกฯบิ๊กตู่” ที่ทำเนียบฯ และเยือน บก.ทบ. แล้ว ไปญี่ปุ่น ต่อ

Gen James McConville ผบ.ทบ.สหรัฐฯ และคณะ เยือนประเทศไทยในฐานะแขกของ ทบ.
9 – 10 ก.ค. 63

เพื่อร่วมลงนามในเอกสารแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมระหว่าง ทบ. และ ทบ.สหรัฐฯ โดยเป็นการสานต่อความร่วมมือภายหลังการลงนามระหว่าง รมว.กห. กับ รมว.กห.สหรัฐฯ ในแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมระหว่างไทย – สหรัฐฯ ปี 2563 ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศ (Joint Vision Statement 2020 for the Thai – U.S. Defense Alliance) เมื่อ 17 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา

การลงนามในเอกสารแถลงการณ์ดังกล่าว เพื่อนำเรื่องที่กระทรวงกลาโหมทั้งสองประเทศได้แถลงไว้ในวิสัยทัศน์ร่วมไปสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือในการพัฒนากองทัพบกไทยให้มีศักยภาพ และความทันสมัย ด้วยการดำเนินการผ่านแผนงานความร่วมมือทางทหารในด้านต่าง ๆ

เช่น การแลกเปลี่ยนด้านกำลังพล (การเยือน/ศึกษาดูงาน/ฝึกปฏิบัติงาน/แลกเปลี่ยนประสบการณ์), การแลกเปลี่ยนทางด้านการข่าว, การฝึกร่วม/ผสม ที่จะมีรูปแบบที่หลากหลายและพัฒนาปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละปี, การแลกเปลี่ยนหลักสูตรการฝึกศึกษา, การพัฒนาหลักนิยม และการสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุง เป็นต้น

ซึ่งคณะของ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ อยู่ภายใต้ข้อพิจารณาดังกล่าว โดยคณะฯ ของ ฝ่ายสหรัฐฯ ได้ยืนยันที่จะปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขของไทย และมาตรการ ของ ศบค. อย่างเคร่งครัดทุกประการ ดังนี้
1. คณะฯ ขนาดเล็กไม่เกิน 10 คน
2. ใช้เวลาอยู่ในไทยระยะสั้นเพียง 2 วัน
3. มีหนังสือที่รับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้ (Certificate of Entry – COE) มีใบรับรองแพทย์สำหรับการเดินทาง (Fit to Fly Health Certificate/Fit to Travel Health Certificate) และมีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรคไวรัสโควิด – 19 โดยวิธีการตรวจ RT-PCR ระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง

4. จัดว่าที่ ผชท.ทบ.ไทย/วอชิงตัน เป็นนายทหารติดต่อ (Liaison Officer) และ เจ้าหน้าที่ รปภ. ติดตามคณะฯ ตลอดห้วงระยะเวลาที่อยู่ในไทย
5. มีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จาก กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลพระมงกุฎ ติดตามตลอดเวลา
6. มีกำหนดการเดินทางและสถานที่จะไปที่แน่นอนชัดเจน และเดินทางด้วยยานพาหนะที่ ทบ. จัดเตรียมไว้
สำหรับมาตรการสำคัญเมื่อคณะฯ เดินทางมาถึงและระหว่างอยู่ในประเทศไทยประกอบด้วย
1. มีการคัดกรองทางเดินหายใจและวัดไข้ที่ช่องทางเข้า – ออก ผ่านเครื่อง Thermoscan และมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ซี่งมีชุด Swab test ของ กระทรวงสาธารณสุข และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (AFRIMS) ร่วมกันตรวจ รวมทั้งมีการทำความสะอาดกระเป๋าสัมภาระของคณะฯ ด้วยการฉีดพ่นสารเคมี โดยเจ้าหน้าที่ วศ.ทบ. ซึ่งสวมชุดป้องกันการติดเชื้อ (PPE) และถุงมือยาง
2. มีการแยกยานพาหนะระหว่างคณะฯ ที่มาจาก สหรัฐฯ และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย
โดยยานพาหนะของคณะสหรัฐฯ มีกระจกกั้นแยกระหว่างห้องพลขับและห้องผู้โดยสาร
โดยสามารถติดต่อทางวิทยุสื่อสาร
3. คณะฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สวมหน้ากากอนามัยตลอดห้วงการเยือนทุกสถานที่
4. การเข้าร่วมพิธีต่าง ๆ ยังคงยึดถือมาตรการ Social distancing โดยมีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล อย่างน้อย 1 เมตร
5. งดการทักทายด้วยการสัมผัสมือ และสัมผัสสิ่งของร่วมกัน
6. ลดจำนวนผู้เข้าร่วมพิธี หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในแต่ละสถานที่
7. สถานที่ที่อยู่ในกำหนดการเยือนทุกแห่งมีการทำความสะอาดพื้นที่ด้วยการฆ่าเชื้อตามขั้นตอนที่ทาง ศบค. กำหนด
8. การรับประทานอาหาร ลักษณะการจัดอาหารให้แบบเฉพาะบุคคล โดยผ่านการแนะนำและตรวจสอบจาก เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของ ศบค.
9. จัดให้มีเจลล้างมือทำความสะอาด เตรียมพร้อมทุกสถานที่
โดยสรุป การเดินทางเยือนไทยของ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ และคณะ ในครั้งนี้ นอกจากเป็นไปตามแผนการปฏิบัติภายใต้กรอบความร่วมมือที่มีร่วมกัน ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกองทัพบกของทั้งสองประเทศแล้ว

error: Content is protected !!