วันจันทร์, 12 เมษายน 2564

จาก ดราม่า “ผบ.ทบ.สหรัฐฯ” ไม่ตรวจโควิดฯ ไม่กักตัว มา ดราม่า “ทูตสหรัฐ” ไม่สวม แมสก์พบ “สมคิด”

05 ก.ค. 2020
406

ในช่วงที่คนไทย หวาดหวั่นเชื้อโควิดฯ นำเข้า จากต่างชาติ หรือคนไทยที่มาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐ ที่ติดเชื้อหนักสุด….. ข่าว การมาเยือนไทย ของ Gen James McConville ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ที่จะมาเยือนไทย 9-10 กค.นี้ …..จึงยิ่งถูกจับตามอง

และก็เจอ “เกมการเมืองฯ” ปูดข่าว กระหน่ำว่า ไม่ยอมตรวจ โควิดฯ ไม่ยอมกักตัว

จนทั้ง ผบทบ.สหรัฐฯ และ บิ๊กแดง พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เจ้าภาพ โดนถล่มหนัก เพราะลำพัง บิ๊กแดง ก็เป็นเป้าทางการเมืองของฝ่ายตรงข้าม อยู่แล้ว …. งานนี้ เจอ ศึกใน เข้าไปด้วย

จนทั้งตัว พลเอก อภิรัชต์ เอง ที่ออกมาชี้แจงว่า Gen McConville ยอมปฏิบัติตามมาตรการ สธ. ตั้งแต่ต้น คือ ตรวจโควิดฯ และกักตัว ที่สหรัฐฯมาก่อน พร้อมใบ Fit to Fly และตรวจอีกครั้ง ก่อนเดินทางใน 72 ชม. เมื่อมาถึงสนามบิน จะตรวจโควิดฯ โดยทีม สธ.ไทย อีกครั้ง และเดินทาง ไปในพื้นที้ที่กำหนดในกำหนดการเท่านั้น และเป็นการเยือนคณะเล็ก 6 คน ในเวลา 2 วัน และมาโดยเครื่องบินส่วนตัว จากการเยือน สิงคโปร์ และลงจอด ที่ กองบิน6 ทอ. ดอนเมือง เมื่อเสร็จภารกิจ พบ พลเอกประยุทธ์ และ พลเอก อภิรัชต์ แล้ว ในวันที่10 กค.จะเดินทางไป เยือน ญี่ปุ่น ต่อ

แต่มีรายงานว่า จุดที่ทำให้เกิดประเด็น ดราม่า ขึ้น และนำไปขยายผล บิดเบือน คือ จากประเด็นที่ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ขอให้ ทีมแพทย์ทหารบกของสหรัฐ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์AFRIMS ไทย-สหรัฐฯ ที่อยู่ในประเทศไทย เป็นทีมที่มาตรวจ แต่ ทาง สาธารณสุขไทย ยืนยันว่า ควรจะเป็น ทีม สธ.ของไทยเราเองมากกว่า

ซึ่งเมื่อทาง ศบค. ยืนยันไป ทางสหรัฐฯ ก็ไม่มีปัญหา พร้อมทำตามนั้น ในการให้ ทีมแพทย์สธ. เป็นผู้ตรวจโควิดฯ และจัดทีมแพทย์สธ.ติดตามฯ

จุดนี้ ถูกกระพือว่า ผบ.ทบ.สหรัฐฯไม่ยอมตรวจโควิดฯ นั่นเอง

และมีการปูดข่าว เป็นว่า ผบ.ทบ.สหรัฐฯ อวดเบ่ง ไม่ยอมตรวจ โควิดฯ ไม่ยอมกักตัว

ส่วนประเด็น ไม่ต้องกักตัว 14 วันนั้น จน…..พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ต้องชี้แจงว่า พลเอกJames McConVille มาเยือนประเทศไทย ในฐานะแขกของกองทัพบก หลังได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าราชอาณาจักรตามข้อตกลงพิเศษ Special Arrangement ในฐานะแขกทางการ ที่เข้าเงื่อนไขไม่ต้องกักตัว 14 วัน แต่ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการ 6 ข้อ ของ ศบค.อย่างเคร่งครัด ซึ่งทุกคนยินดีและพร้อมปฎิบัติตาม

อีกทั้ง ผบ.ทบ.สหรัฐฯ มีกำหนดเข้าพบ พลเอกประยุทธ์ ด้วย ทางสหรัฐฯเขายินดี ไม่ได้อิดออดใดๆ

ก่อนหน้านี้ พลเอกประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมา ตั้งแต่ พค. ที่ผ่านมา ศบค. อนุญาตให้ นักธุรกิจ ที่มีกิจการในไทย และต่างชาติ ที่เป็นอาจารย์สอน ในไทย และนักเรียนต่างชาติ ที่เรียนในไทย เข้าประเทศ มาแล้ว โดยให้กักตัว แบบAlternative State Quarantine แบบจ่ายเงินเอง 14 วัน มาแล้ว

ต่อมา ศบค. มีคำสั่งให้ ต่างชาติ 11 ประเภท. เข้าไทย ได้ โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน แต่ต้องปฏิบัติตามกฏ โดยเฉพาะ พวกที่มาเจรจาธุรกิจการลงทุ
ไม่เกิน14 วัน ไม่ต้องกักตัว

จาก ผบ.ทบ.สหรัฐฯ มา กรณีนายMichael George DeSombre เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าพบ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อ2 กค.ที่ผ่านมา ที่ ทำเนียบฯ

มีการแชร์ภาพ ทูตสหรัฐฯ ตอนที่ไม่สวม แมสก์ แล้วนำมาโจมตี ….

แต่ความจริงแล้ว. ทูตสหรัฐฯ สวมแมสก์ มา แต่ถอดออก ตอนนั่งโต๊ะประชุม กับนายสมคิด ซึ่งมีระยะห่าง จึงใส่ๆถอดๆ เวลาพูด

โดยก่อนเข้าพบ ก็ผ่านการคัดกรอง ของตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล แล้ว

และถอดแมสก์ ตอนที่ ให้สัมภาษณ์นักข่าว เพราะ กลัวนักข่าวได้ยินไม่ชัด ส่วนนักข่าว สวมแมสก์ทุกคน

ก่อนเดินทางกลับ ที่นายสมคิด ออกมาส่ง ซึ่ง ทูตสหรัฐฯ ถอดแมสก์อยู่พอดี และก็จับมือ นายสมคิด อำลา

ซี่งจุดนี้ ถูกมองว่า ไม่เหมาะสม

และนำภาพนี้ และภาพ ช่วงที่ ถอด แมสก์ แชร์ โจมตี ต่อเนื่องกับกระแส โจมตี ผบ.ทบ.สหรัฐฯ นั่นเอง

สหรัฐอเมริกา ติดโควิดฯ มากที่สุด และยังคงควบคุมไม่ได้ รวมทั้ง พฤติกรรมของ Donald Trump จึงส่งผลให้ คนอเมริกัน ไปไหน คนก็หวาดระแวง

งานนี้ การเมืองระหว่างประเทศ ผนวกกับ การเมืองในประเทศ และการเมืองในฝั่งเดียวกัน ผสมโรงด้วย…. เลย เป็นเช่นนี้

error: Content is protected !!