วันศุกร์, 16 เมษายน 2564

ประกาศิต “กอ.รมน.ทะเล”

24 มิ.ย. 2020
195

 

“ผบ.ทร.”ลุยทะเล
ตรวจคอกหอย-ขนำ
อนุมัติ แผน 3 ระยะ
4 แนวทาง ของ “กอ.รส.อ่าวบ้านดอน”
แก้ไขปัญหาการบุกรุกทะเล ระยะยาว
ชี้ เป็นประวัติศาสตร์ บูรณาการทุกฝ่าย
หลังมี พรบ.ศรชล
เทียบ “กอ.รมน.ทะเล”
ระบุ นี่คือความมั่นคง
ไม่ใช่การผิดกฎหมายโดยปกติทั่วไป หนักกว่า seasteading

เตือนลูกน้อง อดทน อย่ายอมแพ้ “กระสุนน้ำตาล” ผลประโยชน์
“อย่าเปิดประตูบ้าน ให้แมลงวันเข้าบ้าน” ยึดอุดมการณ์ชาติ
ย้ำสามัคคี แก้ปัญหา อิทธิพล ถ้าเหนือบ่ากว่าแรง ให้รีบบอก
จงอย่าได้แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทำกฎหมายให้ ศักดิ์สิทธิ์ ตรงไปตรงมา
อย่าเป็นเครื่องมือของฝ่ายใด

.
พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ / รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)

และ พลเรือเอก สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะ เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (เลขาธิการ ศรชล.) ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โดย มี “กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย และแก้ไขปัญหาการบุกรุก พื้นที่สาธารณะ บริเวณอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ศรชล.ภาค 2

ที้ วัดชลธาร ตำบลบางไทร อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี พลเรือโท สำเริง จันทร์โส ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 (ศรชล.ภาค 2)

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ศรชล.จังหวัดสุราษฎร์ธานี) นาวาเอก วศากร สุนทรนันท์ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ ศรชล.ภาค 2 และศรชล.จ.สุราษฎร์ธานีร่วมลงพื้นที่

เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณอ่าวบ้านดอน และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม

และเพิ่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ความกดดันของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

ทั้งนี้ พลเรือเอกลือชัย ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โดยได้สั่งการให้ ทัพเรือภาคที่ 2 ในฐานะศูนย์อำนวยการการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 (ศรชล.ภาค2) ดำเนินการพบปะเพื่อเจรจาผู้เกี่ยวข้อง ในการกำหนดเป้าหมาย แนวทาง และระยะดำเนินการ

ประกอบด้วย
1.) ให้กลุ่มผู้ประกอบการหรือผู้ที่อ้างสิทธิ์ในการครอบครองพื้นที่สาธารณะโดยมิชอบด้วยกฎหมาย บริเวณอ่าว บ้านดอน คืนพื้นที่สาธารณะด้วยความเต็มใจ
2.) สำรวจสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ครอบครองพื้นที่สาธารณะโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
3.) รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งปวง เช่น คอกหอย ขนำ และดำเนินคดีถึงที่สุด
4.) จัดระเบียบ กำหนดมาตรการหรือแนวทางต่าง ๆ เพื่อความยั่งยืนในอนาคต

สำหรับระยะเวลาในการดำเนินการแบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 ดำเนินการ
ตามแผนงานในพื้นที่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี และ อ.พุนพิน

ระยะที่ 2 ดำเนินการตามแผนงานในพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์

ระยะที่ 3 ดำเนินการตามแผนงานในพื้นที่ อ.ไชยา และ อ.ท่าฉาง โดยศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 จะอำนวยการในการดำเนินการทั้งปวง

และให้การสนับสนุนช่วยเหลือศูนย์อำนวยการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อผลประโยชน์โดยตรงของประชาชน และประเทศชาติ

โดยมีหน่วยร่วมดำเนินการประกอบด้วยหน่วยงานในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่
1.) ประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี 2.) เจ้าท่าภูมิภาคสาขาสุราษฎร์ธานี 3.) กรมทรัพยากรทางทะเล
และชายฝั่งที่ 4 4.) กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจน้ำ 5.) ด่านศุลกากรบ้านดอน 6.) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัด สุราษฎร์ธานี 7.) ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ขณะที่ ทัพเรือภาคที่ 2 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2ได้ขอรับการสนับสนุนกำลังพลจาก ทัพเรือภาค 2 ออกลาดตระเวนดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่อ่าวบ้านดอน โดยการกำหนดมาตรการต่าง ๆ นั้น มีความมุ่งหวังเพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่สาธารณะของอ่าวบ้านดอนได้อย่างเท่าเทียม บนพื้นฐานของความถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อร่วมกันสร้างผลผลิตให้ทรัพยากรหอยแครงคงความอุดมสมบูรณ์ตลอดไป

พลเรือเอก ลือชัย ได้ให้โอวาทแก่เจ้าหน้าที่ประจำ กอ.รส.อ่าวบ้านดอน ว่า

“วันนี้เป็นประวัติศาสตร์หน้าแรกของ ศรชล.ภาค ที่ 2 และประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ของ ศรชล.อย่างเต็มที่ 

แต่ก่อนนี้ในการทำงานทางเรือทางทะเลก็ต่างคนต่างทำ

แต่ ณ บัดนี้มีพระราชบัญญัติ ศรชล. เกิดขึ้นแล้ว บางคนอาจจะเข้าใจได้ง่ายว่าคือ การรักษาความมั่นคงทางทะเลหรือ กอ.รมน.ในทะเล ซึ่งแตกต่างจาก กอ.รมน.ทางบก อย่างมาก

อีกบทบาทหนึ่งคือ นับจากนี้ต่อไปคำว่า “ผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล” จะปรากฏขึ้นโดยลำดับ เหตุการณ์ของการแย่งหอยแครงในทะเล ต้องแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ของชาติทางทะเล กับผลประโยชน์ส่วนตนทางทะเล เราจะไม่ยอมให้ผลประโยชน์ส่วนตน มาอยู่เหนือผลประโยชน์ของชาติโดยเด็ดขาด

ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่กล้าหาญในการแก้ปัญหาที่จะเผชิญกับความไม่ชอบมาพากลของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ หรือกลุ่มคนที่ประกาศยกเลิกการสร้างขนำในทะเล

ขอให้ข้าราชการใน ศรชล. และกองทัพเรือได้ตระหนักว่านี่คือความมั่นคงไม่ใช่การผิดกฎหมายโดยปกติทั่วไป

ในปีที่แล้วหลายคนคงรับทราบและจำได้ก็คือที่เรียกว่า seasteading คือการสร้างที่พักอาศัยในทะเลโดยมิชอบทางกฎหมาย

แต่ในวันนี้สิ่งปลูกสร้างในทะเลที่อ่าวบ้านดอน มีความร้ายแรงกว่า เพราะเป็นการสร้างกันอย่างถาวรในทะเล เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องทำ

ขอให้ทุกท่านทุกคนจงตระหนักในข้อนี้ให้ดี บทบาทหน้าที่ของทุกหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการใน ศรชล. ขอจงร่วมมือร่วมใจกันทำงานนี้เพื่อชาติให้สำเร็จ

จงอย่าได้แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ขอให้อยู่บนพื้นฐานของกฎหมายที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ตรงไปตรงมา อย่าได้เป็นเครื่องมือของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าทหารข้าราชการต้องทราบดี ปัจจุบันอุดมการณ์ชาติน้อยลงไป

ผมได้ย้ำเตือนกำลังพลในกองทัพเรืออยู่เสมอว่าแต่ก่อนนี้ เราสู้กับกระสุนเหล็ก แต่วันนี้ที่ร้ายแรงกว่ากระสุนเหล็ก ก็คือกระสุนน้ำตาล เรามักหลงใหลไปกับความชื่นชม ความสะดวกสบาย ลาภสักการะ จนลืมชาติบ้านเมือง ลืมเรื่องความมั่นคง

ขอให้ตระหนักข้อนี้ให้ดี ตราบใดที่เราไม่หลงกระสุนน้ำตาล ก็เชื่อว่าจะแก้ปัญหานี้ไปได้ด้วยดี บนพื้นฐานของความเข้าใจของทุกฝ่าย จงเข้าใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนหาเช้ากินค่ำที่ถูกรังแกจากผู้มีอำนาจที่เหนือกว่าโดยมิชอบ

ขอเป็นกำลังใจให้ปฏิบัติงานไปด้วยความเรียบร้อย หากมีข้อเหลือบ่ากว่าแรงขอจงรีบรายงานและขอจงทำงานด้วยความสมัครสมานสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ”

พร้อมกันนี้ ได้ยกตัวอย่างว่า
“ประตูบ้าน ถ้าปิดอยู่แมลงวันย่อมไม่เข้าฉันใด เช่นเดียวกัน หากเราสามัคคีกันเป็นหนึ่งเดียว ก็จะทำให้สิ่งที่ไม่ชอบมาพากลจะสูญสลายไปได้โดยสิ้นเชิง จงยึดคำพูดคำนี้ เป็นประโยชน์เป็นในการนำทางส่องการแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองต่อไปในอนาคต”

ทั้งนี้ เรื่องนี้ ในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ 2 เป็นกรณีแรกที่ใช้บูรณาการของ ศรชล. เต็มรูปแบบ ทั้ง กองทัพเรือ ตำรวจน้ำ กรมประมง กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมศุลกากร มาร่วมมือกัน ทั้ง 6 หน่วยงาน
เพราะเป็นปัญหาที่สะสมมานานกว่า 20 ปี

“ก็เห็นแล้วว่าบางขนำเริ่มถอนแล้ว เป็นสิ่งบอกเหตุว่าเริ่มจัดการได้แล้วความรุนแรงที่ผ่านมาใน 2-3 วันหรือสัปดาห์ ที่ผ่านมาท่านเห็นว่าความรุนแรงหายไปแล้วในสิ้นเชิง

นั่นคือสิ่งบอกเหตุว่าจัดการได้แน่ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้และอย่างเมื่อก่อนเหตุการณ์มีมานานแล้วเพราะ ศรชล.ยังไม่เกิดแต่ตอนนี้เกิดขึ้นแล้วเราก็จัดการได้แล้วอย่างที่บอกเชื่อได้ว่าในอนาคตก็จะเรียบร้อยและแผนการในอนาคตต่อไปทำยังไงให้ยั่งยืนในสิ่งที่เราต้องทำต่อไป ”

error: Content is protected !!