วันอาทิตย์, 1 สิงหาคม 2564

80 วัน เคอร์ฟิว

18 มิ.ย. 2020
161

 

“บิ๊กกบ” เยี่ยมกรมปทุมวัน ชื่นชม ตำรวจ-ฝ่ายความมั่นคง ทำงาน ไม่มีย่อหย่อนเลย แม้สักวันเดียว ไม่มีแม้เรื่องร้องเรียน ทำเสียหาย เผย “บิ๊กตู่” ฝากชื่นชม ขอบคุณ เผย ใช้ตำรวจจากทั้ง 9 ภาค กว่า 4 หมื่นคน ตั้งจุดตรวจ ด่าน กว่า 1600 จุด

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด19) หรือ ศบค.มอบหมายให้ พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.) ตรวจเยี่ยมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

โดยมี พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมทั้งผู้บังคับบัญชาและกำลังพลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้อนรับ

พลเอกพรพิพัฒน์. กล่าวว่า ได้นำความห่วงใยและคำชื่นชมจากนายกรัฐมนตรี มายัง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักตลอด 24 ชั่วโมง ถือเป็นหน่วยหลักที่จัดกำลังเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)

และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ในการบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นโดยลำดับ

ตั้งแต่26 มีนาคม2563 จนยกเลิก เคอร์ฟิว เมื่อ 14 มิย.2563 รวม80 วัน ที่ สตช. ตั้งด่านจุดตรวจ โดยใช้ตำรวจจากทั้ง 9 ภาค กว่า 4 หมื่นคน ตั้งจุดตรวจ ด่าน กว่า 1600 จุด

และมีการปรับรูปแบบ หลังยกเลิกเคอร์ฟิว โดยตั้งจุดตรวจที่จำเป็น และมีชุดลาดตระเวน และปรับบทบาท

ที่ผ่านมา ทหาร ตำรวจ เราก็พยายามยืดหยุ่น ขั้นตอนต่างๆ ไม่ขัดขวางการทำมาหากินตามปกติ

“ตลอด 80 วัน ไม่พบเลยว่า ตำรวจมีการปฏิบัติใด ที่ทำให้เกิดความเสียหายเดือดร้อน รำคาญ เลย ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างสุขุม สุภาพ นุ่มนวล ในทุกจุดทุกด่าน ไม่มีเรื่องร้องเรียน ทำเกินหน้าที่ นายกฯชมเชย”

เราต้องบรรเทาความเดือดร้อน ของประชาชน มากที่สุด

พลเอก พรพิพัฒน์ ภาพรวมของประเทศ ไทยเราแสดง ควาทเป็นน้ำหนุ่ง เราทำได้ดี ปชช เชื่อถือแฏิบัติตาม

ซึ่งนอกจากจะเป็นที่เชื่อมั่นและได้รับการยอมรับจากภายในประเทศแล้ว องค์กร Global COVID-19 (GCI) ยังจัดให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ฟื้นตัวจาก COVID-19 เป็นอันดับ 2 ของโลกอีกด้วย

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการแจ้งเบาะแสผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการฯ ทางสายด่วน 191 ,1599 และ 1138

ตลอดจนลงทะเบียนเข้าใช้งาน Platform/Application ไทยชนะ เพื่อร่วมประเมินผลสถานประกอบการที่ประชาชนไปใช้บริการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการให้ข้อมูลสถานประกอบการที่อาจมีข้อบกพร่องอยู่

โดยทหารและตำรวจขอยืนยันความพร้อมในการบูรณาการ
ความร่วมมือปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของรัฐบาล ในการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

รวมทั้งแก้ไขปัญหาสำคัญด้านอื่นๆ ของชาติ อันจะมาซึ่งความมั่นคง และความสงบสุขของพี่น้องประชาชนตลอดไป

error: Content is protected !!