วันพุธ, 14 เมษายน 2564

ผุด “กล่มสหมิตร กลุ่ม ฟรีแล้นซ์” ใน พปชร.

12 มิ.ย. 2020
167

แยกวง เพิ่มอำนาจต่อรอง
“บี”พุทธิพงษ์”บอก ไม่ใช่เจ้าของชีวิตใคร
หากมี สส.กทม.คิดแยกก๊วน
แต่เชื่อ ต่อรอง “ลุง” ไม่ได้

.
“บี”พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลฯและรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความไม่เป็นเอกภาพ หลังกลุ่มส.ส. กทม. ไปลงพื้นที่กับกลุ่มของ มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไร ยังทำงานร่วมกันและยังประชุมสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันอยู่

ส่วนการลงพื้นที่ก็เป็นนโยบายที่เราสนับสนุน ซึ่งที่ผ่านมาตนก็ส่งถุงยังชีพให้ส.ส.ทุกเขตในกทม.อยู่แล้ว ส่วนใครจะชวนใครลงพื้นที่ไม่เป็นปัญหา เพราะเป็นหน้าที่ส.ส.ที่ต้องลงพื้นที่ดูแลความเดือดร้อนของประชาชน

เมื่อถามว่า มีการมองว่าภาพส.ส.กทม. แตกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่อยู่กับนายพุทธิพงษ์ มี 7 คนและกลุ่มที่อยู่กับน.ส.วทันยา มี 5 คน นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ก็ยังไม่มี​ ต้องดูยาวๆ ทุกอย่างเป็นไปได้ เชื่อว่าเมื่อมีการเลือกกก.บห. เสร็จ ผู้บริหารใหม่ที่เข้าไปก็คงทำให้ทุกอย่างมีเอกภาพมากขึ้น

และหลายข่าวในอดีตที่ผ่านมาก็อาจเป็นการคิดกันไปเองว่าการทำแบบนี้จะได้มาซึ่งแบบนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปจะเข้าใจใน​ พปชร.ที่มีแนวคิดจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบริหาร คือเรื่องสาระสำคัญของการทำงานของพรรค ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา 1 ปี สถานการณ์ของพรรคในเรื่องการทำงานยังมีหลายอย่างที่ต้องทำแต่ยังไม่ได้ทำ ซึ่งไม่ได้เป็นความผิดของใครต่างคนต่างก็มีภารกิจ

อีกเรื่องกก.บห. ชุดแรกเริ่มมีตั้งแต่ก่อตั้งพรรคมาและเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง แต่ปัจจุบันเรามีส.ส.ร้อยกว่าคน รวมทั้งมีสาขาและสมาชิกอีกจำนวนมาก จึงควรมีองค์ประกอบของส.ส.ในแต่ละภาคเข้ามาเป็นกก.บห. เพื่อมีส่วนร่วมสะท้อนปัญหาของประชาชน จึงถึงเวลาที่จะปรับเปลี่ยน

เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่ากลุ่มกทม. ไม่ได้แตกเป็น 2 ส่วน นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า “ถ้าความสัมพันธ์ส่วนตัวคิดว่ายังดีอยู่ เพียงแต่เราไม่ปิดกั้นความคิดใครว่าจะต้องสนับสนุนใครและหากมีกก.บห.พรรค จะสนับสนุนใครส่วนตัว ผมก็ไม่เคยไปคุยกับน้องๆ ว่า ต้องเลือกใครหรือสนับสนุนใคร เพราะเป็นส.ส.กันแล้ว แต่ละคนมีความคิดเป็นของตัวเอง ผมไม่เคยปิดกั้นใคร มันก็เลยเป็นสถานการณ์มาจนถึงวันนี้

“เราไม่ใช่เจ้าของชีวิตเขา ไม่ใช่เจ้าของความคิดเขา อาจดูว่าเหมือนเราไม่ได้พูดคุยกัน แต่ความสัมพันธ์ส่วนตัวผมว่ายังดีอยู่ ไม่ได้มีอะไรมาก และเท่าที่ดูจากสื่อก็ไม่มีเรื่องการต่อรอง ผมยังไม่เห็นอะไรเหล่านั้น”

เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าจะมีการชวนส.ส.กทม. ออกไปตั้งกลุ่มเพื่อต่อรองทางการเมือง นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจเรื่องการไปตั้งกลุ่ม เพราะตนไม่ได้ทำ แต่ไม่เชื่อเรื่องการต่อรองตำแหน่ง ถ้าจะมีการเปลี่ยนหรือปรับต่างๆ ไม่เชื่อว่านายกรัฐมนตรี จะใช้เหตุผล

โดยการไปดูเรื่องการจับกลุ่มในพรรคของเราเอง มันไม่ใช่ระบบและวิธีที่ถูกต้อง ซึ่งระบบนี้อาจใช้ได้ในช่วงก่อนเลือกตั้ง ว่ามีใครสนับสนุนผู้สมัครคนไหน เพื่อช่วยให้ได้เป็นส.ส.

แต่หลังมีการเลือกตั้งมานานแล้วมารวบรวมส.ส.ในพรรคตัวเองเพื่อเป็นพลังในการต่อรองตำแหน่งนั้น ผมไม่คิดว่าระบบนี้จะเกิดขึ้น เพราะถ้ามีคงเป็นปัญหากันใหญ่ เพราะทุกคนคงไปรวบรวมส.ส.ขึ้นมาต่อรอง จึงไม่คิดว่าระบบนี้เป็นระบบที่นายกฯจะใช้ แต่ตนไม่ทราบเพราะเป็นเรื่องของนายกฯ แต่คิดว่าถ้าใช้ระบบนี้จะยุ่งกันไปใหญ่ทุกภาคและทุกโซน

เมื่อถามว่ารู้สึกน้อยใจหรือไม่​ เพราะได้ช่วยสนับสนุนมาตั้งแต่ต้น​ แต่ตอนนี้กลับจะย้ายกลุ่ม นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ส่วนตัวยอมรับว่าตนเป็นทาบทามและคนชวนส.ส.และผู้สมัครกทม.เกือบทุกคนมาเอง โดยดูจากคุณสมบัติของแต่ละคน แต่ตนไม่สามารถไปเป็นเจ้าของความคิดและความเห็นของใครได้

“วันหนึ่งหากใครคิดจะไปไหน ก็ต้องให้เกียรติและสิทธิ์ แต่ถ้าถามว่ารู้สึกอย่างไรส่วนตัว ไม่ได้เสียใจอะไร

และคิดว่าเขาเป็นบุคลากรที่ดีและมีความคิดเป็นของตัวเอง แต่ถ้าวันหนึ่งผมนั่งคิดได้ ก็อาจเสียใจด้วยตัวเองว่า เราเลือกมาเองและสนับสนุนเขาไปถึงฝั่งแล้ว ก็เป็นสิ่งที่เขาจะดำเนินการได้ตามความคิดของเขา ส่วนผมก็มีความคิดของผมเอง”นายพุทธิพงษ์ กล่าว

error: Content is protected !!