วันพุธ, 14 เมษายน 2564

“นายกฯบิ๊กตู่”แจง สภาฯ ใช้งบฯกลาง แก้โควิดฯไปกว่า 5.6หมื่นล้านแล้ว

05 มิ.ย. 2020
177

“นายกฯบิ๊กตู่”แจง สภาฯ
ใช้งบฯกลาง แก้โควิดฯไปกว่า 5.6หมื่นล้านแล้ว
เผย ใช้งบฯกลาง ทำอะไรไปบ้าง
10 ประเภท
เบี้ยหวัด เลื่อนขั้น รักษาความสงบ
รวมทั้งโครงการพระราชดำริ-การรับเสด็จฯและ การเสด็จพระราชดำเนินของประมุขต่างประเทศ
สำรองจ่ายฉุกเฉิน
ยอมรับ ใช้งบฯกลาง แก้ปัญหา ให้ประชาชน เวลา ครม.สัญจร ลงพื้นที่
จนเหลือ 400 กว่าล้านเท่านั้น

ต้องออกพ.ร.บ.โอนงบฯ วงเงิน 8.8 หมื่นล้าน เข้างบฯกลาง
แจง กลาโหม ตัดงบฯ 1.77 หมื่นล้านบาท มาโปะ งบฯกลาง ยัน อาวุธยุทโธปกรณ์ต้องมี ขอให้เข้าใจหน้าที่ทหาร ช่วยทุกอย่าง โควิดฯ ภัยแล้ง ดูแลประขาชน หน้าที่หลักก็ต้องทำ

.
.
ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชี้แจงเสนอหลักการและเหตุผล ว่า ร่างพ.ร.บ.โอนงบฯ หลักการคือให้โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ของหน่วยรับงบประมาณเป็นบางรายการ ไปตั้งจ่ายเป็นงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 88,452,597,900 ล้านบาท

โดยงบฯของหน่วยรับงบประมาณ 39,893.1111 ล้านบาท งบฯรายจ่ายบูรณาการ 13,56.4868 ล้านบาท และงบฯรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ 35,303.0000 ล้านบาท

ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพราะถือเป็นภัยพิบัติร้ายแรงของประเทศและเศรษฐกิจโดยรวม

ที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้จ่ายในงบประมาณกลางรายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินการตามแผนเร่งด่วนต่างๆ ส่งผลให้งบฯ กลางเงินสำรองจ่ายที่ตั้งไว้ไม่เพียงพอ

งบกลาง มีทั้งเบี้ยหวัดบำนาญ สำหรับปรับเงินเดือนข้าราชการและเงินสมทบลูกจ้างประจำ กว่า 5.1แสนล้านบาท เป็นเงินสำรองกรณีฉุกเฉิน 96,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ใช้จ่ายไปแล้วเหลือเพียง 400 ล้านบาทเท่านั้น

โดยแบ่งออกเป็นค่าใช้จ่าย 4 กลุ่ม คือ

– เงินสำหรับการแก้ปัญหาสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 จำนวน กว่า 56,000 ล้านบาท

– ค่าใช้จ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งและอุทกภัยกว่า 18,000 ล้านบาท

– ค่าใช้จ่ายด้านเศรษฐกิจและสังคม กว่า 11,000 ล้านบาท

-ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการภาครัฐ กว่า 9,000 ล้านบาท โดยรวมที่ใช้ไปแล้ว กว่า 95,000 ล้านบาท ซึ่งเหตุผลที่จำเป็นต้องใช้งบกลางไปก่อน เพราะ พ.ร.บ.โอนงบ และพ.ร.ก.กู้เงินยังไม่ออก จึงขอให้เข้าใจสัดส่วนงบกลางให้ดีก่อน ย้ำว่าการบริหารเงินไม่ใช่อำนาจการบริหารของนายกฯเพียงอย่างเดียว เพราะไม่ใช่เงินของนายกฯ

ส่วนเหตุผลที่ไม่เสนอ พ.ร.บ.โอนงบฯ ก่อนพ.ร.ก.กู้เงินนั้น นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า การ ออกเป็น พ.ร.ก. จัดทำได้เร็วกว่า และมีการประมาณการณ์แล้วว่า แม้กู้เงินมาก็ยังไม่เพียงพอ เฉพาะค่าใช้จ่ายเยียวยาประชาชน ประมาณการณ์ไว้มาก ถึง 55,000 ล้านบาท

จึงมีความจำเป็นต้องโอนงบฯของหน่วยรับงบประมาณ ที่ได้รับการจัดสรรไปตั้งไว้ในรายการเงินสำรองจ่าย ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนการดำเนินภารกิจของหน่วยรับงบประมาณผ่านกลไกลต่างๆ เพื่อสนองตอบการแก้ไขปัญหาให้ทันต่อสถานการณ์

นายกฯ กล่าวต่อว่า กฎหมายโอนงบประมาณรายจ่ายฉบับนี้มีความสอดคล้องกับกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ รวมทั้งทำให้การบริหารร่ายจ่ายประจำปี งบประมาณ 63 มีประสิทธิภาพคล่องตัวทันต่อการแก้ไขสถานการณ์และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับประชาชนและร่างพ.ร.บ.ดงกล่าวยังสอดคล้องกับ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 มาตรา 35 (1) ที่กำหนดให้งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ ที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย ว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายจะโอนหรือนำไปใช้สำหรับหน่วยรับงบประมาณอื่นไม่ได้ เว้นแต่มีพ.ร.บ.ให้โอนหรือนำไปใช้ได้

อย่างไรก็ตาม งบประมาณดังกล่าวได้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ หลักการ และเป็นไปตามมติครม.เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา

โดยงบประมาณและรายงานที่นำมาจัดการพ.ร.บ.โอนงบฯฉบับนี้ ประกอบด้วย 1.รายจ่ายประจำในทุกงบรายจ่าย ที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายและไม่มีข้อผูกพันหรือสามารถชะลอข้อผูกพันได้ ณ วันที่ 7 เม.ย.2563 อาทิ ค่าใช้จ่ายในจัดสัมมนา การฝึกอบรม การประชาสัมพันธ์ การจ้างที่ปรึกษา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ และการจัดงานกิจกรรมต่างๆ 2.รายจ่ายลงทุนในทุกงบรายจ่าย อาทิ รายการปีเดียวที่ยังไม่ประกาศดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างภายในวันที่ 7 เม.ย.2563 และหรือไม่สามารถลงนามได้ทันในวันที่ 31 พ.ค. 2563 และ 3.รายการที่ชะลอการดำเนินการได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการ หรือไม่สามารถดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 2563

“รัฐบาลคำนึงถึงการบริหารงบประมาณรายจ่ายในไตรมาสที่3 และไตรมาสที่ 4 ของปีงบประมาณ 63 ตามแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐที่จำเป็นในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์และสวัสดิการเพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคมรวมถึง การพัฒนาเศรษฐกิจที่ต้องคำนึงถึงการสร้างงาน

จึงหวังว่าสมาชิกจะให้การสนับสนุนและรับหลักการ เพื่อนำงบฯไปใช้แก้ปัญหาจำเป็นเร่งด่วนอย่างคุ้มค่าและโปร่งใส เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติและประชาชน “

error: Content is protected !!