วันศุกร์, 30 กรกฎาคม 2564

คกก.บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน มีมติ ต่อ “พรก. ฉุกเฉิน”3 จ.ชายแดนใต้ ครั้งที่60 ต่ออีก 3 เดือน 20 มิ.ย.-19 ก.ย.63

01 มิ.ย. 2020
234

คกก.บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน
มีมติ ต่อ “พรก. ฉุกเฉิน”3 จ.ชายแดนใต้ ครั้งที่60
ต่ออีก 3 เดือน 20 มิ.ย.-19 ก.ย.63
เตรียมเสนอเข้า ครม.ชี้ ชาวใต้ยังต้องการให้ต่อพรก.ฉุกเฉิน แม้เหตุรุนแรงลดลง
ส่วน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ,อ.เบตง จ.ยะลา-อ.สุไหงโกลก ,อ.สุคิริน ,อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ถอด พรก.ฉุกเฉินไปแล้ว

บิ๊กป้อม ขอบคุณ ประชาชนให้ความร่วมมือ ชื่นชม จนท.เสียสละ ทุ่มเท เน้นงานข่าวเชิงรุก บังคับใช้ก.ม.ที่เป็นธรรม ควบคู่ระวัง โควิด-19

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯเป็นประธาน การประชุม คกก.บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ครั้งที่ 2/2563 ที่ ห้องประชุม วิจิตรวาทการ สมช. ทำเนียบรัฐบาล

พลตรี พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรอง นายกฯเปิดเผยว่า
ที่ประชุม ได้รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานจาก กอ.รมน.โดย กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า ตาม พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

และติดตามผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุม เมื่อ 17 ก.พ.63 โดยสรุปมีความคืบหน้าต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สถานการณ์การก่อเหตุรุนแรงมีแนวโน้มลดลง. ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมกับภาครัฐ และให้การสนับสนุนมากขึ้น ในการเฝ้าระวังเหตุการณ์ และปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ

โดยเฉพาะปัจจุบัน ที่มีภาวะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ จึงต้องมีความมัดระวัง และปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุขเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นว่าสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีความจำเป็นที่จะต้องขยายระยะเวลาการประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ 3จชต.ต่อไปอีก 3 เดือน(ครั้งที่60) ตั้งแต่ 20 มิ.ย.-19 ก.ย.63

โดยยกเว้น อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ,อ.เบตง จ.ยะลา และ อ.สุไหงโก-ลก ,อ.สุคิริน ,อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ซึ่งจะต้องผ่านความเห็นชอบ ของ ค.ร.ม.ต่อไป

ทั้งนี้จากผลการประเมินยังพบว่าประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ ยังขอให้คงประกาศสถานการณ์ไว้ เพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มีความต่อเนื่องในการรักษาความสงบเรียบร้อย และการพัฒนาพื้นที่ให้มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ/สังคม และอื่นๆ ควบคู่กันไป

พล.อ.ประวิตร ได้กำชับ กอ.รมน. ,กอ.รมน.ภาค 4 สน. ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้ปฏิบัติงาน ด้วยความไม่ประมาท เน้นงานการข่าวเชิงรุก และการบังคับใช้ก.ม.ที่เป็นธรรม อย่างจริงจัง คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และในการประเมินผลงานจะต้องให้ครอบคลุมทุกมิติ มุ่งให้ประชาชนได้รับประโยชน์ในการดูแลชีวิตและทรัพย์สินเป็นส่วนรวม

พร้อมทั้งขอบคุณ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ช่วยกันปฏิบัติงานด้วยความเสียสละ ทุ่มเท กล้าหาญ และขอให้มีความภาคภูมิใจและปลอดภัยจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ และจากโควิด-19 ด้วย

พล.อ.ประวิตร ยังได้ขอบคุณประชาชนในพื้นที่ ที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในการเฝ้าระวังเหตุการณ์ และปฏิบัติตามข้อกำหนดในการป้องกันโควิด-19 ของรัฐบาลด้วยดี พร้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่มั่นใจในมาตรการของรัฐบาลในการแก้ปัญหา จชต. ควบคู่กับการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม ให้ยั่งยืน ต่อไป

error: Content is protected !!