วันศุกร์, 6 สิงหาคม 2564

ปรับ รับ เฟส3-เคอร์ฟิว

31 พ.ค. 2020
230

 

“บิ๊กกบ”ออกคำสั่ง ให้ฝ่ายความมั่นคง
ปรับการปฏิบัติงาน
ทั้งการ ตั้งด่าน จุดตรวจ รองรับ
ผ่อนปรน เฟส3 ที่จะเริ่ม1มิย.63
ตั้ง คณะตรวจการประกอบกิจการและกิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลายฯ
และปรับเวลา เคอร์ฟิว 5ทุ่ม-ตี3
การเดินทางข้ามเขตจังหวัด
ขี้ ยานพาหนะในการขนส่งสาธารณะคน-สินค้าระหว่างจังหวัด ที่เริ่มออกจากจังหวัดต้นทางก่อน5 ทุ่ม และถึงจังหวัดปลายทางหลังตี3 ของวันรุ่งขึ้น สามารถเดินทางข้ามพื้นที่จังหวัดในช่วงเคอร์ฟิวได้ แต่ห้ามผู้โดยสารขึ้น หรือลงจากยานพานะในห้วงเคอร์ฟิว

.
พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะ
หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง
(ศปม.) ลงนามคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงที่ ๑๗/๒๕๖๓ เรื่อง การปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๓)

เพื่อให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๙) และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ที่ ๔/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๓
เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการ
ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๓) เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อาศัยอำนาจตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี
ที่ ๗๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๓ เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ
และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อ ๓ (๖) ข้อ๔ และข้อ ๕ และคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการ
แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ที่ ๑/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๓ ข้อ ๑ จึงกำหนด
แนวทางการปฏิบัติดังนี้

๑. ให้การปฏิบัติตามคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงในเรื่อง ปรับการตั้งจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด – 19 และจุดตรวจ เพื่อบังคับใช้มาตรการ
ในห้วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน จัดตั้งคณะตรวจการประกอบกิจการและกิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลาย
แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ มอบหน้าที่และอำนาจ และแต่งตั้งหัวหน้าคณะตรวจการประกอบกิจการและกิจกรรม
ตามมาตรการผ่อนคลาย

ซึ่งออกตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๕ และฉบับที่ ๖) และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ควิด -19) ที๒งฉ้วด ลงวันที่ ๑พฤษภาคม พ.ศ๒๕๖๓ เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ.๒๕๔๘ ยังมีผลบังคับใช้ โดยปรับการปฏิบัติให้สอดคล้องกับแนวทางที่กำหนดต่อไป

๒. การเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดรวมทั้งให้ปฏิบัติตามมาตรการที่แต่ละจังหวัดกำหนดขึ้นเป็นการเฉพาะ สำหรับการเดินทางในห้วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถานให้ปฏิบัติตามคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ที่ ๙/๒๕๖๓ลงวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๓

๓. ยานพาหนะที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสาธารณะที่เป็นการขนส่งคนหรือสินค้าระหว่างจังหวัดที่เริ่มออกจากจังหวัดต้นทางก่อนวลา ๒๓๐๐ นาฬิกา และถึงจังหวัดปลายทางหลังเวลา ๐๓.๐๐ นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น สามารถดินทางข้ามพื้นที่จังหวัดในช่วงเวลาการห้ามออกนอกเคหสถานได้ โดยต้องแสดงหลักฐาน รับรองจากบริษัทฯ หรือหน่วยงานตันสังกัด ระบุรายละเอียดที่จำเป็น ได้แก่ ผู้ขับขี่ พนักงานประจำรถ เส้นทาง และตำบลเดินทาง ชนิดและรายการสินค้า หรือบัญชีรายชื่อผู้โดยสาร ควบคู่กับบัตรประชาชนหรือบัตรแสตงตนอย่างอื่น รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด

ทั้งนี้ ห้ามมิให้ผู้โดยสารขึ้น หรือลงจากยานพานะในห้วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน เว้นแต่เป็นผู้ที่ได้รับการยกเว้นตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘(ฉบับที่ ๒ และฉบับที่ ๓)

โดยให้ปฏิบัติตามคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ที่ ๙/๒๕๖๓ ลงวันที่
๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๓

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๓ เป็นตันไป
สั่ง ณ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม
พ.ศ.๒๕๖๓

พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง

Fb.Wassana Nanuam

error: Content is protected !!