วันศุกร์, 30 กรกฎาคม 2564

ทบ.เผย ผลงานของ AFRIMS สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร ไทย-สหรัฐฯ ค้นคว้าวิจัย ยาต้านโควิด-19 พร้อมให้การตรวจCoViD ด้วย ห้องปฏิบัติการแรก ของ ทบ. ตรวจ ผู้ป่วยต้องสงสัย แล้วมากกว่า 3,000 ราย

27 พ.ค. 2020
1007

 

กองทัพบกไทย ร่วมกับกองทัพสหรัฐอเมริกา ภายใต้ “สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร หรือ สวพท. หรือ AFRIMS” ที่ก่อตั้งเพื่อวิจัย
ด้านการแพทย์และแก้ปัญหาโรคระบาดร้ายแรงต่าง ๆ มาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี ร่วมกันคิดค้นหาทางรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

​สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร ก่อตั้งครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2501 โดยความร่วมมือระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของอหิวาตกโรค ใช้ชื่อว่า หน่วยปฏิบัติการวิจัยอหิวาตกโรค ขององค์การสนธิสัญญาป้องกันเอเชียอาคเนย์ (SEATO Cholera Research Laboratory)

จนเมื่อการแพร่ระบาดสงบลง สถาบันนี้ ยังคงมีบทบาทในการวิจัยด้านการแพทย์อย่างต่อเนื่อง

โดยภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (สวพท.) หรือ Armed Forces Research Institute of Medical Sciences (AFRIMS)

และเป็นหน่วยขึ้นตรงศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน

แม้การดำเนินงานของ AFRIMS จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา และปฏิบัติงานภายในสถานที่ตั้งเดียวกัน ที่ ถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ แต่การบังคับบัญชาแยกอิสระต่อกัน

​ที่ผ่านมา AFRIMS ประสบความสำเร็จในงานวิจัยหลาย ๆ ด้าน เข่น งานวิจัยโรคมาลาเรีย ด้านระบาดวิทยา ด้านการใช้ยาป้องกันและรักษา ด้านการพัฒนาวัคซีน และการเฝ้าระวังโรค อีกทั้งการศึกษาสายพันธุ์ที่ดื้อต่อยาโดยวิธีทางอณูชีวโมเลกุล งานวิจัยไวรัสเอชไอวี ด้านระบาดวิทยา ด้านเชื้อไวรัส และด้านการพัฒนาวัคซีน งานวิจัยโรคสครับไทฟัส ด้านระบาดวิทยา การพัฒนาเทคนิคการตรวจวินิจฉัยโรค และการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค และงานเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น

​ปัจจุบันทั่วโลกเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่สำคัญยิ่งที่ AFRIMS ได้เข้ามามีบทบาทในการหาทางแก้ปัญหา

โดยได้ร่วมกันพัฒนาขีดความสามารถทางห้องปฏิบัติการเพื่อเพิ่มศักยภาพในการรับมือโรคโควิด-19 ด้วยการพัฒนาวิธีการตรวจวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการ ด้วยวิธีทางอณูชีวโมเลกุล ที่ AFRIMS ฝ่ายไทยพัฒนาขึ้นมาตรวจ
สารพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 ด้วยเทคนิค Real-time RT-PCR ตามวิธีของ US-CDC

ในการพัฒนาช่วงเริ่มต้น AFRIMS ฝ่ายไทย และฝ่ายสหรัฐอเมริกาได้สนับสนุนกระบวนการ พัฒนาการตรวจโรคโควิด-19 ซึ่งกันและกันจนประสบความสำเร็จสามารถตรวจโรคโควิด-19
ได้ได้ทันท่วงทีทั้งสองฝ่าย รองรับการระบาดของโรค ทั้งในกองทัพบกและประชาชนทั่วไป ในช่วงการระบาดระยะแรกจนถึงปัจจุบัน

โดย AFRIMS ฝ่ายไทยเป็นผู้ให้บริการตรวจโรคโควิด-19 ให้แก่กำลังพลและประชาชนทั่วไป ด้วยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองให้เป็นห้องปฏิบัติการเครือข่ายตรวจโรคโควิด-19 ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563
ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการแห่งแรกของกองทัพบก

ขณะนี้ AFRIMS ได้ให้บริการตรวจโรคโควิด-19 ให้กับผู้ป่วยต้องสงสัยไปแล้วมากกว่า 3,000 ราย

นอกจากการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยวิธีทางอณูชีวโมเลกุลแล้ว จากความพร้อมของห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ของ AFRIMS เช่น ห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3 ห้องปฏิบัติการสัตว์ทดลองที่มีมาตรฐานในระดับสากล AFRIMS ฝ่ายไทยและสหรัฐอเมริกา ยังร่วมกันศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการถอดรหัสสารพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 ที่พบในคนไทย

ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการวิจัยนี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการศึกษาธรรมชาติของเชื้อไวรัส ในแง่ความเชื่อมโยงที่มาที่ไปของผู้ป่วย และความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงของโรคกับไวรัสที่กลายพันธุ์จากชนิดหนึ่งเป็นอีกชนิดหนึ่งได้ ศึกษาวิจัยวิธีการตรวจหาภูมิต้านทานของโรคโควิด-19 ที่เหมาะสม ศึกษาระบาดวิทยาของโรคในกำลังพล พัฒนาชุดตรวจโรคชนิดเร็ว และพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค

สำหรับนำองค์ความรู้และนวัตกรรมงานวิจัย มาต่อสู้โรคโควิด-19 ให้ครบวงจรต่อไป

error: Content is protected !!