วันอังคาร, 20 เมษายน 2564

“บิ๊กกบ” สั่ง ทุกหน่วย เตรียมพร้อม ช่วยเหลือประชาชน จาก พายุไซโคลน “อำพัน” และ ฤดูฝน

18 พ.ค. 2020
216

 

พลเรือตรี ณัฐพงศ์ เกตุสมบูรณ์ โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สั่งการ ให้หน่วยในกองทัพไทย เตรียมการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ
กรณี พายุไซโคลน “อำพัน” มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวเบงกอลตอนบนและประเทศบังคลาเทศ

ส่งผลทำให้ในระหว่างวันที่ 18-20 พฤษภาคม 2563 จะมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช

และประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง การเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ.2563 ฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2563

โดยให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการกองทัพไทย ประสานการปฏิบัติร่วมกับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเหล่าทัพในการประเมินความเสี่ยงและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

และให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาซึ่งมีชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วทั่วทุกภูมิภาคของประเทศประสานการปฏิบัติกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอย่างใกล้ชิดเพื่อพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีในกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

ทั้งนี้ ให้มีการดำเนินการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้พี่น้องประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเตรียมจัดชุดเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมความ
พร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ตลอดจนการวางแผนการอพยพประชาชนในกรณีฉุกเฉิน, การวางแผนเส้นทางการจราจรเมื่อถูกตัดขาด, การเปิดเส้นทางการจราจร, การตัดกิ่งไม้ที่ล้มทับอาคารบ้านเรือน, การซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างและบ้านพักอาศัยของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ทันต่อสถานการณ์เพื่อลดความเสียหายและอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างทันท่วงที

โดยในระยะแรกของการเข้าสู่ฤดูฝนจะมีปริมาณและการกระจายของฝนไม่สม่ำเสมอ แต่จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม ฤดูฝนปีนี้จะมีฝนมากกว่าปีที่แล้วแต่ปริมาณฝนรวมทั้งประเทศจะต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 5 สำหรับฤดูฝนของประเทศไทยตอนบนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกต่อไปอีกถึงกลางเดือนมกราคม ปีหน้า

สำหรับการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยแล้งทั่วทุกภูมิภาคของประเทศในห้วงเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนั้น กองบัญชาการกองทัพไทย มอบหมายให้หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดยสำนักงานพัฒนาภาค 1-5 ซึ่งได้ดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาล จำนวน 168 บ่อ การแจกจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค จำนวน 33,834,400 ลิตร

รวมทั้งงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ ได้แก่ การสร้างอ่างเก็บน้ำ ฝายทดน้ำ ขุดลอกคลอง หนอง บึง และสระเก็บน้ำในไร่นา จำนวน 64 แห่ง รวมผู้ได้รับผลประโยชน์ 125,891 ครัวเรือน จำนวนทั้งสิ้น 348,417 คน และจะดำเนินการต่อไปจนกว่าจะจบภารกิจ

error: Content is protected !!