วันอาทิตย์, 25 กันยายน 2565

ประทับตรา ทัพฟ้า

 

“น้องบุญช่วย” เครื่องช่วยหายใจ และ “น้องบุญสุข” เครื่องวัด อุณหภูมิ
“น้องถาดหลุม” นวัตกรรมทัพฟ้า ถึงมือ หมอ ใน 3 จ.ชายแดนใต้ แล้ว
พร้อม ถุงยังชีพ ทอ.
ส่งมอบ ให้ รพ.ต่างๆ ใน ยะลา ปัตตานี นราธิวาส

โดยใช้ C-130 ลำเลียง มาจากกรุงเทพฯ ทั้ง ถุงยังชีพและนวัตกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ ในโครงการ กองทัพอากาศ ร่วมตั้งการ์ด สู้ COVID-19”

พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ สั่งการให้กองบิน ๖ จัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๘ หรือ C-130 ลำเลียงถุงยังชีพและนวัตกรรมที่เกิดจากภูมิปัญญาบุคลากรของกองทัพอากาศไปมอบให้ประชาชนและโรงพยาบาลใน 3จังหวัดชายแดนภาคใต้

ตามโครงการ “กองทัพอากาศ ร่วมตั้งการ์ด สู้ COVID-19” ที่กองทัพอากาศได้จัดทำเพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักรบชุดขาวกับชาวไทยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ผ่านพ้นวิกฤติไปด้วยกัน

โดยมอบหมายให้ พลอากาศโท ธนศักดิ์ เมตะนันท์ รองเสนาธิการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ติดตามและเพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนกองทัพอากาศ เป็นผู้แทน นำสิ่งของดังกล่าวไปมอบให้แก่ประชาชนและโรงพยาบาลประจำจังหวัด ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยสิ่งของที่จะนำไปมอบให้กับประชาชนและโรงพยาบาลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย
– ถุงยังชีพ สำหรับชาวมุสลิม 1,200ชุด และชาวพุทธ200 ชุด รวม1,500ชุด
– น้องถาดหลุม หุ่นยนต์ช่วยการพยาบาล จำนวน3 ชุด
– น้องบุญสุข เครื่องวัดอุณหภูมิ 15 เครื่อง
– น้องบุญช่วย เครื่องช่วยหายใจ จำนวน ๒ เครื่อง
– Shield Box ฉากกั้นระหว่างแพทย์และคนป่วย แบบนั่ง12 กล่องและแบบนอน 63 กล่อง
– ตู้อบฆ่าเชื้อ จำนวน ๖ ตู้
– อินทรีย์อนามัย เครื่องกดแอลกอฮอล์ล้างมือแบบใช้เท้ากด จำนวน 6 เครื่อง
– แอลกอฮอล์เจลแบบขวดกด 300 ซีซี 50 ขวด และแอลกอฮอล์รีฟิลแกนลอนขนาด 6 ลิตร 4 แกลลอน

และได้นำ “น้องจักจั่น” โดรนกระจายเสียง ซึ่งผลิตโดยภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า กองการศึกษา โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ไปทำการบินสาธิตการกระจายเสียงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยข้อความที่ใช้กระจายเสียงได้จัดทำทั้งสองภาษาคือภาษาไทยและภาษายาวี

นวัตกรรมที่นำไปมอบให้โรงพยาบาลประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อต่อสู้กับไวรัส COVID-19 ทั้งหมดเป็นผลผลิตทางความคิดของบุคลากรกองทัพอากาศ ที่คิดและสร้างขึ้นมาเอง

ทั้งนี้ จากประกาศโรงพยาบาลรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส งดให้บริการผู้ป่วยทั่วไปทุกกรณี โดยจะเปิดให้บริการเฉพาะผู้ป่วยอาการทางเดินหายใจที่เข้าข่ายสงสัยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น เนื่องจากมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์จำนวน ๒๘ คนเสี่ยงต่อการติดเชื้อและต้องถูกกักตัว ๑๔ วัน ส่งผลต่อขวัญกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และการรับบริการตรวจรักษาของประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

error: Content is protected !!