วันพฤหัสบดี, 11 สิงหาคม 2565

ถุง เมล์ ทอ. พร้อม “ขนข้าวชาวนา เปลี่ยนปลาชาวเล”

18 เม.ย. 2020
457

 

C-130 ของ ทอ. เตรียมบิน มาขน ปลา จาก ชาวเล ภูเก็ต ไป แลกข้าวสาร ที่ยโสธร และ บินเอา ข้าวสาร มาให้ ชาวภูเก็ต… ผลกระทบ CoViD-19 ที่ภูเก็ต ขายปลาไม่ได้….”โครงการนำร่อง ทัพฟ้าช่วยไทย ต้านภัยโควิด-19 ขนข้าวชาวนา เปลี่ยนปลาชาวเล”

พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ สั่งการให้จัดกำลังพลของกองทัพอากาศ ยานพาหนะ และเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 หรือ C-130 ซึ่งมีขีดความสามารถในการบรรทุกได้ถึง 12ตัน(12,000กิโลกรัม ) สนับสนุนโครงการนำร่อง ทัพฟ้าช่วยไทย ต้านภัยโควิด-19 “ขนข้าวชาวนา เปลี่ยนปลาชาวเล”

เพื่อช่วยเหลือชาวเลที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนักให้เร็วที่สุด

โดยการขนส่งข้าวสารจากจังหวัดยโสธรไปแลกเปลี่ยนปลาแห้งที่จังหวัดภูเก็ต

และนำปลาแห้งกลับไปส่งที่จังหวัดยโสธร

ในเบื้องต้นกองทัพอากาศได้เตรียมกำลังพล ยานพาหนะ และเครื่องบินไว้พร้อมแล้ว รอการดำเนินการรวบรวมข้าวหอมมะลิและปลาแห้งของแต่ละชุมชน และกำหนดดำเนินการขนข้าวไปแลกปลาในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2563

ทั้งเพราะ หลังจากตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จำนวนมากกว่า 170 คน จากหลายพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 ได้มีประกาศจังหวัดภูเก็ตให้ปิดห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และสถานที่เสี่ยงต่าง ๆ ทั้งจังหวัด เพื่อไม่ให้คนออกมารับเชื้อและแพร่เชื้อ ส่งผลกระทบให้สถานบริการ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าต้องปิด

รวมถึงตลาดราไวย์ที่เป็นตลาดซื้อขายปลาและสัตว์ทะเลสด ทำให้ชาวเลที่เป็นคนพื้นเมืองจำนวนกว่า1,300 คน ซึ่งมีอาชีพหลักคือการออกทะเลหาปลาและสัตว์ทะเล แต่ไม่สามารถขายปลาและสัตว์ทะเลได้ จึงได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักไม่มีเงินที่จะซื้อข้าวสาร

สมาคมชาวยโสธรซึ่งเคยร่วมโครงการทัพฟ้าช่วยชาวนา และเป็นผู้ผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ที่มีความพร้อม จึงเสนอการช่วยเหลือในลักษณะการแลกเปลี่ยนข้าวสารไปแลกกับปลาแห้ง แต่ประสบปัญหาเรื่องระยะทางและเวลาที่ใช้ในการขนส่งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนชาวเล

โครงการนี้ถือเป็นโครงการนำร่อง เป็นตัวอย่างในการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชุมชน เมือง หรือประเทศ โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนสินค้าที่เคยมีมาแต่โบราณ ซึ่งจะสร้างความเข้มแข็งและมีศักดิ์ศรีให้แก่ชุมชน สร้างความร่วมมือระหว่างส่วนราชการ องค์กร และชุมชน ลดภาระของส่วนราชการในการไปดูแลชุมชนดังกล่าว ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่จะสร้างให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ

error: Content is protected !!