วันพุธ, 22 กันยายน 2564

คนไทย “ต้มยำกุ้ง” จากรัฐยะโฮร์บารู- รัฐกลันตัน มาเลเซีย กลับไทย ที่ด่านพรมแดนสุไหงโกลก จ.นราธิวาส หลังติดค้าง นานเกือบเดือน เข้าสู่ศูนย์กักกันตัว Local Quarantine

18 เม.ย. 2020
225

 

KK พลตรีเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาค4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ลงติดตามการรับคนไทยที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย

ซึ่งได้มีการลงทะเบียนเดินทางเข้ามาวันนี้ จำนวน 91 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางไปทำงานยังร้านอาหารต้มยำกุ้งในรัฐยะโฮร์บารู และ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

โดยคนไทยกลุ่มแรก ได้เดินทางเข้ามาจากด่านรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย มายังด่านพรมแดนสุไหงโกลก อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ตั้งแต่เวลา 08.00 น.

โดยมีการจัดรถเข้าไปรับคนไทย จาก ด่านรันตูปันยัง นำเข้ามาครั้งละ 5-6 คน พร้อมตรวจสอบเอกสารหลักฐานจากสถานฑูตและใบรับรองแพทย์ เมื่อมาถึงเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ ตรวจคนเข้าเมือง ตรวจเอกสารหนังสือเดินทาง และไปยังจุดคัดกรองโรคเช็คประวัติผู้เดินทาง

โดยได้มีการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อเชื่อมกับฐานข้อมูลของกรมการปกครอง เพียงใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว ทำให้ลดขั้นตอนเอกสาร และเวลาในการบันทึกข้อมูลประวัติของผู้เดินทาง ตลอดจนลดการสัมผัสกับเจ้าหน้าที่โดยตรง

จนถึงเวลาปิดด่านเวลา 14.00 น. จากที่มีการลงทะเบียนไว้ 91 คน มีผู้เดินทางที่ผ่านเข้ามายังประเทศไทยได้เพียง 48 คนเท่านั้น ที่มีหลักฐานถูกต้องครบถ้วน และส่วนใหญ่ ถูกจัดอยู่ในโซนสีเหลือง คือ ไม่มีอาการไข้ แต่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำประวัติข้อมูล ก่อนส่งต่อไปยังจุดคัดแยกเพื่อนำส่งตามจังหวัดภูมิลำเนา เข้าสู่ศูนย์กักกันตัว สังเกตอาการ (Local Quarantine) ของแต่ละพื้นที่ต่อไป

โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดรถนำส่ง พร้อมมีเจ้าหน้าที่ติดตามดูแลตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ สัมภาระของผู้เดินทางทุกชิ้นได้มีการฉีดพ่นฆ่าเชื้อก่อนนำติดตัวเดินทางต่อไป

พลตรีเกรียงไกร กล่าวว่า การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่ด่านในวันนี้ ยังไม่มีปัญหา ติดขัด การเตรียมการของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยดี กองอำนวยการร่วม ซึ่งทำหน้าที่ดูแลประสาน ก็ได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้ที่เดินทางเข้ามาวันนี้เข้าใจในกระบวนการของไทย และให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่กำหนดไว้อย่างดี ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ง่าย

สำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาโดยช่องทางที่ผิดกฎหมาย ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย และต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองโรคเช่นเดียวกันทั้งหมด

ขณะที่ กลุ่มคนไทยที่ได้เดินทางเข้ามา วันนี้ วันแรก ต่างดีใจ และขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ได้กลับประเทศอีกครั้ง หลังต้องติดค้างนานร่วมเดือน

และหลังจากนี้ก็จะไปกักกันตัว เป็นเวลา 14 วัน ยังสถานที่ที่พื้นที่กำหนดไว้ ทุกคนยินดีที่จะปฏิบัติตามมาตราการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กำหนดไว้ทุกอย่าง

จากนั้น พลตรีเกรียงไกร ได้ลงไปตรวจช่องทางท่าข้ามธรรมชาติ ที่ บ้านตือระ ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส

โดยได้สอบถามพูดคุยทำความเข้าใจกับประชาชน ตลอดจนเยี่ยมหน่วยกำลังป้องกันแนวชายแดน โดยได้มอบสิ่งของอุปกรณ์ป้องกันตนเอง ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น พร้อมให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ ให้ดูแลระมัดระวังตนเองขณะปฏิบัติหน้าที่ และตรวจตรา ป้องกันแนวชายแดน สกรีนช่องทาง ท่าข้ามธรรมชาติ อย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองหลุดเข้าไปได้

error: Content is protected !!