วันอาทิตย์, 26 กันยายน 2564

จาก กรมอากาศยานทหารบก มาเป็น กรมอากาศยาน ทหารอากาศ จากเครื่องแบบ สีเขียว มาเป็น “สีเทา”

09 เม.ย. 2020
533

 

ทัพฟ้า จัดงาน
9 เมษายน วันกองทัพอากาศ
แบบเรียบง่าย
จำกัดจำนวนทหาร และยืนห่าง
ใช้ถ่ายทอดสด ผ่านระบบ IPTV www.rtaf.live
แอปพลิเคชัน RTAF LIVE
และเคเบิลทีวี ทอ.

พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีเนื่องในวันกองทัพอากาศ
ทั้งทำ พิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ

พิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์บุพการีทหารอากาศ อนุสาวรีย์อดีตผู้บังคับบัญชากองทัพอากาศ และอนุสาวรีย์ทหารอากาศ

พิธีฟังสารผู้บัญชาการทหารอากาศ และพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันกองทัพอากาศ

ทั้งนี้ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดพิธีให้สอดคล้องกับมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)

โดยจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมพิธี จัดจุดคัดกรองก่อนเข้าพิธี และรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล

โดยเฉพาะในพิธีฟังสารผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้มีการถ่ายทอดสดไปยังหน่วยขึ้นตรงกองทัพอากาศ ผ่านระบบ IPTV ที่เว็บไซต์ www.rtaf.live แอปพลิเคชัน RTAF LIVE และเคเบิลทีวีกองทัพอากาศ

โดยสารผู้บัญชาการทหารอากาศ เนื่องในวันกองทัพอากาศ 2563 มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองทัพอากาศได้ปฏิบัติภารกิจในการป้องกันประเทศ รักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ตามนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ

ผมขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง เสียสละ และอดทน ทั้งนี้ กองทัพอากาศมุ่งเน้นพัฒนาในทุกด้านอย่างสมดุล โดยได้พัฒนากำลังทางอากาศให้มีความเข้มแข็งและทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อเป็นกองทัพอากาศที่ปฏิบัติภารกิจได้อย่างชาญฉลาดและมีความยั่งยืน

โดยให้ความสำคัญกับการปรับปรุงโครงสร้างกองทัพอากาศให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อภารกิจและการดำเนินงานในทุกมิติบนพื้นฐานของความสมดุลและยั่งยืน ซึ่งผลงานและความสำเร็จทั้งหลายมาจากความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องทหารอากาศทุกคน

สำหรับในสภาวะของโลกที่เปลี่ยนแปลง ขอให้ทุกคนมีจิตใจที่เข้มแข็งพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถ มีสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อเป็นบุคลากรของกองทัพที่มีความเฉลียวฉลาด รอบรู้ คิดสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นเลิศ การทำหน้าที่ขอให้กระทำด้วยความสำนึกรับผิดชอบ มีอุดมการณ์ เป็นทหารอาชีพที่พร้อมเสียสละเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

ตลอดจนพัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานอยู่เสมอให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อันจะนำมาสู่การเสริมสร้างกองทัพอากาศและประเทศชาติให้มั่นคงยั่งยืนตลอดไป”

ทั้งนี้ การบินของไทย เริ่มขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 6 เมื่อปี พ.ศ.2463 เมื่อ นายชาร์ล ว็อง แด็ง บอร์น นักบินชาวเบลเยี่ยม ได้นำเครื่องบินมาทำการบินแสดงให้ชาวไทยได้ชม ณ สนามม้าสระปทุม หลังจากนั้นเพียงหนึ่งปี กระทรวงกลาโหม ได้คัดเลือกนายทหาร 3 คน ไปศึกษาวิชาการบิน ณ ประเทศฝรั่งเศส

ประกอบด้วย นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ, นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร และ นายร้อยโท ทิพย์ เกตุทัต (เก-ตุ-ทัด) ซึ่งภายหลังนายทหาร3 ท่าน ได้รับเกียรติยกย่องให้เป็น “บุพการีทหารอากาศ”

บทบาทของกำลังทางอากาศได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและมีการพัฒนาอย่างเป็นลำดับโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 กับพันธมิตรในยุโรป เมื่อปี2460

ซึ่งทำให้ชื่อเสียง และเกียรติภูมิของชาติเป็นที่ยอมรับและยกย่องเป็นอันมาก

ต่อมาทางราชการได้ยกฐานะกองบินทหารบกขึ้นเป็น “กรมอากาศยานทหารบก” ในปี พ.ศ.2465 กระทรวงกลาโหมได้พิจารณาเห็นว่า กำลังทางอากาศมิได้มีความสำคัญเฉพาะทางด้านการทหารเท่านั้น แต่มีประโยชน์อย่างกว้างขวางต่อกิจการด้านอื่น ๆ อีกด้วย

จึงแก้ไขการเรียกชื่อกรมอากาศยานทหารบก เป็น “กรมอากาศยาน” และเป็น “กรมทหารอากาศ”

ในเวลาต่อมา โดยให้อยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโดยตรง

พร้อมทั้งได้มีการกำหนดยศทหาร และการเปลี่ยนแปลงเครื่องแบบจากสีเขียวมาเป็นสีเทาดังเช่นปัจจุบัน

ต่อมากระทรวงกลาโหม ได้ยกฐานะ กรมทหารอากาศ ขึ้นเป็น “กองทัพอากาศ” เมื่อวันที่ 9’เมษายน 2480 ภายหลังจึงได้กำหนดให้ วันที่ 9 เมษายน ของทุกปี เป็น “วันกองทัพอากาศ”

error: Content is protected !!