วันอังคาร, 16 สิงหาคม 2565

“ผบ.ทอ.” ปลุก ลูกทัพฟ้า ให้ดูแลตัวเองให้แข็งแรง สู้CoViD/19 พร้อมออกไปทำหน้าที่ ‘ทหารของชาติ’ ช่วยประชาชนจาก CoViD

22 มี.ค. 2020
489

“ผบ.ทอ.” ปลุก ลูกทัพฟ้า ให้ดูแลตัวเองให้แข็งแรง สู้CoViD/19
พร้อมออกไปทำหน้าที่
‘ทหารของชาติ’
ช่วยประชาชนจาก CoViD

พร้อม ออกมาตรการเร่งด่วน
ควบคุม CoViD-19 ทอ. หลัง 2 ทหารกรมช่างอากาศ ติดเชื้อ จากสนามมวยลุมพินี และสั่งกักตัวทหาร-ครอบครัว ทั้งกรม และพื้นที่บ้านพัก… ให้อยู่กับบ้าน ห้ามออกนอกบ้านพักอาศัยเด็ดขาด/สั่งแต่ละหน่วย ให้ความรู้ข้อมูลCoViD-19 ในต่างประเทศ แก่กำลังพล /แยกส่วน ระวัง ผู้สูงวัย -เยาวชน เด็ก ที่ติดเชื้อได้น้อยกว่า-ขึ้นทะเบียนผู้สูงวัย”ในแต่ละบ้าน/ ลดการเรียนในห้อง ของ นักเรียนนายเรืออากาศ-นักเรียนจ่าอากาศลง / สั่งทหารอากาศ ดูแลสุขภาพ งด ดื่มจัด ดูดจัด ต้องแข็งแรง เพื่อทำหน้าที่ เป็นทหารของชาติ แนะรักษาสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตของตนให้แข็งแกร่ง-ขึ้นทะเบียนตนเอง รอเรียกพล พร้อมที่จะออกไปทำหน้าที่ให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับCOVID-19 และช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากCOVID-19 และพร้อมที่จะออกไปทำหน้าที่เป็นเครื่องมือของรัฐในการจัดระเบียบชุมชน-ควบคุมเมืองเผชิญเหตุCOVID-19

พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. มอบนโยบาย ที่เป็นมาตรการเร่งด่วนที่ใช้ในการบริหารจัดการกับข้าราชการ และครอบครัวในกรณีCOVID-19 ในกองทัพอากาศ
ดังนี้

ก ประกาศถึง“อันตรายของCOVID-19”

ต้องเร่งคิดคำนวณวิเคราะห์ตัวเลขการสูญเสียชีวิตที่เป็นข้อมูลจากจีน-อิตาลี-อิหร่าน-…ที่แต่ละประเทศมีสถานการณ์ไม่เหมือนกัน

และนำเสนอให้คนทุกคนในกองทัพ(อากาศ)ได้รับทราบเป็นความรู้

– COVID-19ปลิดชีพผู้มีภูมิคุ้มกันน้อย ต้องนำตัวเลขความสูญเสียจำนวนมากที่เป็นสถิติมาใช้ในการจัดการกับผู้สูงวัย แต่ละเพศอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม

โดยส่งกำลังพล(ข้าราชการทหารอากาศ ผู้เป็นบุตรหลาน)เข้าไปทำความเข้าใจกับคนกลุ่มนี้อย่างหนัก

พร้อมทั้งกำหนดบังคับใช้มาตรการเฉพาะพิเศษกับ บรรดาคนสูงวัยอย่างเข้มข้นจริงจัง (เหตุผลสำคัญก็คือว่าประเทศไทยเรายังไม่รู้ว่า Peak ของCOVID-19จะสูงสุดเป็นตัวเลขเท่าไร-ในระยะเวดาใด???/เดือนไหนของปีไหน???

ดังนั้น มาตรการเฉพาะพิเศษที่ใช้กับคน(ข้าราชการและครอบครัว)จึงจำเป็นต้องถูกกำหนดขึ้นมาใช้บังคับอย่างเข้มข้น)

ผู้สูงวัยเพศชาย (บิดา-ญาติของข้าราชการ)

ผู้สูงวัยเพศหญิง (มารดา-ญาติของข้าราชการ)

อาการป่วยหนัก หากผู้สูงวัยโดยเฉพาะเพศชาย-เพศหญิง(บิดา-ญาติของข้าราชการ)มีอาการป่วยเป็นไข้นั้น รัฐโดยสถิติแล้วจะต้องใช้ทรัพยากร/ต้นทุนในการรักษาพยาบาลเป็นเงินจำนวนมาก

โดยที่ความเสี่ยง/อัตราในการเสียชีวิตนั้นยังคงมีสูงมาก-โอกาสรอดมีน้อยมาก-ถึงแม้จะรอดชีวิตมาได้ก็จะมีสุขภาพย่ำแย่ถาวรเป็นภาระแก่ครอบครัว/เป็นภาระแก่รัฐอย่างมากมหาศาลด้วย

:อยู่กับบ้านเป็นหลัก ห้ามออกนอกบ้าน(พักอาศัยของราชการ)เด็ดขาดหากไม่มีเหตุจำเป็น (ห้ามเดินท่องเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อนฝูงที่เป็นผู้สูงวัยด้วยกัน)

:แยกตัวออกจากผู้ใกล้ชิด(บุตรหลาน)ที่อาศัยร่วมกันในบ้านอย่างเด็ดขาด -Social Distance เป็นพิเศษ –กินส่วนตัว/อยู่ส่วนตัว -หยิบจับสิ่งของด้วยตนเองเพื่อช่วยเหลือตัวเอง

:ทะยอย(วางแผน)เคลื่อนย้ายอพยพตนเอง(ออกจากเมือง/จากบ้านพักอาศัยของราชการ) “ทีละเล็กละน้อย”(สำหรับผู้มีศักยภาพสามารถกระทำได้)ด้วยวิธีการที่มิดชิดกลับออกไปสู่ชนบทที่ห่างไกลชุมชนเมืองที่มีผู้คนหนาแน่น-กลับไปใช้ชีวิตปัจเจกติดกับธรรมชาติโล่งแจ้งเป็นหลัก(กลับสู่บ้านถิ่นกำเนิดที่อยู่กับธรรมชาติป่าเขา) ทั้งนี้ ให้เสร็จสิ้นภายใน1ปี นับจากนี้

:”ขึ้นทะเบียนผู้สูงวัย”ในแต่ละบ้าน/ในแต่ละครัวเรือนที่อยู่ในเขตที่พักอาศัยในเขตพื้นที่ทหาร(อากาศ)เป็นการเร่งด่วนเพื่อการควบคุมที่เข้มงวดซึ่งหวังผลในเชิงปฏิบัติ

:กินอาหารดีมีประโยชน์ กินแต่เพียงพอดีตามหลักโภชนาการ

:แบ่งแยกสิ่งของเครื่องใช้ออกจากคนอื่นๆในครอบครัวโดยสิ้นเชิง

ทั้งนี้ ก็เพื่อมิให้ผู้สูงวัย-ชายหญิงผู้มีภูมิคุ้มกันน้อยเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และเป็นแหล่งกลายพันธุ์ของเชื้อโรคCOVID-19

– COVID-19 ปลิดชีพคนวัยทำงานผู้มีร่างกายตกอยู่ในสภาพอ่อนแอ ที่มีสาเหตุเกิดมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ/โหมงานหนัก/มีโรคประจำตัว-ดื่มจัด/ดูดจัด

ต้องนำตัวเลขความสูญเสียของคนกลุ่มดังกล่าวในต่างประเทศที่ได้ยกเป็นสถิติ(รายวัน)มาใช้ในการจัดการกับคนวัยทำงาน(ข้าราชการชาย-ข้าราชการหญิง) และกำหนดมาตรการการทำงาน-การพักผ่อน-การกิน-การออกกำลังกาย…

การรักษาสุขภาพของบรรดาแรงงาน(ข้าราชการ)เหล่านี้อย่างจริงจังเพื่อรักษาไว้ซึ่งแรงงานวัยทำงานที่เป็นกลจักรสำคัญของการขับเคลื่อนภารกิจของกองทัพ(อากาศ)-(ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของชาติด้วยโดยปริยาย)

ชายวัยทำงาน(ข้าราชการชาย)

หญิงวัยทำงาน(ข้าราชการหญิง)

:ห้าม อพยพออกนอกเมือง(ออกจาก กทม –ออกจากค่ายทหาร(อากาศ)ในต่างจังหวัด)โดยเด็ดขาดไม่ว่าจะกรณีใดๆ (หากไม่ได้รับอนุญาติจากผู้มีอำนาจ)

:ทำงานในที่ทำงานลดลงจาก ชม. การทำงานปกติ (อาจลดลงมากถึง50%) โดยใช้การทำงานที่บ้านพักของราชการเป็นการทดแทน

:จัดเวลาพักผ่อนในระหว่างการทำงาน(ในที่ทำงาน-ในโรงงานในเขตพื้นที่ทหาร(อากาศ) มิให้เหนื่อยอ่อน

:สร้างสุขลักษณะขึ้นใหม่ในที่ทำงานให้เป็นไปตามตามหลักวิชาการเกี่ยวกับโรคระบาด –สวมหน้ากาก –ล้างมือเป็นนิจสินทั้งก่อนและหลังการสัมผัสสิ่งของเครื่องใช้ -Social Distanceอย่างเข้มงวด –กินช้อนส่วนตัว/ตักใช้ช้อนกลาง -หยิบจับสิ่งของด้วยตนเองเพื่อบริการตัวเอง

:อาหาร-เครื่องดื่มต้องมีเพียงพอและมีคุณค่าทางโภชนาการทั้งที่ทำงานและที่บ้านพักของราชการ

:ควบคุม/จัดระเบียบการใช้สิ่งของเครื่องใช้ในการทำงานที่จำเป็นต้องใช้ร่วมกัน

:กำหนดมาตรการรักษาความสะอาดที่ทำงาน-ยานพาหนะ-สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัว-การชำระล้างร่างกายในที่ทำงาน

;กำหนดเส้นทางการทำงาน-ห้ามเดินทางออกนอกเส้นทางการทำงาน/ไปทำงาน-กลับจากที่ทำงาน..โดยเด็ดขาด

:กำหนด/ควบคุมยานพาหนะใช้ในการเดินทางอย่างเคร่งครัด

:งดกิจกรรมสังคม(ขนบประเพณีวัฒนธรรมวิถีชีวิต/ศาสนา/ศิลปะ)เป็นการชั่วคราว…

โดยใช้มาตรการบังคับเด็ดขาด-มิให้เกิดการรวมตัวกันเป็นกลุ่มชนในพื้นที่ใดๆทั้งในระหว่างการทำงานและ/หรือในระหว่างการเดินทางที่กลุ่มคนมีจำนวนเกินกว่า50คนโดยเด็ดขาดโดยไม่มีเหตุไม่จำเป็นเพื่อลดความเสี่ยงของการ”กระจายไปด้วยการสัมผัส”

:งดกิจกรรมบันเทิง –งดการพบปะสังสรรค์ที่ก่อให้เกิดการสัมผัสอันนำไปสู่การ”กระจายไปด้วยการสัมผัส”

:ริเริ่มสร้างวิถีชีวิตแบบใหม่ให้กับตนเองและให้กับครอบครัวในการดำรงชีพในกองทัพ(อากาศ)ภายใต้สถานการณ์โรคระบาด

ทั้งนี้ ก็เพื่อมิให้ชายวัยทำงาน(ข้าราชการชาย-ข้าราชการหญิง)วัยทำงานเป็นพาหะนำพาเชื้อโรคให้กระจายอย่างไร้การควบคุม

COVID-19 ปลิดชีพเด็กเยาวชน(เป็นจำนวนน้อยหรือเกือบไม่มีสถิติเลย) เฉพาะเด็กเยาวชนบางคนที่มีสุขภาพร่างกายอ่อนแอผิดปกติเท่านั้นถึงจะถูกCOVID-19เข้าปลิดชีพ

เชื่อว่าเด็กเยาวชนมีภูมิคุ้มกันในตัวเองมากดีพอในการต่อสู้กับเชื้อโรคนี้

:ห้ามเคลื่อนเด็กเยาวชน/บุตรหลานย้ายเข้าเมือง(กทม)และ/หรือย้ายถิ่นฐานออกนอกเมือง(กทม)โดยเด็ดขาดไม่ว่าจะกรณีใดๆ (หากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจ)

:ลดกิจกรรมการเรียนในโรงเรียนพื้นฐาน(นายเรืออากาศ-จ่าอากาศ-พยาบาล)/ สถานศึกษาในเขตพื้นที่ทหาร(อากาศ)-โรงเรียน/สถานเด็กอ่อนในเขตพื้นที่ทหาร(อากาศ)

โดยอาจต้องลดการเรียน/กิจกรรมในห้องเรียนรวมลงมากถึงร้อยละ50 –เพิ่มกิจกรรมในอาคารที่โล่งแจ้ง/ในที่พักอาศัยทางทหาร/ในที่บ้านพักอาศัญของราชการในเขตพื้นที่(ทหาร)โดยใช้เวลาฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง/ปรับวิธีการเรียนด้วยการเรียนด้วยตนเอง(ผ่านระบบออนไลน์/เรียนด้วยตนเองสำหรับผู้ที่มีโอกาส)

:สร้างสุขลักษณะขึ้นใหม่ในโรงเรียนทหาร/ในโรงเรียนในเขตพื้นที่ทหาร(อากาศ)/ในบ้านพักอาศัยของราชการในเขตพื้นที่ทหาร(อากาศ)ให้เป็นไปตามตามหลักวิชาการเกี่ยวกับโรคระบาด –สวมหน้ากาก –ล้างมือเป็นนิจสินทั้งก่อนและหลังการสัมผัสสิ่งของเครื่องใช้ -Social Distanceตามสมควรที่เป็นความเหมาะสมของมนุษย์วัยอยากรู้อยากเห็น –กินช้อนส่วนตัว/ตักใช้ช้อนกลาง -หยิบจับสิ่งของด้วยตนเองสร้างนิสัยช่วยเหลือบริการตัวเอง

:จัดเวลาพักผ่อนให้เพียงพอทั้งนักเรียนทหาร/เด็กนักเรียนในโรงเรียนในเขตพื้นที่ทหาร(อากาศ)/เด็กอ่อนในครอบครัวในบ้านพักอาศัยของราชการในเขตพื้นที่ทหาร(อากาศ) รวมถึงครูอาจารย์-พนักงาน-…นายทหารพี่เลี้ยง/พี่เลี้ยงด้วยโดยต่างต้องมีการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

:อาหาร-เครื่องดื่มต้องมีเพียงพอและมีคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งที่โรงเรียนต่างๆและที่บ้านพักอาศัยของราชการในเขตพื้นที่(ทหาร)

:ควบคุม/จัดระเบียบการใช้สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นต้องใช้ร่วมกัน

:กำหนดมาตรการรักษาความสะอาดที่โรงเรียนต่างๆ-ที่บ้านพักอาศัยของราชการในเขตพื้นที่ทหาร(อากาศ) ความสะอาดของยานพาหนะขนส่ง-เครื่องมือเครื่องใช้ในการเรียนการสอน-สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัว รวมถึงการการชำระล้างร่างกายตามระยะเวลาอันสมควร

;กำหนดเส้นทางการไปเรียน-ห้ามเดินทางออกนอกเส้นทางไป-กลับโรงเรียนต่างๆ/ในสถานศึกษาทั้งนอกและในเขตพื้นที่ทหาร(อากาศ)โดยเด็ดขาด

:กำหนด/ควบคุมยานพาหนะใช้ในการเดินทางไปโรงเรียนต่างๆหรือไปทำกิจกรรมใดๆทั้งในและนอกเขตพื้นที่ทหาร(อากาศ)อย่างเคร่งครัด

:งดกิจกรรมสังคมโดยเด็ดขาด/ลดการรวมตัวของผู้ปกครอง-ไม่ก่อการรวมตัวกันเป็นกลุ่มชนในพื้นที่ใดๆทั้งในระหว่างการเรียนและ/หรือในระหว่างการเดินทางไปศึกษา/ไปทัศนศึกษาหรือแม้แต่ที่บ้านพักอาศัยในเขตพื้นที่ทหาร(อากาศ)ที่ก่อให้มีคนในจำนวนเกินกว่า50คนโดยเด็ดขาดโดยไม่มีเหตุไม่จำเป็นเพื่อลดความเสี่ยงของการ”กระจายไปด้วยการสัมผัส”

:งดกิจกรรมสันทนาการ –งดการพบปะ(ของผู้ปกครอง)ทั้งนอกและในโรงเรียนทหาร/ที่บ้านพักอาศัยของทหาร(อากาศ)ที่อาจก่อให้เกิดการสัมผัสอันนำไปสู่การ”กระจายไปด้วยการสัมผัส”

ทั้งนี้ เพื่อให้เด็กเยาวชนในครอบครัวทหาร(อากาศ)ไม่เป็นพาหะ-ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคให้มันกลายพันธุ์

ประการสำคัญคือให้เด็กเยาวชนในครอบครัวของกองทัพ(อากาศ)เป็นต้นแบบของการสร้างวิถีชีวิตในสภาพแวดล้อมใหม่(ภายใต้โรคระบาด)ที่แต่ละคนค่อยๆรับเชื้อภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดและค่อยๆสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาในร่างกายตนเองเพื่อให้เด็กเยาวชน/เด็กอ่อนในครอบครัวทหาร(อากาศ)สามารถต่อสู้กับCOVID-19กลายเป็นภูมิคุ้มกันสร้างความอยู่รอดปลอดภัยแก่ตนเองในระยะยาว

ข ประกาศถึงคุณลักษณะของCOVID-19 ข้าราชการและครอบครัวรวมถึงผู้(ต้อง)มีปฏิสัมพันธ์กับข้าราชการ เพื่อป้องกัน/ระงับการกระจายเชื้อโรค ดังนี้
-รู้เข้าใจ…

-รู้เข้าใจเกี่ยวกับวงจรชีวิตในสภาพแวดล้อมใดๆที่แตกต่างกัน วงจรชีวิตของCOVID-19ต้องถูกวิเคราะห์อย่างละเอียดในประเทศไทย(โดยใช้สนามมวยเป็นตัวแบบ)
-รู้เข้าใจเกี่ยวกับการกระจายตัวของเชื้อโรคไปได้รวดเร็วด้วยการ “กระจายไปด้วยการสัมผัส” เป็นหลัก(ร้อยละ95)
-รู้ว่ามนุษย์(ข้าราชการ)คือพาหะหลักในการนำพาการกระจายจากแหล่งหนึ่งไปยังอีกแหล่งหนึ่ง
-รู้เข้าใจเกี่ยวกับการฟักตัวอยู่ในตัวคน(มนุษย์-ข้าราชการ)ผู้รับเชื้อทุกเพศทุกวัย
-รู้เข้าใจเกี่ยวกับการแพร่กระจายเกิดจากการรวมตัวกันของคน(มนุษย์-ข้าราชการ)เป็นกลุ่มชนในสังคม
-รู้ว่าผลกระทบของเชื้อโรคที่มีต่อแต่ละเพศ-แต่ละวัยที่มันมีผลกระทบแตกต่างกัน(มีผลกระทบมากต่อผู้สูงอายุเพศชายตามสถิติที่ได้(และที่จะต้อง)จำแนกอย่างละเอียดต่อไปโดยกองทัพ(อากาศ)จะต้องเร่งสร้างมาตรการเฉพาะพิเศษขึ้นมารองรับเป็นกรณีๆไปโดยเฉพาะมาตรการเกี่ยวกับคนแต่ละวัยดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น)

ค ข้าราชการทหาร(อากาศ)ในฐานะเป็นทหารของชาติต้องเตรียมการและดำเนินการ ดังนี้
“รักษาสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตของตนให้แข็งแกร่ง”
“ขึ้นทะเบียนตนเอง-รอเรียกพล”
-พร้อมที่จะออกไปทำหน้าที่ให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับCOVID-19
-พร้อมที่จะออกไปทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากภัยCOVID-19
-พร้อมที่จะออกไปทำหน้าที่เป็นเครื่องมือของรัฐในการจัดระเบียบชุมชน-ควบคุมเมืองเผชิญเหตุCOVID-19เพื่อให้Peakลดลงบนตัวเลข ต่ำสุดในระยะเวลาอันใกล้สุด

error: Content is protected !!