วันอาทิตย์, 25 กันยายน 2565

ทัพภาค 4 เปิดค่ายทหาร ปัตตานี รองรับ คนไทย ที่กลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ป้องกันและควบคุมโรค Covid-19

11 มี.ค. 2020
487

 

พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิลามจังหวัดปัตตานี, พลตรี ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี, นายแพทย์ อุดมเกียรติ พูลสวัสดิ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี, นายแพทย์อรุณ ประเสริฐสุข รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลปัตตานี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

เดินทางลงพื้นที่ไปยังกองร้อยอาวุธเบาที่ 3 กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 153 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

เพื่อสำรวจความพร้อมของการจัดสถานที่สำหรับรองรับประชาชนที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง และผู้ที่มีอาการต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัส Covid-19 เฝ้าระวังสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน จนพ้นระยะฟักตัวของโรค

เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี

โดยในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ได้เลือกใช้กองร้อยอาวุธเบาที่ 3 กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 153 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย เป็นสถานที่กักตัว โดยมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายทหาร, จังหวัดปัตตานี, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากมีผู้เข้าข่ายต้องเข้ารับการกักตัว

แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวถึงมาตรการเตรียมรับมือสถานการณ์ Covid-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า “ได้มีการประชุมหน่วยขึ้นตรง ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอจังหวัดสงขลา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมสถานที่กักกันตามนโยบายของรัฐบาลและตามสั่งการของผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งขณะนี้ได้มีการเตรียมการโดยใช้หน่วยทหารในพื้นที่

ซึ่งในวันนี้ได้ลงมาสำรวจพื้นที่ ตรวจดูความเรียบร้อย ความพร้อมในการรองรับ โดยได้กำชับให้ดูแลผู้ที่มากักตัวให้อยู่อย่างสะดวกสบาย และถูกสุขลักษณะ ที่กินอยู่หลับนอนจะต้องเข้าระบบให้ได้มาตรฐาน เจ้าหน้าที่ที่มาขอดูแลก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้พร้อม ทั้งหน้ากากอนามัย เสื้อกาวน์กันน้ำ ถุงมือ แว่นตา เจ้าหน้าที่ต้องใช้ตามการใช้งานจริงเท่านั้น

พร้อมกันนี้ก็จะให้กำลังพลที่มีจิตอาสาเข้ามาดูแลอำนวยความสะดวก ควบคู่กับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขจะต้องคอยตรวจสอบและติดตามอาการ

โดยผู้ที่มีกลุ่มเสี่ยงก็จะต้องทำตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องอยู่ในมาตรฐานการป้องกันและควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข และที่สำคัญหน่วยในพื้นที่จะต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนละแวกใกล้เคียง ไม่ให้เกิดความตระหนกตกใจ เนื่องจากเชื้อไวรัสไม่ได้ฟุ้งกระจายในอากาศ ดังนั้น ชุมชนละแวกใกล้เคียงไม่ต้องกังวล ไม่มีทางได้รับเชื้อแน่นอน

สำหรับพื้นที่ชายแดนก็มีหน่วยป้องกันชายแดนเข้าไปให้การสนับสนุนอำนวยความสะดวก และได้มีการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชน งดใช้ท่าข้ามทางธรรมชาติ และให้ไปใช้ท่าข้ามที่ถูกต้องเพื่อผ่านการตรวจคัดกรองที่ชัดเจน”

ด้าน นายแพทย์ อุดมเกียรติ พูลสวัสดิ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานีกล่าวว่า สำหรับจังหวัดปัตตานีมีความพร้อมด้านสถานที่ที่จะใช้ในการกักตัวโดยเป็นไปตามมาตรฐานของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์รับคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มฐานทัพเรือสัตหีบ กองทัพเรือ ตั้งแต่ขั้นตอนการนำผู้ป่วยเข้าพื้นที่ , ที่พัก, ที่รับประทานอาหาร, ห้องน้ำ และการอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆ โดยจะใช้เวลาในการกักตัว 14 วันเพื่อเฝ้าระวังอาการและป้องกันการติดต่อระหว่างคนสู่คน ซึ่งการได้รับการสนับสนุนกองร้อยอาวุธเบาที่ 3 กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 153 ให้เป็นสถานที่กักตัวในสถานการณ์นี้ ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เป็นหัวหน้าหลักในการประสานความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงกลาโหม, กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข เพราะเพียงแค่โรงพยาบาลปัตตานีคงมีสถานที่รองรับไม่เพียงพอ

error: Content is protected !!