วันเสาร์, 18 กันยายน 2564

แนวคิด น่าสนใจ!!! แผนการรับมือ COVID-19 ในทุกมิติ มองกว้าง ครอบคลุม ไม่ใช่แก้ปัญหา แบบวันต่อวัน

07 มี.ค. 2020
449

 

แผนการทัพ รับมือ COVID-19

หากจะเปรียบเทียบการระบาดของ COVID-19 กับสงครามที่เราเคยเรียนกันในวิชาประวัติศาสตร์แล้ว อาจกล่าวได้ว่า สถานการณ์ขณะนี้เปรียบเสมือนประเทศเรากำลังมีข้าศึก COVID-19 มาล้อมเมือง บางส่วนก็เริ่มเล็ดลอดเข้ามาป่วนในเมืองเราได้แล้ว
รัฐบาลกำลังพยายามต้านทานอย่างหนัก แพทย์ พยาบาล ทัพหน้าแทบไม่ได้พัก ถ้าในที่สุด เราป้องกันไม่ได้จริงๆ ไวรัส COVID-19 ก็จะทลายกำแพงเมืองเข้ามาระบาดใหญ่ได้ ถึงวันนั้นพวกเราหลายคนคงไม่รอด คงจะรับเชื้อ และอาจถึงกับสูญเสียชีวิต

การระบาดของ COVID-19 หากเปรียบกับสงคราม COVID-19 ถือว่าเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งมาก โจมตีทั้งจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อิตาลี อิหร่าน แตกมาแล้ว ไทยเราเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเล็กกว่าประเทศเหล่านั้นมาก จะรับมือกันไหวหรือ ?

ต้องไหวซิครับ ถ้าพวกเราร่วมมือกัน สู้ไปด้วยกัน เราต้องไม่ปล่อยรัฐบาลสู้เพียงลำพัง ในขณะที่พวกเราแค่คอยเชียร์

การสงครามต้องมีแผน เราไม่ควรสู้สุ่มสี่สุ่มห้า เราต้องรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ยังไงก็ชนะร้อยครั้ง !!

ขั้นแรก เราต้องอ่านข้าศึกให้ได้ก่อน
• COVID-19 เชื่อว่าเข้มแข็งเฉพาะฤดูหนาว ฤดูร้อนอ่อนกำลัง ส่วนฤดูฝนยังไม่แน่ใจ เมืองไทยเรามีฤดูฝนเป็นส่วนใหญ่ ที่เหลือมีสภาพเป็นฤดูร้อนกับฤดูร้อนมาก
• COVID-19 หากเข้าเมืองมาได้ สามารถกระจายจากคนสู่คนด้วยความรวดเร็วมากกว่าทวีคูณ จาก 1 ไป 2 จาก 2 ไป4 จาก 4 ไป 8 จาก 8 ไป 16 ไป 100.1000 … ในพริบตา
• COVID-19 ปกติ ระบาดผ่านทางการใช้ของร่วมกัน และการไอจาม แต่ที่พิเศษคือคนที่ติดอาจไม่มีอาการป่วย แต่เป็นพาหะในการแพร่กระจายได้ อันนี้น่ากลัวมากเพราะ ทำให้เราไปไกล้กับคนติดเชื้อโดยไม่ระวัง คนที่แข็งแรงเหมือนคนที่อยู่ข้างๆคุณนั่นแหล่ะสามารถเป็นพาหะได้
• COVID-19 กำลังหลักมาจากจีน รองมาจากเกาหลีใต้ ตอนนี้มีกำลังเสริมมาจากอิหร่าน และอิตาลี ในอนาคตอาจมีอีก โดยเฉพาะในยุโรป

ศึกครั้งนี้หนักหนาสาหัสนักและเดิมพันสูงมาก หากเราแพ้ ก็จะเกิดการระบาดใหญ่ทั่วประเทศ เศรษฐกิจจะพังทั้งระบบ บริษัทคุณอาจจจะขาดทุนยับ ผู้คนทุกสาขาอาชีพอาจถูกไล่ออกจากงาน เกษตรกรจะขายของไม่ได้ คุณอาจจะถึงขั้นไม่มีเงินซื้อข้าวกินจะเอาเงินที่ไหนผ่อนบ้านผ่อนรถ เสียค่าเทอมลูก มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

ศึกนี้เดิมพันด้วยชีวิต การดำเนินการของรัฐบาลอย่างเดียวไม่พอแน่นอน พวกเราทุกคน ผู้ประกอบการทุกสาขา บริษัทห้างร้าน หน่วยงานเอกชน ประชาชนทุกคนต้องช่วยกัน ต้องสอดรับกัน ไปทางเดียวกัน ไม่มีช่องโหว่และไม่ซ้ำซ้อนกัน

แล้วแผนการเข้าต่อสู้กับ COVID- 19 เราควรทำยังไงดี ?

ในภาพรวม เราต้องเสริมกำแพงป้องกันไม่ให้เข้าเมือง ตรวจหาตัวที่เข้ามาแล้วว่าซ่อนอยู่ที่ไหนบ้าง หาให้ได้ทุกตัว ห้ามหลุด ป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าตัวคนของเราและรักษาคนที่ติดเชื้อให้เร็ว

โดยผมขอเสนอแผนดังนี้:

1. รัฐบาล
• ปิดกั้นคนที่มีโอกาสติดเชื้อเข้าประเทศ ทำเกินดีกว่าขาด แต่เกินมากเศรษฐกิจก็พัง เกินหนึ่งระดับกำลังดี ที่สำคัญต้องเข้มข้น ตรวจเข้ม ทุกช่องทาง -นึกถึงป้าที่เกาหลีใต้เอาไว้ หลุดมาคนเดียว เศรษฐกิจพังทั้งประเทศ

• เก็บข้อมูลผู้ที่ผ่านเข้าเมืองที่มาจากประเทศเสี่ยงให้ละเอียดยิบ ไปทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่ กรณีพบภายหลังว่าติดเชื้อ จะได้ตามถูก
• จัดการกับ Fake news เกี่ยวกับ COVID- 19 อย่างเฉียบขาด ป้องกันการตื่นตระหนกเกินเหตุ
• ส่งเสริมระบบการสอดส่องกันเอง ให้รางวัลคนที่ชี้เบาะแสคนเป็น COVID-19 หากว่าตรวจแล้วเป็นจริง แจกไปเลย
• สร้าง GIS APP บนมือถือ ติดตามคนที่ติดเชื้อ คนที่น่าสงสัย ให้สีแดง ส้ม สีเหลือง เขียว ตามระดับความรุนแรง เข้าใจว่าที่จีนก็ใช้อยู่ ทำให้คนสามารถหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงได้
• ลงโทษผู้ที่ปกปิดการเดินทางมาจากประเทศเสี่ยงอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่กฎหมายทำได้ จับมาให้ดูซัก 4-5 cases คนจะได้ไม่กล้า
• ลงโทษผู้ที่ขายหน้ากาก และ Gel แอลกอฮอล์ อุปกรณ์สุขอนามัย เกินราคาอย่างจริงจัง รุนแรง และเด็ดขาด แต่ถ้าแบบไปตรวจแล้วไม่เจอขายเกินราคา อันนี้ยิ่งพูดยิ่งเสีย อย่าเลย ไม่มีใครเชื่อ
•ให้องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น ทำบัญชีรายชื่อบุคคลในท้องที่ตนเอง สอบประวัติทุกคน ทำบัญชีจัดระดับความเสี่ยงรายบุคคล แล้วรวบรวมเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนกลาง รัฐจะต้องมีข้อมูลในมือเพียงพอที่จะตัดสินใจได้ (ช่วงนี้คนว่างงานเยอะ จ้างมาช่วยก็ได้ )
•ให้องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นพิจารณาแปรงบประมาณค่าใช้จ่ายต่างๆ จัดสรรมาใช้ในการจัดหา หน้ากากอนามัย อุปกรณ์สุขอนามัยต่าง ๆ แจกประชาชนในท้องถิ่น
• ให้โรงงานหน้ากากอนามัยเร่งผลิตทั้งวันทั้งคืน โรงงานใดที่สามารถดัดแปลงเป็นโรงงานหน้ากากได้ ให้ดัดแปลงในเบื้องต้น ก่อนอื่นทุก รพ.ต้องมีเพียงพอ จากนั้นถ้าประชาชนอยากซื้อ ต้องมี
• จัดเตรียมสถานที่รองรับการระบาดขนาดใหญ่ โรงพยาบาลสนาม เตรียมการระดมแพทย์ พยาบาล ตอนนี้ให้ซ้อมแผนฉุกเฉินไว้เลย ให้ไปเสริมความรู้ในการป้องกันตัวเองจากไวรัสให้พวกหน่วยกู้ภัยต่างๆ ด้วย
• ออกนโยบาย ให้คนกระจาย ไม่อยู่รวมกลุ่มกันให้มากที่สุด เช่น ส่งเสริมการทำงานที่บ้าน ปรับเวลาเข้างาน และเลิกงานเพื่อลดความแออัด ถ้าจำเป็นให้ใช้ระบบการประชุมทางไกล ฯลฯ
• รณรงค์ใส่หน้ากากในที่สาธารณะ (เราน่าจะเชื่อจีนมากกว่าฝรั่ง) เพราะ ไวรัสนี้ไม่เหมือนไวรัสอื่น ติดได้แม้ไม่มีอาการ ดังนั้น หากมีคนติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ แล้วไม่ใส่หน้ากาก ก็ยังสามารถแพร่เชื้อได้ และจากสถิติข้อเท็จจริง จีนควบคุมไวรัส COVID -19 ได้ดีกว่าหลายประเทศ
• ให้สถานศึกษา โรงเรียนทุกโรงเรียน เตรียมแผนการเรียนการสอน Online หากทำไม่ได้ให้แยกนักเรียนนั่งห่างกัน งดกิจกรรมรวมกลุ่มที่ต้องยืนหรือนั่งติดกัน สถานการณ์นี้วิกฤติ เรื่องการเรียนการสอน การให้คะแนนเป็นเรื่องรอง ความปลอดภัยเป็นเรื่องใหญ่
• ให้ทุกหน่วยงาน ยกเลิกการเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเสี่ยง ยกเว้นจำเป็นจริง ๆ และอาจพิจารณาให้สามารถแปลงงบประมาณเดินทางดูงานต่างประเทศ เป็นการจัดหาหน้ากากและอุปกรณ์สุขอนามัย
• ทุกหน่วยงานราชการ ตรวจอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าหน่วย และเตรียมแอลกอฮอล์เหลวเช็ดมือ สำหรับข้าราชการ
• รถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง ให้เจ้าหน้าที่ใช้แอลกอฮอล์เช็ดราว ที่จับ พนักเก้าอี้ของหน้าต่างประตู ทุกชั่วโมง
• เร่งสะสม สำรองอาหาร และสิ่งอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นในการดำรงชีพให้เพียงพอ โดยเฉพาะกรณีคนตื่นกลัว และกักตุนอาหาร

2. ผู้ประกอบการ ห้างร้าน บริษัทต่างๆ รวมถึงหน่วยงานรัฐและเอกชน ต้องช่วยกันดังนี้
• หากไม่จำเป็นจริงๆ งดเดินทางต่างประเทศ
• ร้านอาหาร ปรับเมนูเป็นอาหารจานเดียว เพื่อหลีกเลี่ยง การรับประทานร่วมกัน โรงอาหารจัดให้นั่งเดี่ยว ตัวอย่างที่ประเทศจีนใช้ฉาก Future board มากั้นแยกแต่ละคนเลย
• ทุกห้างร้าน ตรวจอุณหภูมิก่อนเข้าร้าน และเตรียมแอลกอฮอล์เหลวเช็ดมือ สำหรับพนักงานและลูกค้า ไว้หน้าร้านทุกร้าน
• โรงงานหน้ากาก และแอลกอฮอล์ รวมถึง supply วัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง เร่งการผลิต 24 ชม. และประกาศขายในราคาที่เหมาะสม
• บริษัทต่างๆ ปรับการทำงาน ให้ทำงานที่บ้านเป็นหลัก หากไม่ได้ ให้ปรับเวลาเข้าและเลิกงาน เพื่อไม่ให้แออัด
• หากมีลิฟท์ เจ้าของสถานที่ จัดจุดยืน ให้แต่ละคน ห่างกัน 0.5 เมตร
• บังคับใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ไม่ใส่ตัดเงินเดือนซะ
• จัดให้แม่บ้านดูแลสถานที่ ใช้แอลกอฮอล์ เช็ดปุ่มกดลิฟท์ ลูกบิดประตู ทุก 1 ชม.
• หากพบผู้ป่วยอาการใกล้เคียง รีบรายงานหน่วยงานรัฐและรีบแยกออกจากคนอื่น อย่าห่วงงานมากกว่าห่วงคน
• ให้ความรู้กับคนในองค์กร เกี่ยวกับการป้องกันไวรัส COVID-19
• ทุกหมู่บ้านจัดสรร คอนโด ให้กรรมการหมู่บ้านเคาะบ้าน เคาะห้อง ตรวจสอบ จำนวนคนในความรับผิดชอบ ทำบัญชีคนที่เคยไปประเทศเสี่ยง ในรอบ 2 สัปดาห์ (รวมผู้ที่กลับมาจาก เกาหลีใต้) หากมี ให้กักบริเวณ และจัดหาอาหารให้ตลอด 14 วัน เราทุกคนต้องช่วยกัน รับผิดชอบชุมชนของเรา ทำทั่วประเทศ

3. ประชาชน ต้องช่วยกัน
• หลีกเลี่ยงสถานที่มีผู้คนหนาแน่น ที่ต้องมีการรอคิว จัดจุดรอคิวให้แต่ละคนห่างกัน 1 เมตร
• คนไทยทุกคน ปรับนิสัยให้เป็นคนช่างสังเกตุ และรู้จักรายงานข้อเท็จจริง เมื่อเห็นคนมีอาการไอจาม เป็นหวัด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ หรือผู้รับผิดชอบพื้นที่นั้นทันที จับแล้วไม่เป็น ดีกว่าเป็นแล้วไม่จับ
• ไม่เอามือจับใบหน้า หากจะจับต้องล้างมือก่อนเท่านั้น
• เวลาอยู่ข้างนอกบ้าน ใส่หน้ากากอนามัยเถอะ หากไม่ได้ป้องกันเชื้อข้างนอกมาติดเรา ก็ป้องกันเชื้อเราไปติดเขา เชื่อได้เลย 95% ของคนที่มีอาการเจ็บคอ ไม่เชื่อว่าตัวเองจะติด COVID-19
• สุขอนามัยต้องรักษา กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ
• ท่านใดที่พอมีกำลังอาจพิจารณาบริจาคเงิน จัดหา หน้ากากอนามัย และแอลกอฮอล์ ให้กับโรงพยาบาลรัฐ ท่านใดสะดวกมากหน่อยก็อาจพิจารณาสนับสนุนคนละ 1 ร.พ. ก็น่าสนใจนะครับ

ช่วยกันครับ
ปกรณ์ อาภาพันธุ์
บันทึกเมื่อ 6 มีนาคม 2563 ในวันที่ยังไม่มีรายงานว่า COVID-19 ระบาดรุนแรงไปทั่วประเทศไทย

Cr:pakorn apaphant

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์
https://www.facebook.com/520547366/posts/10157827633017367/

error: Content is protected !!