วันจันทร์, 3 ตุลาคม 2565

ขอบคุณ !

28 ก.พ. 2020
198

 

“บิ๊กตู่” ชี้ ยอมรับระบอบ ให้ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือว่า ได้ทำตามข้อบังคับ ขั้นตอนกฎหมาย รัฐธรรมนูญทุกประการ เดินหน้าทำงานต่อ ขอบคุณทุกกำลังใจ พร้อมฟังทุกความเห็น และในโซเชี่ยลฯ เดินหน้าแก้เศรษฐกิจ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรโหวตลงมติไว้วางใจด้วยคะแนน 272 ว่า ทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งหมดเป็นเรื่องของสภาฯ

และการประชุมเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ได้ทำตามข้อบังคับ เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกประการ
ตนต้องขอขอบคุณทุกคนและประชาชนที่ให้กำลังใจกับรัฐบาล
“ผมจะทำทุกอย่างให้กับทุกคน วันนี้ก็ได้สบายใจไปอีกอย่างหนึ่ง เพราะได้ผ่านพ้นตรงนี้ จะได้ไปทำงานด้านอื่นๆ ซึ่งมีอีกหลายงานที่รออยู่
และนี่คือความจำเป็นของรัฐบาลที่ต้องทำงานและเตรียมการในด้านงบประมาณ ซึ่งได้มีการประกาศใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ยืนยันว่าทุกโครงการที่รัฐบาลทำไป จะลงไปสู่กลุ่มต่างๆให้ครบทุกกลุ่ม ทั้งประชาชนผู้มีรายได้น้อย กลุ่มผู้ใช้แรงงาน

รวมทั้งมนุษย์เงินเดือนต่างๆ แต่ก็ขึ้นกับว่าเราจะมีงบประมาณมากน้อยเพียงใด เพราะมีงบประมาณทั้งที่ลงไปถึงมือประชาชนโดยตรง ซึ่งต้องมาพิจารณาร่วมกันอีกหลายกระทรวง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญวันนี้เราต้องให้ความสำคัญกับปัญหาภัยแล้ง เรื่องเศรษฐกิจภาพรวม ซึ่งมีมาตรการหลายอย่างที่จะลงไปโดยตรง ทั้งเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน รวมทั้งมาตรการของกระทรวงการคลัง เงินทุน การลดอัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่างการหารือ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและพร.บ.งบประมาณรวม ทั้งพ.ร.บ.การเงินการคลังด้วย ซึ่งรัฐบาลต้องทำงานให้เป็นไปตามกฎหมาย

จึงต้องขอโทษที่หลายอย่างอาจมีความล่าช้าไปบ้าง แต่ตนพยายามเร่งรัด และทุกหน่วยงานก็รับปากจะทำให้เร็วที่สุด สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าไม่ใช่เรื่องความขัดแย้ง แต่เราต้องให้ความสำคัญกับประเทศที่ต้องเผชิญกับหลายสิ่งหลายอย่างในขณะนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้เรื่องที่พูดกันในสภาที่ระบุว่าตนได้ไปรับปากกับประเทศต่างๆนั้นไม่จริงเป็นเพียงการไปรับข้อมูลต่างๆ และต้องนำมาพิจารณาภายในประเทศ ซึ่งมีหลายขั้นตอนในทุกๆเรื่อง

สิ่งสำคัญที่สุดคือการค้าการลงทุน เพราะโลกไร้พรมแดนแล้ว ยอมรับว่ามีปัญหาบ้างในเรื่องของสินค้าประเทศที่มีการจำกัด ของเราก็มีการห้ามบางอย่าง

ยืนยันว่ารัฐบาลคิดในทุกแง่ทุกมุม พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกคนโดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ไม่ได้ฟังเฉพาะกลุ่มที่เชียร์หรือรัก ยิ่งว่าก็ยิ่งต้องดูว่ามีปัญหาอะไรจะต้องแก้ปัญหาให้เขาด้วย เราต้องพิจารณาตัวเองว่าอะไรยังบกพร่องอยู่หรือยังมีปัญหา ทั้งในเรื่องการสร้างความเข้าใจ มาตรการและการปฏิบัติต้องทำให้ทุกคนยอมรับได้

แต่แน่นอนว่าไม่มีใครเห็นด้วย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนรุ่นใหม่ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับคนทุกวัยตั้งแต่อยู่ในท้องมาถึงแม่เลี้ยงลูกจนถึงอายุ 15 ปี มีงบประมาณในการดูแลสูงขึ้น

นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ถ้าเราทำอะไรไม่ได้เลย แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาดูแล สิ่งที่จำเป็นต้องร่วมมือและช่วยกันวันนี้คือ การทำตามแนวทางของในหลวง รัชกาลที่ 9 ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ที่สามารถใช้จ่ายเงินได้แต่ต้องมีเหตุผลพอประมาณและมีภูมิคุ้มกันที่ดี โดยต้องประเมินตัวเองแต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนยากจนทั้งหมด

ทั้งนี้หลายมาตรการที่รัฐบาลออกมาเพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ

อย่างไรก็ตามตนเองในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจก็ไม่ได้สั่งทั้งหมด พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกคน และการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนที่เข้ามาและเจอหน้ากันนั้น เป็นการเชิญมาร่วมมือกับรัฐบาล ไม่ใช่ไปบอกก่อนว่าเราจะทำอะไร

ดังนั้นอย่าคิดว่าอะไรก็เอื้อประโยชน์กันทั้งหมด ประเทศไทยอย่างไรคนไทยก็ต้องลงทุนร่วมกัน แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย

สิ่งสำคัญที่สุดประชาชนต้องได้ประโยชน์สูงสุด รวมทั้งประเทศชาติต้องได้ประโยชน์ไปด้วย

ดังนั้นขอร้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลชุดนี้บ้าง เราทำงานด้วยความตั้งใจ ซื่อสัตย์สุจริตทุกประการ อะไรที่เป็นปัญหาก็ให้กระบวนการยุติธรรมว่ากันไป ตนไม่ได้กล่าวอ้างหรือคัดค้านอะไรทั้งสิ้น
“ทุกคนต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม ผมก็คงไปบังคับใครไม่ได้ ถ้าทุกคนต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุขต้องเริ่มจากที่ตัวเองก่อน รัฐบาลไม่ต้องการเป็นคู่ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น เราเผชิญกับความขัดแย้งมานานแล้วเป็นสิบๆ ปี เป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสจากศักยภาพที่มีอยู่

และขอขอบคุณอีกครั้ง ขอให้ช่วยกันกับผม ถ้าไม่อยากช่วยผมก็ขอให้ช่วยประเทศชาติ ช่วยประชาชนของเรา วันนี้งบประมาณก็ลงไปเกือบทุกท้องถิ่นแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย แต่หากวันข้างหน้ายังมีความจำเป็นเพิ่มเติมก็ยังมีงบกลางอยู่ รัฐบาลนี้ทำงานโดยมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ถ้าไม่มียุทธศาสตร์มันทำอะไรไม่ได้ งานจะมาเป็นจ๊อบเรื่องๆ เราต้องวางหลักเกณฑ์ให้ได้ไม่เช่นนั้นจะกลับไปสู่ที่เดิม เพราะความเจริญเราไม่เท่ากัน โอกาสจึงไม่เท่ากัน
///

error: Content is protected !!