เมื่อฝ่ายค้าน ย้อนอดีต มา!! “บิ๊กตู่” ก็ต้องฉายหนังซ้ำ วนไป

24 ก.พ. 2020
155

 

เล่าย้อนอดีต ทำไมตัองรัฐประหาร
สาเหตุ ที่ต้องเข้ามาบริหารประเทศ
ถาม เพราะก่อน22 พค.2557 สภาพบ้านเมืองเป็นยังไง?

“ผมไม่เคย มีแนวคิด ล้มล้างรัฐธรรมนูญ”

พร้อม ไม่เคยใช้มาตรา 44 เพื่อกลั่นแกล้งใคร แต่ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินที่ติดขัดจนสำเร็จ เช่น เรื่อง ICAO IUU ถามเมื่อก่อน ไม่เห็นมีใครแก้ไข

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงภายหลังนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านแถลงข้อกล่าวหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ว่า ขอชี้แจงในขั้นต้นเรื่องที่ไม่วางใจตนมีหลายเรื่องตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต แต่ตนไม่โกรธเลย ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอด ตนเข้ามาชี้แจงด้วยความยินดี แม้มีการปล่อยข่าวว่ามีการเผชิญทั้งศึกในศึกนอก

อย่างไรก็ตาม ไทยเข้าสู่การเป็นประชาธิปไตย เป็นไปตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งเป็นฉบับที่มีคนว่าทั้งดีและไม่ดี อาจจะไม่ถูกใจใครบ้างก็ตาม

ทั้งนี้ ส.ส.ทั้งหลายรวมถึงตนก็ผ่านการเลือกของประชาชน จำกันได้หรือไม่ว่าตนได้คะแนนเสียงโหวตเลือกนายกฯ เกิน 250 เสียง มากกว่าฝ่ายค้าน ไม่มี ส.ว.มาร่วมโหวตด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนข้อกล่าวหาว่าไม่ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น ตนไม่เคยมีความคิดแบบนี้เลย แต่ต้องมองย้อนกลับไปก่อน 22 พ.ค. 2557 ว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุการณ์ในปี 2553 เกิดอะไร นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ตนเข้ามาอยู่ตรงนี้ จำเป็นต้องแก้ปัญหาให้เกิดความเรียบร้อยก่อนนำสู่การเลือกตั้ง

นอกจากนั้น สิ่งที่ตนกังวลในตอนนั้นคือการโกง ลองย้อนกลับไปดูว่ามีจำนวนเยอะหรือไม่ ลองตอบในใจดู ไม่ต้องตอบดังๆ และมีเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศหลายอย่าง การทำลายอำนาจตุลาการ แต่บางคนไม่ยอมติดคุก อย่างเรื่องถุงขนม ประชาชนก็ลองเปรียบเทียบดู ซึ่งกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อประโยชน์ใครไม่ทราบ รวมถึงการนิรโทษกรรม โครงการรับจำนำข้าว ใครทำก็ไม่รู้

ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าผมใช้อำนาจโดยไม่ชอบธรรม ผมไม่เคยไปก้าวล่วงใคร หรือจับติดคุกโดยปราศจากหลักฐานและข้อเท็จจริง ท่านไม่เป็นธรรมกับผม ผมไม่เคยว่า ผมก็อารมณ์เย็นตลอด ในอดีต จ.ภูเก็ต และนครสวรรค์ก็โดนมาแล้ว ถ้าไม่เลือกเราก็ไม่ได้โครงการ หรือที่มีบางคนพูดว่า “ผมอยู่ไม่ได้ ประเทศก็อยู่ไม่ได้” ใครพูดก็ไม่รู้ ดังนั้น ถ้าไม่มีพยานหลักฐานก็ลงโทษคนทำผิดไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ส่วนที่บอกว่าเศรษฐกิจมีปัญหา ต้องถามว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น หลายคนนั่งอยู่ตรงนี้ก็ทราบดี เพราะนั่งอยู่กับตนด้วย แล้วใครถูกตี ถูกทุบรถ เรื่องเหล่านี้ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก หากท่านจะตอบโต้ก็เอาหลักฐานมายืนยันแล้วกัน ทั้งนี้ ในเรื่องมาตรา 44 จะเอาไปแกล้งข้าราชการทำไม วันนี้ไม่มีแล้ว ที่ผ่านมาเอาไว้แก้ปัญหา เช่น องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอเคโอ และการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือไอยูยู ซึ่งก็ทำสำเร็จ แต่ใช้ในการบูรณาการหรือแก้ปัญหา แล้วที่บอกว่าตนสืบทอดอำนาจ ไม่ว่าใครพูดก็แล้วแต่ มันเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ตนไม่ได้ไปนั่งร่วมร่างด้วย เพียงแต่ส่งความเห็น กรธ.ได้ข้อสรุปอย่างไรก็ปฏิบัติตามนั้น และ 5 ปี 7 เดือนที่อยู่ในตำแหน่ง ลองนึกดูว่ามีคดีทุจริตกี่คดี ที่ผ่านมาเคยมีการแก้ไขหรือไม่ในกระบวนการยุติธรรม การทำงานของตนทำตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่ใช่ไปนั่งหัวโต๊ะแล้วสั่ง ไม่ก้าวล่วงอำนาจเขาเลย เพราะทุกกระทรวงมีกฎหมายอยู่ อย่างไรก็ตาม ที่บอกว่าตนเอื้อประโยชน์ให้ใครนั้น เป็นการวิเคราะห์ วิจารณ์ หรือคาดการณ์กันไป แล้วที่บอกว่ารัฐบาลใช้โครงการประชานิยม แต่ตนเรียก tailor made หรือที่แปลว่าช่างตัดเสื้อ คือแก้ปัญหาให้กับประชาชนแต่ละกลุ่มที่มีรายได้น้อยซึ่งเราต้องดูแลเรื่องนี้ กระทรวงการคลังสามารถชี้แจงได้ รวมถึงเรื่องการต่อสัญญาสัมปทานทางด่วน BEM เรื่องนี้เกิดมาตั้งแต่สมัยไหน มีการให้สัมปทานมา 30 ปีแล้ว ตนก็ต้องแก้ไขเพราะมีกรณีฟ้องร้อง ทั้งนี้ ตนเป็นทหารต้องรักษาสัตย์ รักษาจิตใจของตนเอง และต้องการให้การอภิปรายเป็นประโยชน์ เมื่อชี้แจงอะไรก็ให้กรุณาฟัง

:อภิปรายไม่ไว้วางใจ พลเอกประยุทธ์ วันแรก24 กพ.2563

error: Content is protected !!