วันเสาร์, 22 มกราคม 2565

ติดกับดัก คำว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม”…. ทำให้เราเสียโอกาสอะไรบ้าง

 

“เสืออากาศ24/7” พลิกมุมมอง เดิมๆ ให้กลับด้านคิด เคยมีใครคิดมั้ยว่า การที่ ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ทำให้เสียโอกาส ในการพัฒนาประเทศ

โดยเขียนบทความระบุว่า…

ประเทศไทย = ประเทศเกษตรกรรม
“จริงหรือไม่???-ประการใด???”

ก-ธรรมชาติสร้างให้ประเทศไทยเป็นเพียงแต่ประเทศเกษตรกรรมเช่นนั้นหรือ???

หรือว่า…
ข-คนไทยถูกชักจูง(ถูกฝรั่งหลอก)ให้เชื่อว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมแต่เพียงอย่างเดียว. ..ใช่หรือไม่???

ประเทศไทยบนดินแดนสุวรรณภูมินั้น
ธรรมชาติได้สร้างขึ้นมาให้มีคุณลักษณะเป็นเลิศ ดังนี้
1_ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว
2_เผ่าพันธุ์ชนชาติไทยจากสภาพธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อาหารการกินเป็นเลิศ เป็นชนชาติที่มีความฉลาดไม่แพ้ชนชาติอื่นใด
3_ดินแดน-ทำเลที่ตั้ง-สภาพภูมิประเทศเป็นเลิศกว่าประเทศใดๆ ปราศจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ มันข้างต้นสามารถถูกนำมาประยุกต์ใช้โดยคนไทยให้สามารถอยู่อาศัยใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง-มั่งคั่งอยู่ดีมีสุขอย่าง-ยั่งยืน

การขนานนาม”ประเทศเกษตรกรรม”
เมื่อรัชกาลที่3(จีน)-4(ฝรั่ง)…จนถึงปัจจุบัน
_ฝรั่ง+จีนเป็นผู้ขนานนามนี้ให้กับประเทศไทย มายาวนานจนถึงทุกวันนี้
(ปัจจุบันคนไทยเราเองก็ยังคงยินดีที่จะขนานนามประเทศไทยเราเองว่าเป็น”ประเทศเกษตรกรรม”อยู่ต่อไป มันเป็นความน่าเสียดายยิ่ง)

_ฝรั่ง(ยุโรป-อเมริกา)+จีนชักนำคนไทยให้ทำเกษตรกรรมแปลงใหญ่เพื่อส่งออกผลผลิตเกษตรกรรมราคาถูกไปหล่อเลี้ยงประเทศตนซึ่งเป็นประเทศอุตสาหกรรม

ฝรั่ง+จีนหลอกล่อคนไทยให้จมปลักอยู่กับเกษตรกรรมพึ่งพิงธรรมชาติอย่างหนัก : ใช้ที่ดิน -แหล่งน้ำในประเทศอย่างไร้การควบคุม
ฝรั่ง+จีน …หลอกล่อให้คนไทยติดกับอยู่กับบรรดาพืชพรรณ-ปศุสัตว์ตัดแต่งสายพันธุ์-ราคาถูก..

อันเป็นการเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจพอเพียง/พืชผักสวนครัวหลังบ้านให้กลายเป็นระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ มันถือว่าผิดจริตทางธรรมชาติของประเทศไทยแห่งดินแดนสุวรรณภูมิอย่างยิ่ง

ฝรั่ง… นับแต่ได้เกิดมีสนธิสัญญาเบาริ่งขึ้นมาก็ทำให้คนไทยเสมือนหนึ่งว่าถูกชักจูง(ถูกหลอก)ให้ติดกับอยู่กับเกษตรกรรมแต่เพียงอย่างเดียวมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน คนไทยขาดมุมมองอื่นไปอย่างน่าเสียดาย…

เกษตรกรรม(แปลงใหญ่)บนการบุกรุกทำลายป่าเขาอย่างหนักนั้นมันทำให้ประเทศไทยแห่งดินแดนสุวรรณภูมิ(ที่ธรรมชาติสร้างมาให้เป็นดินแดนที่มีความสมบูรณ์/ให้มีมนุษย์ฉลาดนั้น)เปลี่ยนไปจากสภาพธรรมชาติดั้งเดิมจนสิ้น

กล่าวคือเปลี่ยนจากสภาพป่าเขาป่าไม้อันสมบูรณ์กลายเป็นป่าเขาเสื่อมโทรม(ที่ถูกบุกรุกทำลายอย่างรุนแรง) สภาพระบบนิเวศเสียหายหนัก ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้นคือคนไทยเราถูกเปลี่ยนพฤติกรรมจากเดิมไปจนสิ้น

คือกลายเป็นชนชาติที่หมกมุ่นทำมาหากินด้วยการทำลายธรรมชาติรอบตัวเพื่อความอยู่รอดแทนที่จะเป็นชนชาติริเริ่มสร้างปัญญาทำมาหากินเป็นหลัก

แม้ว่าคนไทยเราจะเป็นชนฉลาดมีปัญญามากมายไม่แพ้ชนชาติก็ตาม

นี่คือที่มาและผลกระทบเชิงลบอันใหญ่หลวงของคำว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม”

“ประเทศเกษตรกรรม” แท้จริงแล้วมันคือกระบวนการปิดกั้นโดยฝรั่ง+จีนมิให้คนไทยมีโอกาสสร้างปัญญา/มิให้มีโอกาสใช้ปัญญาพัฒนาอุตสาหกรรมราคาแพง/เทคโนโลยีสารสนเทศฉลาดราคาแพงเป็นของตัวเอง
คนไทยถูกชักจูงให้เป็นเช่นนี้มาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้
หาคนไทยคนใดคิดเปลี่ยนคำขนานนามดังกล่าวนี้ไม่!!!

ฝรั่ง+จีนวางกลยุทธ์ไว้เป็นเช่นนี้
€ฝรั่ง+จีนซื้อสินค้าเกษตรกรรมราคาถูก บนความยากจนของคนไทยจำนวนร้อยละ95ของประชากรทั้งประเทศหรือเป็นจำนวน64ล้านคนในปัจจุบัน
€ฝรั่ง+จีนขายสินค้าอุตสาหกรรมราคาแพง สร้างความร่ำรวยแก่ตนเองได้มากมหาศาลโดยยังคงกำเทคโนโลยีขั้นสูงไว้อยู่ในมืออย่างเหนียวแน่น

ข้อคิดที่คนไทยทั้งชาติต้องคิดอย่างหนักคือว่า
€ธรรมชาติแท้จริงแล้วหาได้บอกว่าคนไทยจะต้องเป็นเกษตรกรประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นไม่!!!
ธรรมชาติสร้างให้คนไทยเฉลียวฉลาดเท่าเทียมกับชนชาติอื่นที่พร้อมจะสามารถ(ใช้มันสมอง-ทักษะ)ของเราสร้างปัญญาไทยและใช้ปัญญาไทยทำการคิดค้นวิจัยพัฒนาทดลองทดสอบผลิตสร้างรับรองการใช้งานบรรดาองค์ความรู้ภูมิปัญญาไทย/เทคโนโลยีไทย/นวัตกรรมไทยทางด้านปัจจัยดำรงชีพ8ประการ/พลังงานรอบตัวขึ้นมาเองบนแผ่นดินไทยของเราเอง

A หากเราสามารถดำรงรักษาธรรมชาติไว้ให้สมบูรณ์เฉกเช่นดั้งเดิมเมื่อหลายล้านปีได้ นำป่าเขาทางธรรมชาติกลับคืนมาได้
B หากเราคนไทยเป็นตัวของตัวเองโดยรู้จักสร้างปัญญาไทยและใช้ปัญญาไทยในการสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศไทยบนแผ่นดินแห่งสุวรรณภูมิของเราเองได้
เราคนไทยก็สามารถนำประเทศไทยหวนคืนสู่จุด A B ตามที่ธรรมชาติได้สร้างมาได้

ประเทศไทยที่ถูกขนานนามจากฝรั่ง+จีนว่าเป็น”ประเทศเกษตรกรรม”มาตลอดยาวนานจำเป็นต้องหันมาทบทวนตนเองบนปัญญาของตนเองกับบนสภาพธรรมชาติอันสมบูรณ์และบนทำเลที่ตั้งที่เป็นเลิศกว่าใคร…ว่าเราประเทศไทยนั้นสมควรถูกคนไทยเราเองขนานนามว่าจะเป็นประเทศอะไร??? เป็น“ประเทศ…..” เพื่อการยืนหยัดอยู่รอดบนพื้นโลกได้อย่างยาวนานตลอดไป

จะยังคงมีสถานะเป็น”ประเทศเกษตรกรรม” อยู่ต่อไปหรือเป็นอื่นดี

“ประเทศเกษตรกรรม”ที่ไทยถูกชักจูงและขนานนามเช่นนี้มันก่อปัญหาหมักหมม ดังนี้
€ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกวันในปัจจุบัน : แล้งจัด ร้อนจัด ฝุ่นจัด ..ท่วมจัด อันล้วนเกิดจากมนุษย์(คนไทยเราเอง)ได้เข้าไปบุกรุกทำลายป่า/เผาป่า..รุกล้ำเส้นทางน้ำ เพื่อทำเกษตรกรรม(แปลงใหญ่)ทั้งสิ้น
(เกษตรกรรมแท้ที่จริงแล้วเราคนไทยควรทำอยู่รอบบ้านในลักษณะของเกษตรกรรมพื้นฐานครอบครัวตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับครอบครัว)
(ส่วนว่า อุตสาหกรรมกับเทคโนโลยีสารสนเทศ/ดิจิตอลนั้นเราคนไทยต้องใช้ปัญญาไทยของเราเองทำการคิดค้นวิจัยพัฒนาทดลองทดสอบผลิตสร้างรับรองการใช้งานบรรดาปัจจัยดำรงชีพ8ประการ/พลังงานขึ้นมาให้มันมีคุณภาพและมีจำนวนเพียงพอบนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับชุมชน/เมือง/ประเทศ เราคนไทยควรละ-เลิกการพึ่งพาปัญญาชาวต่างชาติโดยเร็ว ทั้งนี้แนวคิด/วิธีการส่งเสริมการลงทุน(BOI)แท้จริงแล้วคือเชื้อร้ายที่ทำให้คนไทยติดอยู่กับการพึ่งพาปัญญาของชาวต่างชาติโดยมิสามารถจะยืนบนขาของตนเองได้เลยไม่ว่าเวลาจะผันผ่านไปนานเท่าใด)

€ป่าเขา/ป่าไม้มูลค่าที่ประมาณค่ามิได้นั้นถูกทำลายเพียงบนความคิดที่ว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม” มันไม่คุ้มค่ากับที่ธรรมชาติได้สร้างประเทศไทยขึ้นมา

€เราคงจะถูกขนานนามเป็นอย่างอื่นมิได้ เราจะเป็นเกษตรกรรมฉลาดก็มิได้ จะเป็นอุตสาหกรรมฉลาดก็มิได้ จะเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศฉลาดก็มิได้ หากคนไทยยังคงติดกับ-ถูกชักจูงให้เป็น “ประเทศเกษตรกรรม” เช่นนี้อยู่ต่อไป เรายากที่จะถอนความคิดนี้ขึ้นและขว้างมันทิ้งออกไป
สถาบันการศึกษาไทยทั่วทั้งประเทศต่างก็ไม่เคยคิดก้าวไกลไปกว่านั้น ต่างยึดติดอยู่กับคำว่า”ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม”ตามที่ได้ถูกฝรั่งขนานนามมาอย่างไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นอื่น (สู่ความเป็นประเทศมีปัญญา สู่ความเป็นชนชาติสร้างและใช้ปัญญาตามยุคสมัยที่ควรจะเป็น)
(สถาบันการศึกษาไทยแม้บนการถูกขนานนามว่า”ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม”นั้นเราก็ยังมิได้เคยลงมือสร้างระบบเกษตรกรรมไทยให้มันเป็นเกษตรกรรมฉลาดเป็นเลิศบนความเป็นประเทศแห่งดินแดนสุวรรณภูมิขึ้นมาแต่ประการใด ระบบเกษตรกรรมไทยยังคงต้องพึ่งพาสิ่งของเครื่องใช้เครื่องมืออุปกรณ์ด้านการเกษตรกรรมจากต่างประเทศเป็นหลักอยู่ดี มันเป็นข้อสังเกตที่เป็นที่น่าสงสัยยิ่งว่าสถาบันการศึกษาไทยได้และกำลังทำอะไรกันอยู่!!!)
(นักการเมืองไทย/นักปกครองไทย-ข้าราชการไทย ไม่เว้นแม้แต่นักการเมืองไทยรุ่นใหม่ ต่างก็มีคุณลักษณะไม่ต่างไปกว่าสถาบันการศึกษาไทย)

ธรรมชาติ/ภูมิประเทศของไทย(สยาม)ถูกสร้างให้เป็นดินแดนป่าเขามานานเป็นล้านๆปี มิใช่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม(แปลงใหญ่)ดังเช่นปัจจุบัน
ผลผลิตทางธรรมชาติ: ข้าว ปลา พืชพรรณธัญญาหาร สัตว์แมลงน้ำจืด/น้ำกร่อย/น้ำเค็ม …มันทั้งหมดเป็นสายพันธุ์บริสุทธิ์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาให้สำหรับคนไทยในประเทศไทยใช้อุปโภคบริโภค มันมีจำนวนเพียงพอโดยที่คนไทยเราไม่ต้องบุกรุกทำลายป่าเขาเลยก็ยังได้
อาหารบริสุทธิ์/คุณภาพดีที่สุดสำหรับมนุษย์มีอยู่ตามธรรมชาติในประเทศไทยนั้นมีมากพอที่จะให้คนไทยกิน/ใช้ได้ตลอดทั้งชีวิต
คนไทยโดยธรรมชาติแล้วจึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเกษตรกรรม(แปลงใหญ่)เลยแม้แต่น้อย เรามีกินมีใช้ได้ตลอดทั้งชีวิต

คนไทยอยู่อาศัยใช้ชีวิตบนสภาพธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มายาวนานนับล้านปีนั้นทำให้ชนชาติไทยเป็นชนชาติที่มีมันสมอง-ทักษะเป็นเลิศ
คนไทยแท้จริงแล้วเราฉลาดมากพอที่จะสามารถคิดค้นวิจัยพัฒนาทดลองทดสอบผลิตสร้างรับรองการใช้งานบรรดาองค์ความรู้ภูมิปัญญาไทย/เทคโนโลยีไทย/นวัตกรรมไทยทางด้านปัจจัยดำรงชีพ8ประการ/พลังงานรอบตัวขึ้นมาใช้เองในประเทศไทยให้เพียงพอสำหรับคนไทยทั้งชาติได้เพียงแต่เราคนไทยเราต้องขนานนามประเทศไทยให้เป็นคำอื่นเสียใหม่ที่มิใช่คำว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม”ดังเช่นที่ฝรั่ง+จีนได้ขนานนามประเทศไทยมาตลอดยาวนาน
เราคนไทยบนความเฉลียวฉลาดนั้นเราสามารถขายปัญญาที่ฉลาดเป็นเลิศ(ที่ธรรมชาติให้มาบนสภาพภูมิประเทศที่เป็นเลิศ)ได้ เพียงแต่เราต้องกล้าเปลี่ยนการขนานนามตัวเราเองเสียใหม่เท่านั้น
ธรรมชาติสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศเกษตรกรรม…จริงหรือ???

…หรือว่าประเทศไทยเราเพียงแต่ถูกฝรั่ง+จีนขนานนามว่าเป็น”ประเทศเกษตรกรรม” มันจึงทำให้เราเข้าใจไปเช่นนั้นและด้วยเหตุผลนั้นทำให้ประเทศไทยต้องตกอยู่ในสภาพเป็นประเทศด้อยพัฒนา/ประชาชนตกอยู่ในสถานะยากจนมาถึงตราบจนทุกวันนี้โดยที่เรามิสามารถมีปัญญาในบริบทอื่นเป็นของเราเองได้เลย

“ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม” ด้วยนามที่ถูกฝรั่ง+จีนขนานนี้มันทำให้คนไทยคล้อยตามไปอย่างเหลือเชื่อทั้งๆที่ธรรมชาติมิได้กำหนดให้เราต้องเป็นเช่นนั้น
_คนไทยจำนวนมากกว่าค่อนประเทศ(เกินกว่า40ล้านคน)หลงคิดว่าต้องเป็นเกษตรกรไปทำมาหากินกับเกษตรกรรม
แท้จริงแล้วคนไทยจำนวนเพียงร้อยละ5-10ของประชากรทั้งหมดเท่านั้นที่สมควรประกอบอาชีพเกษตรกรรม(ฉลาด) บนที่ดินเกษตรกรรมเพียงร้อยละ15 ของพื้นที่ทั้งประเทศ(ที่ดินที่เหลือต้องดำรงเป็นพื้นที่ป่าเขา)
คนไทยที่เหลืออีกร้อยละ85-90ต้องประกอบอาชีพใช้ปัญญาตามที่ธรรมชาติได้สร้างความฉลาดที่มีอยู่ในตัวของคนไทย

คนไทยอาศัยใช้ชีวิตและดำรงชีพอยู่ในประเทศไทยโดยมีอาหารการกินเพียงพอ ทั้งนี้ อาหารถือเป็นปัจจัยดำรงชีพที่1ที่คนไทยไม่ต้องดิ้นรนแสวงหา มันมีเพียงพอ
นี่คือข้อพิสูจน์ว่า ประเทศไทยมิได้ถูกธรรมชาติสร้างมาให้เป็น “ประเทศเกษตรกรรม” แต่ประการใด
ฝรั่ง+จีน เป็นผู้ขนานนามนี้ให้กับประเทศไทยเท่านั้น และคนไทยเราก็หลงเชื่อคำขนานนามนี้อย่างหัวปักหัวปำ

คนไทยอาศัยใช้ชีวิตและดำรงชีพอยู่ในประเทศไทยมิใช่เฉพาะบนเกษตรกรรมที่ผลิตแต่อาหาร เราคนไทยยังต้องปัจจัยดำรงชีพอื่นๆอีก7ประการ/พลังงานรอบตัวซึ่งมันทั้งหมดนี้คนไทยเราสามารถใช้มันสมองชั้นเยี่ยม-ทักษะชั้นเลิศที่ธรรมชาติสร้างให้นั้นมาสร้างปัญญาไทยและใช้ปัญญาไทยทำการสร้างนวัตกรรมทั้งหมดข้างต้นขึ้นมาได้ ทว่าด้วยว่าเราคนไทยก็ยังคงหลงไหลอยู่กับความเป็น”ประเทศเกษตรกรรม” เราคนไทยจึงมิได้ใส่ใจในความฉลาดของคนไทยในด้านอื่น
เราคนไทยเสียโอกาสในความเจริญรุ่งเรืองมายาวนานตามคำขนานนามของฝรั่ง+จีนว่า”ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม”. เราถูกพูดกรอกหูอยู่ทุกวันว่าเราคนไทยเป็นเกษตรกร โดยที่เราไม่เคยฉุกคิดในความฉลาดที่เป็นธรรมชาติที่แท้จริงของคนไทยว่าคนไทยสามารถทำได้มากกว่าการเป็นเกษตรกร
คนไทยฉลาดทางด้านวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์:วิศวกรรม มีความคิดสร้างสรรค์ มีคุณธรรมจริยธรรม มีวินัย มีความขยันหมั่นเพียร มีจิตวิญญาณนั้นมีอีกมากมายหลายล้านคน (ปัจจุบันน่าจะมีจำนวน6.7ล้านคน) คนไทยฉลาดจำนวนนี้ไม่ได้คิดว่าประเทศไทยเป็นเพียง “ประเทศเกษตรกรรม” อย่างแน่นอน
คนไทยฉลาด…เขาเหล่านี้มองว่าประเทศไทยคือสวรรค์บนโลกมนุษย์ที่รอการพัฒนาด้วยปัญญาไทย !!!

คนไทยฉลาดกำลังรอคอยโอกาสของเขา!!

“เสิออากาศ24/7”

error: Content is protected !!