วันอังคาร, 16 สิงหาคม 2565

“ผบ.ทอ.” กู้วิกฤติแล้ง ให้ นักเรียน ครู และชุมชน ที่ร้อยเอ็ด

 

ส่งทหาร สำรวจโรงเรียน สุดแห้งแล้ง พบไม่มีระบบเก็บน้ำ มีแค่ถังน้ำเก่าๆ 2ใบ แถมขาดแหล่งน้ำ บ่อบาดาลเดิม พบน้ำเป็นเนื้อสนิม ผสมดินโคลน เร่งประสาน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ช่วยกัน ทั้งระบบ ชี้ ยังมีโรงเรียน ชุมชน ที่ถูกละเลย ให้ขาดแคลน แล้งน้ำ อีกไม่น้อย เพราะเป็นการช่วย ชั่วคราว เฉพาะหน้า แล้วก็ไป ไม่ได้ทำระบบน้ำ ที่ยั่งยืนให้

พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. ส่งทีมงานลงพื้นที่ ชุมชนและโรงเรียน อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ซึ่ง “ไม่มีน้ำใช้ในหน้าแล้ง”

“เสืออากาศ24/7” เขียนบทความ สะท้อน การช่วยแก้ปัญหาน้ำแล้ง ในพื้นที่ห่างไกล ที่ไม่ยั่งยืน และถูกละเลย

โดยระบุว่า ….
ชุมชนและโรงเรียนหนองพอก ต.บึงงาม อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด นี้

แม้จะมีบ่อน้ำซับตามธรรมชาติ มีอยู่บนยอดเขา
บ่อตามธรรมชาติมีขนาดและจำนวนไม่มากอยู่บนยอดเขา
ต่อท่อน้ำดึงน้ำจืดลงมาจากยอดเขาระยะทางยาว5กม

ชุมชน(ชาวบ้าน)มีน้ำกินน้ำใช้ได้เฉพาะช่วงระยะเวลาที่เป็นฤดูแล้ง(เท่านั้น)จนกว่าน้ำในบ่อซับน้ำบนเขาจะแห้งลงเท่านั้น

_บาดาลขุดตื้น(ปัจจุบันขุดลึก6ม จำเป็นต้องขุดให้ลึกลงไปถึง90-120ม)

น้ำเป็นเนื้อสนิมและผสมดินโคลน(ต้องกรองหลายชั้น/หลายขั้นตอน)
บาดาลหมดน้ำในหน้าแล้ง
ชุมชนและโรงเรียนขาดน้ำอย่างหนัก

_ระบบประปาท้องถิ่น
ทั้งชุมชนและโรงเรียนตกอยู่ในสภาพ
ขาดแคลนอุปกรณ์ ขาดแคลนเทคโนโลยีประปาผิวพื้น(สูบ-ส่ง-เก็บ/ยกขึ้นแท๊ง-กรอง-จ่าย)

ชุมชนและโรงเรียนแห่งนี้(เคย)อยู่รอดได้ด้วยป่ากับการแสวงหาสินค้านวัตกรรมมาจากภายนอกเข้ามาเติม
_ป่าปัจจุบันเหลือน้อย/เสื่อมโทรม(เกษตรกรรมไม่ฉลาด-กินพื้นที่ป่า-บุกรุกป่าต้นน้ำ..มายาวนานหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง2475)

_ป่าปัจจุบันที่พอเหลืออยู่และอยู่ได้ด้วยวัด(ศาสนาพุทธ)
มีวัด ย่อมมีป่า
มีป่ามาก ย่อมมีน้ำมาก
อาจสามารถมีน้ำจืดมาจากบ่อซับน้ำในปริมาณพอใช้ได้ทั้งปี หากป่ามีพื้นที่กว้างใหญ่มากกว่าที่เป็นปัจจุบัน

การปลูกป่าถือเป็นความจำเป็นยิ่ง ณ ชนบทแห่งนี้และสำหรับทั่วทั้งประเทศไทยด้วยหากเราคนไทยต้องการมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี

มันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่คนไทยเราต้องเรียนรู้

มันคือวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติที่คนไทยทั้งชาติต้องเรียนรู้

(แม้)ไม่มีวัด(ศาสนาพุทธ)แท้จริงแล้วคนไทยก็ยังสามารถจะมีป่าได้ หากคนไทยรู้จักทำมาหากินด้วยการใช้ปัญญา มิใช่ทำมาหากินอยู่กับป่าในรูปแบบของการบุกรุกทำลายป่าอย่างรุนแรงดังเช่นปัจจุบัน

คนไทย67 ล้านคนบนปัญหาขาดแคลนน้ำจืดอันถือเป็นใหญ่ของประเทศไทยจำเป็นจะต้องช่วยกันปลูกป่าเพื่อให้ประเทศไทยมีน้ำ

หากประเทศไทยมีน้ำ คนไทยก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ คนไทยจะมีชีวิตรอดต่อไปได้…

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม-กระทรวงสาธารณสุข-กระทรวงมหาดไทย-กระทรวงอุตสาหกรรม-กรมชลประทาน…สถาบันการศึกษา…รวมถึงประชาชนทุกคนต้องเข้าใจความเป็นวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาตินี้

ทั้งนี้ ก็เพื่อความอยู่รอด

_ประปาผิวพื้นสำหรับชุมชนและโรงเรียน อยู่บนหลักสัจธรรมที่ว่า..

มีคน ย่อมมีปัญญา
มีปัญญา ย่อมต้องมีองค์ความรู้ภูมิปัญญา/มีเทคโนโลยี/มีนวัตกรรมทางด้านประปาผิวพื้น

บ่อซับน้ำartificial สมควรจะต้องและสามารถถูกสร้างขึ้นมา(ในป่าบริเวณร่องน้ำ)โดยใช้ระบบฝายหินทางธรรมชาติ โดยมันต้องถูกสร้างขึ้นมาอย่างเป็นมิตรกับธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเพื่อให้มีน้ำจืดเพียงพอ สำหรับการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นมาจากระบบธรรมชาติ/ระบบนิเวศเดิมเมื่อหลายล้านปีที่แล้ว)

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องเข้าใจความเป็นวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาตินี้

กระทรวง…ต้องคิดค้นศึกษาวิเคราะห์ในเนื้องานบนความรับผิดชอบ/อำนาจหน้าที่ของตนเอง

สถาบันการศึกษาสามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือในการคิดค้นวิจัยสำหรับการนี้ได้

บ่อบาดาลชั้นเยี่ยมสามารถถูกขุดขึ้นมาได้และระบบผันน้ำลงดินให้เป็นธนาคารน้ำใต้ดินสำหรับเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งก็สามารถถูกคิดค้นวิจัยขึ้นมาได้เพื่อให้มีน้ำจืด(อุปโภคบริโภค-เกษตรกรรม-อุตสาหกรรม-หล่อเลี้ยงเมือง)พอใช้ได้ทุกฤดูกาล

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องเข้าใจความเป็นวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาตินี้)

กรมชลประทานก็ต้องเข้าใจความเป็นวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาตินี้

สถาบันการศึกษาสามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือคิดค้นวิจัยสำหรับการณ์นี้อย่างจริงจัง

_ระบบประปาผิวพื้นฉลาดต้องถูกคิดค้นวิจัยขึ้นมาโดยนำน้ำดิบมาจากบ่อซับน้ำธรรมชาติบนยอดเขา-จากบ่อบาดาลที่ถูกสร้างมาคู่กับระะบบอัดน้ำลงใต้ดิน

ระบบดึงน้ำ(ท่อน้ำ-สูบน้ำ-ส่งน้ำ)สามารถใช้/อาศัยแรงโน้มถ่วงGravity กับใช้/อาศัยระบบไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ โดยมันจำเป็นจะต้องถูกคิดค้นขึ้นมาภายใต้การรวมพลังกันของบรรดาภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มันทันสมัยและมีจำนวนมากเพียงพอสำหรับชุมชนและโรงเรียนทั่วทั้งประเทศไทย

กระทรวงมหาดไทย-องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น-กรมชลประทาน-การประปา-กระทรวงพลังงาน-กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี-กระทรวงอุตสาหกรรม-กระทรวงการคลัง-สำนักงบประมาณ SME , Start Up …ต้องระดมพลังปัญญาและระดมเงินงบประมาณร่วมกันคิดค้นวิจัยพัฒนาทดลองทดสอบผลิตสร้างรับรองการใช้งานบรรดาสิ่งของเครื่องใช้ทางด้านประปาผิวพื้น-แหล่งน้ำartificial ขึ้นมาสำหรับชุมชนและโรงเรียนทั่วประเทศได้นำไปใช้

ระบบกักเก็บ-กรอง-แจกจ่าย..ก็เช่นเดียวกันกับระบบดึงน้ำข้างต้น

นั่นหมายถึงว่า : การรวมพลังกันของบรรดาภาคส่วนราชการกับเอกชนต้องเกิดขึ้นอย่างจริงจังเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนและเพื่อให้กับโรงเรียนโดยถือว่ามันเป็นความจำเป็นยิ่งสำหรับประเทศไทย

ทั้งนี้ การสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศสามารถจะเกิดขึ้นจริงได้จริงอย่างเป็นรูปธรรมก็ด้วยการระดมพลังของทุกภาคส่วนในชาติดังที่กล่าวข้างต้น

ในการนี้ เจ้าภาพหลักผู้ต้องทำหน้าที่เป็นแกนนำรวมพลังจะต้องถูกแต่งตั้งขึ้นมาเป็นการเร่งด่วน

ทรัพยากรของชาติ: ปัญญา/คนฉลาด/องค์ความรู้ภูมิปัญญา/เทคโนโลยี/นวัตกรรมท้องถิ่นนั้นมีมากมาย – กลไก:กฎหมายกฎกติกาบ้านเมืองมีมากพอ – โครงสร้างสังคมบริบูรณ์ครบถ้วน : หน่วยงานของรัฐ/เอกชนมีมากมายไม่น้อย

ทว่าการขับเคลื่อนประเทศไทยนั้นกลับตกอยู่ในล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิง(วัดและยืนยันจากสัดส่วนระหว่างคนจน: กับคนรวย = 4% : 95% 1%คือข้าราชการระดับสูง) ที่เป็นมายาวนานถึงปัจจุบันยืนยันได้ด้วยสภาพชุมชนกับโรงเรียน อ หนองพอกแห่งนี้)

ชุมชนกับโรงเรียน อ หนองพอกถือว่าไม่ได้ถูกเหลียวแลภายใต้การระดมพลังปัญญาของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับประปาผิวพื้นอย่างเป็นระบบ

ชุมชนกับโรงเรียนแห่งนี้ แม้ว่าจะมีหน่วยงานต่างๆของรัฐและเอกชนเข้ามาให้ความช่วยเหลืออยู่บ้าง แต่ก็เป็นไปในลักษณะมากันคนละทีละครั้ง-มาคนละเรื่อง…ไม่มีใครมากันในลักษณะรวมกันเป็นทีมแม้การแก้ปัญหา(ขาดแคลนน้ำจืด-ซ้ำซาก)ให้กับชุมชนและโรงเรียน(แห่งนี้)จะต้องทำงานเป็นทีมในลักษณะระดมพลังของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับป่าเขา/ป่าไม้-น้ำ/ชลประทาน-ประปาผิวพื้น-อุตสาหกรรม-เทคโนโลยีสารสนเทศ-สถาบันการศึกษาทั้งระดับอุดมศึกษา/อาชีวศึกษา..การปกครองส่วนกลาง/ส่วนภูมิภาค -การปกครองส่วนท้องถิ่น -ไม่เว้นแม้แต่ทหาร(หน่วยทหารพัฒนา)…

ชาวบ้าน(ประชาชนคนไทย)ตาดำๆกับนักเรียน(บ้านนอก)ผู้ไร้เดียงสา ณ อ หนอกพอก และในชนบททั่วประเทศไทย เสมือนว่าถูกปล่อยทิ้งตามยถากรรม บนปัญญาอันจำกัดของตนเอง ปราศจากการสนับสนุนปัญญาตามยุคสมัยที่ควรจะเป็นมาจากภาครัฐกับเอกชนที่เกี่ยวข้อง(กับน้ำจืด)

กระทรวง…เอกชน(ที่เกี่ยวข้องกับน้ำ-ประปาผิวพื้น-อุตสาหกรรม-เทคโนโลยีสารสนเทศ-การปกครอง-กลไกกฎหมาย…)ต่างก็คิดไปคนละทาง : ต่างหน่วยต่างคิด ต่างหน่วยต่างทำ

คน(ข้าราชการ)ในกระทรวง…-เอกชนก็มีตรรกะในการคิดคนละแบบ ตรรกะในการคิดไม่เหมือนกันบนสภาวะแวดล้อมเดียวกัน มันเป็นปรากฎการณ์ที่เหลือเชื่อของระบบสังคมไทย(ระบบราชการไทย)

รัฐสภาแล้ว-รัฐสภาเล่า

รัฐบาลแล้ว-รัฐบาลเล่า

ข้าราชการคนแล้ว-คนเล่า
….

ทศวรรษแล้ว-ทศวรรษเล่า

ชนบทประเทศไทยก็เป็นเช่นนี้และมีแนวโน้มว่าจะเลวร้ายกว่านี้ คนรวยร่ำรวยยิ่งขึ้น ข้าราชการอยู่รอดต่อไปได้ ประชาชนในชนบทหมดโอกาสอยู่รอด…

คนชนบททิ้งถิ่นฐานเข้าไปดิ้นรนต่อสู้ชีวิตอย่างปากกัดตีนถีบในเมืองใหญ่จนมันอยู่ในสภาพ: แออัด-สกปรก-ไร้ระเบียบ(ยืนยันด้วยบรรดาสลัมต่างๆในชุมชนเมือง/เมืองใหญ่)…

ชนกับโรงเรียน อ หนองพอก (รวมถึงชุมชนกับโรงเรียนอื่นๆในชนบทในทั่วทั้งประเทศไทยคงจะตกอยู่ในสภาพนี้ไปอีกนาน …

ตราบเท่าที่ตรรกะในวิธีคิดของคนผู้ถืออำนาจรัฐในแต่ละภาคส่วนของชาติยังคงเป็นเช่นนี้

คนไทยทั้งชาติต้องหันมาทบทวนตนเองในวิธีคิดนำพาขับเคลื่อนประเทศไทยกันใหม่อย่างจริงจัง!!!
แล้วคนไทยก็จะอยู่รอด
แล้วประเทศไทยก็จะเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้…..

“เสืออากาศ 24/7”

error: Content is protected !!