วันอังคาร, 28 กันยายน 2564

ระบบงบประมาณ ยุค Analog ไม่เข้ายุคสมัย ควรเปลี่ยน เป็น ระบบงบประมาณแบบ”ทวีคูณ”แห่งยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ ดิจิตอล

 

มุมมองที่น่าสนใจ ….”เสืออากาศ24/7” แนะ ประเทศไทย ควรเปลี่ยน ระบบงบประมาณใหม่ ไม่ต้องทำเป็นวงรอบ 1 ปี แนะวิธี แก้ คอรัปชั่น ด้วยระบบงบประมาณ ที่ไม่ใช่เงินสด ใช้ตัวเลขในระบบอืเลคทรอนิคส์ และจะเพิ่มมูลค่า เงินบาท ได้ทุกวัน

แม้ว่า ตอนนี้ พ ร บ งบประมาณปี63 ยังสะดุด เพราะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ ว่าจะเป็นโมฆะหรือไม่ หลัง พบว่า สส.เสียบัตรแทนกัน ในการลงมติ ก็ตาม

แต่ “เสืออากาศ 24/7” มองย้อนไปที่ต้นตอของปัญหา ระบบงบประมาณ และการจัดทำ พรบ.งบประมาณ แบบเดิม

จากการอภิปราย พีบ.งบประมาณโดย รัฐสภา นั้น มี ประเด็นถกแถลง
€ตัวเลขเงิน
€ประเภท:งบบูรณาการ-งบฟังชั่น-งบพื้นที่-งบส่วนราชการ…
€เงินคอรัปชั่น

ระบบงบประมาณใหม่
ที่ควรจะเป็นแห่งยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ/ดิจิตอล

1 “งบประมาณ คือ ตัวเลข”
2 “ระบบเงิน(งบประมาณ)แบบ:ทวีคูณ”

_ตัวเลข(งบประมาณ)สามารถคิดคำนวณ-ติดตาม-สืบทาน-..ได้อย่างถูกต้อง-รวดเร็ว-ครบถ้วน ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ/ดิจิตอล

_ประเด็นเงิน(งบประมาณ)ที่สมควรถกแถลงในสังคมไทยแห่งยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ และดิจิตอล
ก มุ่งเงิน(งบประมาณ)สร้างปัญญา(งบวิจัยที่มันสมควรต้องได้รับการจัดสรรให้มีตัวเลขมากกว่าที่เป็นปัจจุบัน)

และให้งบประมาณส่วนนี้แผ่กระจาย ฝังซ่อนอยู่ในทุกบริบท ในทุกภาคส่วนของชาติ ทุกกระทรวงกรม

ทั้งนี้ การลงทุนด้วยเงิน(งบประมาณ)ในการสร้างปัญญานั้น มันจะเกิดผลลัพธ์กับเกิดผลสัมฤทธิ์ได้หลายเท่าทวีคูณ

อาจทวีคูณเกินมูลค่าการลงทุนนั้นๆในหลายเท่าตัวด้วยซ้ำ(ลิขสิทธิ์ทางปัญญามีราคาแพงยิ่งกว่าอื่นใด เป็นที่รู้กันดี)

ปัจจุบันเงิน(งบประมาณ)ของประเทศไทยถูกใช้ไปในการจัดซื้อจัดจ้าง จัดหาสินค้า บริการแบบเบ็ดเสร็จที่มันเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป(มาจากต่างประเทศ)เป็นหลักใหญ่เท่านั้น

นักเศรษฐศาสตร์ไทยจะต้องคิดกันใหม่)

เงิน(งบประมาณ)ของไทย มิได้ถูกใช้ในการสร้างปัญญาไทยมายาวนาน

เราคนไทยจึงขาดแคลนองค์ความรู้ภูมิปัญญาไทย/เทคโนโลยีไทย/นวัตกรรมไทยแห่งยุคสมัยที่ควรจะเป็นไปโดยสิ้นเชิง

เรานั้นจึงขาดระบบงบประมาณแบบทวีคูณไปโดยสิ้นเชิงด้วยเช่นกัน

เราถือว่าเราไม่เคยคิดพัฒนาระบบเงิน(งบประมาณ)ของไทยให้มันฉลาดเป็นไปตามยุคสมัย ที่ควรจะเป็น(ยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ/ดิจิตอล) อันถือเป็นความน่าเสียดายยิ่ง สำหรับประเทศไทย ที่มีเงินบาทเป็นของไทยเราเอง

เงินบาทแท้จริงแล้ว ในแต่ละนาทีนั้นเงิน(บาท) มันสามารถถูกนำไปใช้สร้างมูลค่าแบบทวีคูณ ได้มากกว่าที่เป็นปัจจุบัน(ได้มากกว่าเงินระบบงบประมาณแบบอนาล็อกดั้งเดิม)

มันจึงถือว่า จำเป็นยิ่งสำหรับประเทศด้อยพัฒนา เช่นไทยที่จะต้องสร้างระบบเงิน(งบประมาณ)แบบทวีคูณเข้าไปสร้างปัญญา เพื่อยกระดับการพัฒนาประเทศบนการสร้างและใช้ปัญญาไทยให้เกิดมีขึ้นและก่อมูลค่าเพิ่มทวีคูณในลักษณะก้าวกระโดด

ข. การเร่งหมุนเวียนงบประมาณ(ให้มันหมุนให้ได้เร็วที่สุด)ใช้เวลาน้อยกว่า365วันในวงรอบ1ปี

มันมิจำเป็นต้องหมุนเวียนปีละครั้งอีกต่อไป ดังเช่นระบบงบประมาณยุคอนาลอกปัจจุบัน

กล่าวคือ หมุน(เวียน)ปีละครั้งเท่านั้นบนแผนงาน/โครงการนั้นๆ แม้ว่าเงิน”บาท”แท้จริงแล้วสามารถถูกใช้หมุน(เวียน)อยู่ในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า365 ครั้ง/ปี คือ หมุน(เวียน)ได้มากกว่าวันละครั้งหรือใช้ได้มากกว่า1ครั้ง ใน1วันในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ/ดิจิตอล

ค.การเก็บเงินรายได้(ภาษี)แบบ(Near) Real-time และนำเข้าไปเป็นเงินรายได้ของประเทศ(เงิน-งบประมาณแบบรายวัน(แบบReal-time ; Near Real-time)ตามคุณลักษณะของดิจิตอล)ก่อนที่จะนำเงินรายได้ออกไปใช้จ่ายเป็นเงิน(งบประมาณ)แบบ(Near) Real-time โดยระบบดิจิตอลด้วยเช่นกัน

เงิน(งบประมาณ)จะอยู่ในถังเก็บ(ในคลังกำปั่น)ไม่นานนัก มันจะต้องถูกจ่ายโอนเพื่อใช้จ่ายในแผนงาน/โครงการรูปแบบใหม่โดยทันทีตามกำหนดการเบิกจ่ายเงิน(งบประมาณ)แบบReal-time ด้วยขีดความสามารถของเทคโนโลยีสารสนเทศ/ดิจิตอล

ระบบเงิน(งบประมาณ)มันจะต้องเริ่มหมุน(เวียน)แบบReal-time ในระบบเศรษฐกิจซึ่งถือว่ามันจำเป็นยิ่งสำหรับประเทศไทยที่ปัจจุบันยังถือว่าเป็นประเทศด้อยพัฒนาที่(ยัง)มีปัญญาเป็นของตนเองน้อย

ระบบแผนงาน/โครงการรูปแบบใหม่ มีดังนี้

A. Timeline ของงบประมาณในทุกแผนงาน/โครงการในตลอดทั่วทั้งระยะเวลา1ปี(หรือยาวนานกว่า1ปีกรณีผูกพัน) มันจะต้องอิงกับการใช้จ่ายรายได้(ภาษี)ที่เก็บมาแบบ Near Real-time ในแต่ละวัน

ซึ่งรายได้ดังกล่าวนี้จะเก็บเป็นเงินรายได้(ภาษี)นี้ โดยทันทีที่เงินเข้าถึงมือผู้รับ(ถึงมือข้าราชการ-ถึงมือประชาชน-ถึงมือผู้ประกอบการห้างร้านค้าบริษัทฯในวันนั้นๆโดยไม่ต้องรอการเรียกเก็บสิ้นปี/โดยไม่ต้องรอการประเมินวงเงินภาษีปลายปี(การคืนเงิน/การหักเงินตามอัตราก้าวหน้าอีกต่อไป)

ทว่ามันจะถูกกระทำโดยทันทีโดยอาศัยซอฟต์แวร์ฉลาด:เทคโนโลยีสารสนเทศ/ดิจิตอล)

B. ตัวเลขเงินงบประมาณ(ที่มีความละเอียดชัดเจน)บนแผนงาน/โครงการแต่ละรายการในวงเงินแต่ละก้อน ที่มันต้องถูกระบุวันเดือนปีที่ต้องจ่ายให้กับปลายทาง(ให้กับบุคคล-ผู้ประกอบการ…)โดยที่รัฐยอมให้กำหนดการ(วันเดือนปีของ)แผนงาน/โครงการมีความคลาดเคลื่อนได้เพียง+-7วันเท่านั้น จะต้องไม่ผิดพลาดเกินไปกว่านั้น (ใช้ AI – Big Data : Digital เป็นเครื่องมือ)

เป็นการวัดคุณภาพการทำงาน/วัดวิสัยทัศน์/วัดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์/วัดความฉลาดของกลุ่มข้าราชการที่ทำงานด้านการเงิน(งบประมาณ)-ของกลุ่มข้าราชการด้านการจัดซื้อจัดจ้าง-ของกลุ่มข้าราชการด้านกฎหมายและด้านฝ่ายอำนวยการรวมถึงตัวผู้บังคับบัญชาด้วยในการจัดทำกำหนดการของทุกแผนงาน/ทุกโครงการ

C. กระบวนการด้านการเงิน/งบประมาณรูปแบบใหม่เริ่มต้นนับตั้งแต่การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ-ยุทธศาสตร์…(ความมั่นคง)-ยุทธศาสตร์หน่วย(ทอ) -ประเด็นยุทธศาสตร์/กลยุทธ์/แผนงาน/โครงการแต่ละโครงการ…ไปจนถึงกระบวนการขอตั้งงบประมาณ..ต่อเนื่องไปจนถึง กำหนดระหัส(ก ส) การจัดทำCOPR SOPR/PDR-CDR TOR QFR

การแต่งตั้งคณะกรรมการต่างๆ การประกาศราคากลาง การร่างสัญญา การลงนามในสัญญา…นั้นมันจะต้องถูกจัดทำเป็นแผนดำเนินงานที่ระบุวันเดือนปีที่ชัดเจน

แม้ว่ามันต่างจะมีความยากอยู่บ้างก็ตามทว่าบนประสบการณ์ของข้าราชการที่ได้จัดระบบงบประมาณกันมาทุกปีเป็นระยะเวลานานกว่า100ปีแล้วนั้น มันจะต้องมีปัญญาอยู่บ้างและปัญญาดังกล่าวนี้จะต้องถูกนำมาประยุกต์ใช้อย่างสอดรับในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ/ดิจิตอลให้สามารถระบุวันเดือนปีที่ชัดเจน ที่ยอมให้คลาดเคลื่อนได้เพียง+-7วัน

ซึ่งจะเป็นไปตามข้อB ข้างต้น แล้วบรรดาเงินงบประมาณ(จากการเก็บภาษีแบบRealtimeที่จะได้รับมานั้น(แบบตรงวัน)ก็จะถูกจ่ายออกไปบนงวดงานแบบตรงวันอย่างสอดรับกัน เงิน(งบประมาณ)ของแผนงาน/โครงการตามงวดงานจะถูกจ่ายออกตามงวดงานโดยทันที จะไม่มีการค้างท่อ(ค้างปี)อยู่ในระบบงบประมาณดังที่เคยเป็นมาอีกต่อไป

(กรณีที่ต้องกันเงินเหลื่อมปี/ข้ามปีอันเนื่องมาจากงานไม่บรรลุตามงวดงานนั้น เงิน(งบประมาณ)จะถูกโยกออกไปสู่แผนงาน/โครงการอื่นโดยทันที(Real-time)

ทั้งนี้ไปพลางก่อนจนกว่างวดงานนั้นๆจะบรรลุเสร็จสิ้น แล้วเงิน(งบประมาณ)จึงจะถูกโยกจากส่วนใดส่วนหนึ่งกลับมาเติมเต็มให้ทันที(Real-time) มิให้เงิน(งบประมาณ)สะสม/ติดค้างจ่ายอยู่กับราชการ

เงินบาทในระบบราชการไทยจะไม่มีโอกาสหยุดนิ่ง มันจะถูกใช้ให้เกิดการหมุน(เวียน)ตลอดเวลา 24/365

D. เงิน(งบประมาณ)ของไทยแห่งยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ/ดิจิตอลจะกลายเป็นระบบตัวเลขหลัก(ดิจิตอล) เท่านั้น เงินสดจะไม่มีอยู่ในระบบอีกต่อไป

การเก็บภาษี(รายการธุรกรรมการเงิน)จากระบบการจัดซื้อจัดซื้อจัดจ้างทางราชการ ก็จะมีแต่ตัวเลข(อิเล็กทรอนิกส์)แต่เพียงอย่างเดียว ไม่มีการจ่ายเงินสด ไม่มีการเก็บภาษีเงินสด ด้วยเช่นกัน

คอรัปชั่นก็จะหายไปแบบอัตโนมัติ

เงิน(งบประมาณ)เมื่อมันไม่ถูกคอรัปชั่นแล้ว มันก็จะมีมูลค่าอยู่เต็มตามจำนวนจริง

การนำเงินเต็มมูลค่าไปใช้ในการสร้างปัญญาไทยกับการใช้ปัญญาไทยให้เกิดเป็นผลผลิตทางปัญญาก็จะมีเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบและเต็มประสิทธิภาพในลักษณะเป็นทวีคูณตามมา …ผลสัมฤทธิ์ก็จะเกิดกับบ้านเมืองไทยอย่างเต็มที่

บ้านเมืองไทยก็จะเจริญก้าวหน้า

นี่คือผลลัพธ์ของ ระบบงบประมาณแบบ”ทวีคูณ”แห่งยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ/ดิจิตอล ที่ประเทศไทยสมควรยิ่งที่จะพัฒนามันขึ้นมาใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ/ในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจสู่อนาคต

มันจะสอดรับกับการเงินในระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์:…

เราคนไทยต้องกล้าริเริ่มสร้างนวัตกรรม(ทางด้านการเงิน(งบประมาณ)ใหม่ๆให้เป็นของเราเอง

นวัตกรรมเดิมๆ ที่ล้าหลังยุคสมัยที่ควรจะเป็นโดยเฉพาะวิธีคิด/กลไกกฎหมายกฎระเบียบที่เกิดจากวิธีคิดที่ล้าสมัยนั้นที่ผ่านมามันคืออุปสรรคขวางกั้นการพัฒนาบ้านเมืองไทย

ระบบเงิน(งบประมาณ)ปัจจุบันก็เช่นกันที่มันถูกคิดขึ้นมาโดยฝรั่งมังค่ามันไม่เหมาะกับไทยและมันก็ไม่เหมาะสมกับยุคสมัยที่ควรจะเป็น/มันไม่สอดรับกับยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ/ดิจิตอลในปัจจุบัน

พรบ งบประมาณปี…
ก็เช่นกันสมควรต้องถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างสอดรับกับยุคสมัยที่ควรจะเป็นกล่าวคือสอดรับกับยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ/ดิจิตอลในปัจจุบัน

“เสืออากาศ24/7”

error: Content is protected !!