วันพฤหัสบดี, 11 สิงหาคม 2565

ไว้ ลากจูง “เรือดำน้ำ” เรือลากจูงTug Boat “เรือหลวงหลีเป๊ะ” Ramparts 3200 Series ของ Robert Allan

 

“ผบ.ทร.” เผย แผน ใช้เรือลากจูง“เรือหลวงหลีเป๊ะ-เรือหลวงปันหยี” Tug Boat ช่วยเหลือ”เรือดำน้ำ”เข้าเทียบ-ออกจากท่า ชี้ เป็นภารกิจ ที่ไม่เคยทำมาก่อน

รับมอบ เรือลากจูง ขนาดกลาง ลำใหม่
เรือหลวงหลีเป๊ะ

พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ รับมอบ”เรือหลวงหลีเป๊ะ”เรือลากจูงขนาดกลาง (ลจก.)จากบริษัท อิตัลไทย มารีน จำกัด

ก่อนหน้านี้ได้รับมอบ เรือหลวงปันหยี เข้าประจำการไปแล้ว ในสังกัด กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ

ที่ ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

โครงการจัดหาเรือลากจูง เพื่อทดแทนเรือเก่าและให้มีเรือลากจูงขนาดกลางในจำนวนที่เพียงพอ รองรับภารกิจสนับสนุนการนำเรือรบขนาดใหญ่ เข้า – ออก จากท่าเทียบเรือ

การดับเพลิงในเขตฐานทัพตามท่าเรือต่าง ๆ ของกองทัพเรือ รวมถึงการสนับสนุนภารกิจอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้ง การขจัดคราบน้ำมัน บริเวณท่าเรือและชายฝั่ง การลากเป้าฝึกยิงอาวุธ เป็นต้น

โดยการว่าจ้างบริษัทเอกชนภายในประเทศต่อเรือนี้ นับได้ว่าเป็นการเพิ่มขีดความสามารถให้อู่เรือภาคเอกชนของไทยเกิดความชำนาญ รองรับการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการใช้เทคโนโลยี อันจะเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการต่อเรือภายในประเทศอีกทางหนึ่ง

คุณลักษณะของเรือลากจูงขนาดกลาง
เป็นไปตามที่กองทัพเรือกำหนด แบบเรือออกแบบโดย บริษัท Robert Allan Ltd., Naval Architects and Marine Engineering ประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นผู้ออกแบบเรือลากจูงที่มีชื่อเสียงระดับโลก

แบบเรือที่ใช้คือ Ramparts 3200CL เป็นแบบเรือมาตรฐาน Ramparts 3200 Series ของ Robert Allan ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ได้ผ่านการสร้างโดยอู่ต่อเรือต่าง ๆ ทั่วโลก และเป็นที่ยอมรับของเจ้าของเรือมาแล้วเป็นจำนวนมากกว่า 100 ลำ

และเป็นแบบเดียวกับเรือหลวงปันหยี
แบบเรือ Ramparts 3200 ของ Robert Allan Ltd. ได้ปรับปรุงให้ตรงกับความต้องการของกองทัพเรือ ตัวเรือทำด้วยเหล็กประสานด้วยการเชื่อม ความหนาของแผ่นเหล็กออกแบบให้หนากว่าความต้องการขั้นต่ำของสมาคมจัดชั้นเรือ

และเรือออกแบบให้เป็นเรือที่ให้บริการบริเวณท่าเรือประเภท ship – assist tug ลากจูง (Towing) ส่วนการทำงานใช้ดึงและดันทางด้านหัวเรือเป็นหลัก โดยมีกว้านลากจูง และกว้านเก็บเชือก

ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบ Azimuth Stern Drive (ASD) หรือ Z – drive ชนิดสองใบจักร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล และติดตั้งระบบดับเพลิงภายนอกเรือ ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลที่แยกต่างหากจากเครื่องจักรใหญ่

สมรรถนะของเรือ

เรือมีกำลังเพียงพอที่จะทำให้เรือมีกำลังดึงไม่น้อยกว่า 53 เมตริกตัน และวงหันหมุนรอบตัวเอง (360 องศา) ใช้เวลาไม่เกิน 60 วินาทีลักษณะโดยทั่วไป
ขนาดของเรือ
1. ความยาวตลอดลำเฉพาะตัวเรือ 32.00 เมตร
2. ความกว้าง 12.40 เมตร
3. กินน้ำลึกสูงสุด 4.59 เมตร
4. ระยะตั้งฉากจากหัวเรือถึงเก๋ง 9.10 เมตร
ความจุถัง (อัตราการบรรทุก)
1. น้ำมันเชื้อเพลิง 149.2 ลูกบาศก์เมตร
2. น้ำจืด 49.00 ลูกบาศก์เมตร
3. ถังน้ำถ่วงเรือ 56.00 ลูกบาศก์เมตร
4. ถังบรรจุของเสีย 5.90 ลูกบาศก์เมตร
5. ถังเก็บน้ำมันที่สกปรกปนเปื้อน 5.90 ลูกบาศก์เมตร
6. ถังน้ำยาดับเพลิงโฟมเคมี 6.90 ลูกบาศก์เมตร
7. ถังบรรจุสารเคมีกำจัดคราบน้ำมัน 6.90 ลูกบาศก์เมตร
ความเร็วเรือ
ความเร็วสูงสุดต่อเนื่องที่ระวางขับน้ำเต็มที่ ไม่ต่ำกว่า 12 นอต โดยกำลังเครื่องยนต์ไม่เกินร้อยละ 100 ของ MCR (Maximum Continuous Rating)
ระยะปฏิบัติการ
ระยะปฏิบัติการไม่น้อยกว่า 2500 ไมล์ทะเล ด้วยความเร็ว 8 นอต ที่ระวางขับน้ำเต็มที่ (Full Load Displacement) โดยใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ไม่เกินร้อยละ 95 ของความจุน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถัง
กำลังพลประจำเรือ
นายทหาร จำนวน 3 นาย
พันจ่า จำนวน 3 นาย
จ่า จำนวน 10 นาย
พลทหาร จำนวน 4 นาย
รวมพลประจำเรือทั้งหมด จำนวน 20 นาย

โดยมี เรือเอก ชาญชัย อยู่เจริญ เป็นผู้บังคับการเรือ

พลเรือเอก ลือชัย ได้ให้โอวาทแก่กำลังพลประจำเรือ ว่า “ผู้บังคับการเรือหลวงหลีเป๊ะและกำลังพลประจำเรือหลวงหลีเป๊ะทุกนาย

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ต้องจารึกเป็นประวัติศาสตร์คือ การเริ่มภารกิจอย่างจริงจัง ตามที่ได้รับมอบหน้าที่ตามกฎหมาย

การที่กองทัพเรือได้ต่อเรือลากจูงขึ้นมาก็คือทดแทนเรือลากจูงขนาดเล็ก 2 ลำที่จะปลดประจำการนี้

หากพิจารณาดูลักษณะของเรือลำนี้ ไม่เล็กแล้วก็ไม่ใหญ่ ไม่เล็กไม่ใหญ่ นี้ก็คือ ระวางขับน้ำลำนี้ถึง 800 กว่าตัน

หากเป็นเรือรบปกติก็เป็นเรือชั้น 2 ใกล้เคียงกับเรือรบชั้นที่ 1 กินน้ำลึก ถึง 5 เมตรกว่า

หากไม่มีความระมัดระวัง อาจเกิดความเสียหายได้

และคำว่าไม่ใหญ่คือเมื่อเทียบกับเรือที่ปลดไป มีความเหนือกว่าอย่างมาก

นอกจากนี้แล้ว หากพิจารณาถึงภารกิจและบทบาทที่มอบหมาย ให้กับเรือลำนี้จะเห็นได้ว่า บทบาทหน้าที่ของกองทัพเรือ สำหรับเรือลากจูง ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

จากนี้ผ่านมาคือ ไม่ได้หมายความว่าเกี่ยวกับการรบ หรือการบริการเพียงอย่างเดียว

นั่นคือหมายความว่า ต้องเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและความมั่นคงของประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลและสิ่งแวดล้อม

นี่คือภารกิจใหม่ที่ต้องรับผิดชอบ นี่คือความท้าทาย อีกประการหนึ่งที่ทหารเรือยุคใหม่ต้องเผชิญคือภัยคุกคามทุกรูปแบบซึ่งไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

ขอฝากข้อคิดข้อเตือนใจ กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ คำว่า ยุทธบริการ แม้ไม่ใช่งานปกติ ที่เกี่ยวข้องกับการรบ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ต้องรับภารกิจที่ไม่เคยดำเนินการมาก่อน ก็คือ การช่วยเหลือ”เรือดำน้ำ”ในการเข้าเทียบออกจากท่า

ขอให้ศึกษาหาความรู้ เพราะหากเกิดความเสียหายอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์จะนำมาซึ่งความเสียหายทั้งแก่ตัวเองและหน่วยงาน

คำพูด สุดท้ายที่จะฝากไว้ก็คือคำว่า “ไม่ได้เก่ง…..แต่มีค่า”

อันนี้คือสัจจะวาจา หากขาดซึ่งพวกเธอ เรือรบขนาดใหญ่ ในการเข้าออกจาก ท่าจะมีความยากลำบาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจอภาวะคลื่นลมที่รุนแรง หากขาดซึ่งเรือลำนี้ ก็ไม่สามารถบรรลุภารกิจได้

โดยเรือลำนี้มีความสามารถในการลากจูงในทะเล โดยสามารถลากเรือรบขนาดใหญ่ทางทะเลได้ โดยสวัสดิภาพและปลอดภัย

สอดคล้องกับคำว่า “ไม่เก่ง….แต่มีค่า” จงรักษาคุณค่าบทบาทนี้อย่างเข้มแข็งอดทนและเสียสละ

หากทำได้เช่นนี้ก็จะเชื่อได้ว่าทุกคนจะนำเรือลำนี้ประสบความสำเร็จสร้างชื่อเสียงเกียรติยศ ให้กับกองทัพเรือสืบไปในภายภาคหน้าต่อไป” ผบ.ทร. กล่าว

error: Content is protected !!