วันอังคาร, 16 สิงหาคม 2565

ฝุ่นควัน เป็น “ภัยคุกคาม”

 

“เสืออากาศ24/7” เสนอแผน แก้ฝุ่นจิ๋ว สุดไฮเทคฯ! ให้กองทัพ กำหนด“ฝุ่นควัน”เป็น ภัยคุกคาม ทหารร่วมทุกส่วนราชการแก้ปัญหา ทั้งระบบ ฝุ่นควัน PM 2.5 ชี้ 8 สาเหตุ ของ ฝุ่นควัน
แนะใช้ เครื่องตรวจจับSensorทางอากาศภาคพื้น ไฟป่า-รถยนต์เก่า-เผาไหม้ -ตรวจสอบปริมาตรอากาศ
-ขึ้นทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เครื่องยนต์ทุกคันทุกเครื่อง-ติดตั้งRFID มีปัญหาการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์-อายุเกินกำหนดใช้งาน
-ใช้ UAV -ติดตั้งระบบเฝ้าตรวจ
แนะใช้ระบบบัญชาการทางอากาศC2-ISR: AI Big Data ของทอ. วิเคราะห์สังเคราะห์หาหนทางปฏิบัติOriented- พัฒนาระบบบัญชาการ แก้ปัญหาภัยพิบัติทางพลเรือนC2-ISR: AI Big Data-และให้ส่วนราชการใช้ข้อมูล GIS (Location : Lat.-Long.– Time) ในการจัดทำบัญชีประชากร-บุคคล-กิจการ ผู้ประกอบกิจการบนที่ดิน ป่าเขา(ป่าสงวน-ป่าอุทยาน-ป่าเศรษฐกิจไว้เป็นฐานข้อมูลDatabase ใช้ข้อมูล ISR -Meta Data ผ่านเครือข่ายระบบการบัญชาการทางพลเรือน
โดย ทอ.หนุนภาพถ่ายดาวเทียมหาจุดHotspot-ภาพถ่ายดาวเทียมย้อนกลับ6-24ชมมาหาพิกัด(Location -ตรวจสอบการเผาแบบ Real-time โดยอากาศยานและดาวเทียมพิเศษในทันทีหรือเมื่อได้รับรายงาน

“เสืออากาศ 24/7” เขียนแผนแก้ปัญหา ฝุ่นควัน PM 2.5 ทั้งระบบ ด้วยการใช้เทคโนโลยี ที่มีอยู่

โดยเขียน บทความ เรื่อง “ฝุ่นควัน” ระบุว่า

1-ฝุ่นควัน เกิดขึ้นมาจากปัญหาความไร้ปัญญา ตามยุคสมัยที่ควรจะเป็น

2-ความไร้ปัญญาตามสมัยที่ควรจะเป็นเกิดขึ้นมาจากความไร้ปัญญาของคนในชาติ

3-ความไร้ปัญญา เกิดจากการนำเข้าปัญญาของชาวต่างชาติโดยละทิ้งการใช้ปัญญาไทยจากมันสมอง-ทักษะของคนไทย

4-ละทิ้งการใช้ปัญญาไทยก่อให้เกิดการพึ่งพาบุกรุกธรรมชาติ ป่าเขาไปทั่วประเทศ-ก่อให้เกิดการใช้ยานพาหนะ/เครื่องยนต์เก่าหมดสภาพไปทั่วทุกชุมชน

5-บุกรุกธรรมชาติป่าเขาก่อให้เกิดการเผาอย่างหนัก :
การใช้เครื่องยนต์เก่า ก่อให้เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์

6-การเผาป่าอย่างหนักเกิดควันฟุ้งกระจายอย่างหนัก :
การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ก่อฝุ่นควันอย่างหนัก

7-ฝุ่นควันยิ่งพาคนไทยแก้ปัญหาไร้ทิศทาง เสมือนว่าแก้ปัญหาโดยมิใช้ปัญญา

8-การแก้ปัญหาโดยมิใช้ปัญญาก่อให้เกิดปัญหาหมักหมม-ไม่มีวันจบสิ้น
ปัญหา “ฝุ่นควัน” เกิดมีขึ้นเป็นลำดับต่อเนื่องกันดังข้างข้างต้น

องค์การของรัฐ

ก-นักการเมืองไทย/นักปกครองไทย-ข้าราชการไทย ต้องกำหนดนโยบายและสร้างกลไกพัฒนา-สร้างกลไกแก้ปัญหาโดยเฉพาะกลไกด้านการวิจัยพัฒนาที่สร้างและใช้ปัญญาไทย-กลไกกฎหมาย – กลไกด้านงบประมาณสนับสนุน

ข-กระทรวงกรม ต้อง(กล้า)ใช้อำนาจรัฐอย่างบูรณาการเป็นระบบในการพัฒนา-แก้ปัญหาขาดแคลนปัญญาอันก่อให้เกิดฝุ่นควันในท้ายที่สุด

ค-สถาบันการศึกษา ต้องยื่นมือเข้ามาทำการคิดค้นวิจัยทดลองทดสอบผลิตสร้างรับรองการใช้งานบรรดาองค์ความรู้ภูมิปัญญา/เทคโนโลยี/นวัตกรรม สำหรับสร้างปัญญาเพื่อพัฒนาประเทศชาติอย่างถูกวิธี กับอันส่งผลไปถึงการแก้ปัญหาฝุ่นควันทั้งระบบ

ง-กองทัพ หากกำหนดว่า “ฝุ่นควัน” เป็นภัยคุกคาม ทหารโดยกองทัพ(อากาศ)ต้องร่วมกันยื่นมือเข้าไปพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับเข้าไปเผชิญหน้า-แก้ไขปัญหา

วิธีการ
A -เฝ้าตรวจการเผาป่า
-เฝ้าตรวจยานยนต์/เครื่องยนต์เก่า
B -ใช้เครื่องตรวจจับSensorทางอากาศภาคพื้น ตรวจสอบทุกปริมาตรอากาศในทุกตารางเมตรของพื้นที่ที่เกิดการเผาป่า :
-ใช้เครื่องตรวจจับขีดสมรรถนะในการเผาไหม้ของยานยนต์ทุกคัน

C -พื้นที่ทุกตารางเมตรทั้งพื้นที่การเกษตรในครอบครองของบุคคลกับพื้นที่ป่าเขาจะถูกขึ้นทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ :
-ยานยนต์/เครื่องยนต์ทุกคันทุกเครื่องจะถูกขึ้นทะเบียน(อิเล็กทรอนิกส์)และติดตั้งRFID(หากพบว่ามีปัญหาการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์หรืออายุเกินกำหนดใช้งาน)

D -ทหาร(อากาศ)ต้องสนับสนุนภาพถ่ายดาวเทียมหาจุดHotspotที่เกิดขึ้นแล้วนำภาพถ่ายดาวเทียมย้อนกลับ(6-24ชม)มาหาพิกัด(Location)เพื่อพิสูจน์ทราบว่า/พื้นที่ที่ดิน ณ จุดที่เกิดการเผานั้นเป็นที่ดินในครอบครองของผู้ใดหรือเป็นที่ดินสาธารณะ(ป่าเขา)ที่ถูกแอบเผาโดยใครคนใดคนหนึ่ง(สร้างHistory)และออกปฎิบัติการทางอากาศทำการตรวจสอบการเผาแบบ Real-time โดยอากาศยานและ/หรือดาวเทียมพิเศษในทันทีหรือเมื่อได้รับรายงาน :

@กระทรวงคมนาคม-ตำรวจต้องใช้กล้องและโปรแกรมซอฟแวร์บันทึกป้ายทะเบียน กับRFIDติดตามการเคลื่อนไหว/เคลื่อนที่ของยานยนต์/เครื่องยนต์ที่มีปัญหาการเผาไหม้ซึ่งต้องได้รับการติดตั้งRFIDกับยานยนต์/เครื่องยนต์ทุกคันทุกเครื่องเพื่อพิสูจน์ทราบว่ายานยนต์/เครื่องยนต์นั้นเป็นของผู้ใดหรือถูกนำไปใช้งาน(นอกเงื่อนไขข้อกำหนด)โดยใคร(สร้างHistory)

E -กองทัพ(อากาศ)ต้องสนับสนุนระบบบัญชาการทางอากาศ(C2-ISR: AI Big Data)เพื่อนำภาพถ่ายทางอากาศ/ผลการตรวจจับHotspotแบบReal-time(Observe)ที่ได้ไปเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์และทำการสังเคราะห์หาหนทางปฏิบัติ(Oriented)

พร้อมกับตัดสินตกลงใจสั่งการ(Decision)ให้หน่วยต่างๆลงมือปฎิบัติการเผชิญเหตุ(Action)โดยทันทีต่อไป

@สถาบันการศึกษา(มหาวิทยาลัยทางด้านวิศวกรรม-วิทยาลัยอาชีวศึกษา)ต้องร่วมมือกับกองทัพ(อากาศ-กับกระทรวงคมนาคม/ตำรวจ)ในการพัฒนาระบบบัญชาการ(แก้ปัญหาภัยพิบัติ)ทางพลเรือน(C2-ISR: AI Big Data)เชื่อมโยงการบัญชาการทางอากาศ(ของกองทัพอากาศ)เพื่อสร้างเครือข่ายชุมชน(การปกครองส่วนกลาง-การปกครองส่วนภูมิภาค-การปกครองส่วนท้องถิ่น)ต่อไป

@ตำรวจ/กรมการขนส่งทางบกรวมถึงสถาบันการศึกษา(มหาวิทยาลัย-วิทยาลัยอาชีวศึกษา)ต้องเร่งตรวจสอบฝุ่นละอองของยานยนต์/เครื่องยนต์ทั้งหมด(พร้อมๆกับการตรวจสภาพยานยนต์)และติดตั้งRFIDที่บอกถึงรายละเอียดว่ายานยนต์/เครื่องยนต์แต่ละคันนั้นปล่อยควันไอเสียออกมาคันละเท่าไร?ที่รอบเครื่องยนต์หมุนเท่าไร?

ทั้งนี้ ความเร็วในการวิ่งของยานยนต์แต่ละคันที่ก่อฝุ่นนั้นสามารถที่จะแก้ไขได้ด้วยการกวาดล้างถนนในทุกๆวัน

F -ส่วนราชการ(กระทรวง/กรม)จะต้องใช้ข้อมูล GIS (Location : Lat.-Long.– Time) ในการจัดทำบัญชีประชากร-บุคคล-กิจการ/ผู้ประกอบกิจการบนที่ดิน/ป่าเขา(ป่าสงวน-ป่าอุทยาน-ป่าเศรษฐกิจ…)ไว้เป็นฐานข้อมูล(Database)

@ส่วนราชการ(กระทรวง/กรม)จะต้องใช้ข้อมูล ISR -Meta Data (ที่ได้รับจากระบบบัญชาการและควบคุมทางทหาร(อากาศ)กับที่ได้รับผ่านเครือข่ายระบบการบัญชาการทางพลเรือน(สถาบันการศึกษา/มหาวิทยาลัย)นำไปใช้ในการสืบ-สอบทานความเป็นเจ้าของ-บุคคล-ผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจกรรม/มีกิจการอยู่บนแปลงที่ดินที่ถูกพิสูจน์ว่าได้มี/เคยมีการเผาพื้นที่เกษตรกรรม(ทั้งบนที่ดินทำกินและ/หรือในป่าเขา)

โดยใช้กลไกการปกครอง(อำนาจ) ผ่านระบบการปกครองส่วนกลาง-การปกครองส่วนภูมิภาค:ผู้ใหญ่บ้าน-กำนัน-นายอำเภอ-ผู้ว่าราชการฯ—การปกครองส่วนท้องถิ่น-อบต-อบจ เข้าไปบริหารจัดการเพื่อหาหนทางปฏิบัติในการจัดการบนการประกอบอาชีพ

@ส่วนราชการ(กระทรวง/กรม)ร่วมกับสถาบันการศึกษา(มหาวิทยาลัยด้านวิศวกรรม-ด้านสังคมศาสตร์-วิทยาลัยอาชีวะศึกษา)จะต้องใช้ข้อมูล GIS ในการจัดทำบัญชี(อิเล็กทรอนิกส์)ระบุพืชพรรณทางการเกษตรในทุกแปลง(ทุกตารางเมตรที่เป็นที่ดินเกษตรกรรม)ซึ่งต้องมีการอนุญาตให้ทำการเผาได้

โดยกำหนดห้วงเวลาเผา(Range-Time)เพื่อทำการเผาเศษซากผลผลิตการเกษตรแต่ละรายการ(อ้อย-มันสำปะหลัง-ข้าว-ข้าวโพด…เห็ด-ผักหวาน-…)เป็นรายบุคคล-ในแต่ละพื้นที่-ในห้วงเวลา(ช่วงเวลา-กลางวัน/กลางคืน)ในลักษณะหมุนเวียนกันไป มิให้เกิดการเผาในลักษณะไร้การควบคุมและ/หรือมีการเผาเกินความจำเป็นบนข้อพิจารณาที่ว่าพืชพรรณบางชนิดก็มิจำเป็นต้องมีการเผาแต่ใช้วิธีการริด-ทอน-บด-ย่อย…แทน

การเผาแต่ละครั้งตามที่ได้รับอนุญาตนั้นต้องมีการเฝ้าตรวจติดตามด้วยเครื่องตรวจจับที่ติดตั้งบนอากาศยาน(เครื่องบิน-UAV)และ/หรือบนดาวเทียมในทุกๆครั้งที่มีการเผา

@ส่วนราชการ(กระทรวง/กรม)ร่วมกับสถาบันการศึกษา(มหาวิทยาลัย-วิทยาลัยอาชีวะศึกษา)จะต้องใช้ข้อมูล GIS ในการจัดทำบัญชี(อิเล็กทรอนิกส์)ระบุรายละเอียดความต้องการเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับใช้ทำการเกษตรของเกษตรกรรายบุคคล-ผู้ประกอบการแต่ละรายที่ทำกินบนที่ดินการเกษตรแต่ละแปลงรวมถึงที่ดินป่าเขาที่เกิดการบุกรุกเป็นประจำเพื่อนำไปใช้ลดกระบวนการเผา เช่น เครื่องมืออุปกรณ์สำหรับริด-ทอน-บด-ย่อยให้เกิดเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่ไม่จำเป็นต้องเผา

ในการนี้ บรรดาเครื่องมือเหล่านี้ต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล(แปลงงบประมาณแก้ปัญหาฝุ่นควัน-ไปเป็นงบประมาณสำหรับทำการคิดค้นวิจัยเครื่องมืออุปกรณ์ดังกล่าว)

#ส่วนราชการ(กระทรวง/กรม)ร่วมกับสถาบันการศึกษา(มหาวิทยาลัย-วิทยาลัยอาชีวะศึกษา)จะต้องร่วมกันระดมมันสมอง-ทุนเพื่อทำการคิดค้นวิจัยผลิตสร้างรับรองการใช้งานบรรดาเครื่องมืออุปกรณ์การเกษตรที่จำเป็นที่ได้กล่าวข้างต้น เงินทุนดังกล่าวน่าจะได้มาจากงบประมาณราชการ

โดยเฉพาะงบประมาณกระทรวงเกษตรว่าด้วยการเกษตรกรรมฉลาด งบประมาณกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการจัดหาหน้ากากกันฝุ่น เงินวิจัยพัฒนาของสถาบันการศึกษา(มหาวิทยาลัย-อาชีวศึกษา)… รวมถึงเงินบริจาคที่ได้จากบรรดากลุ่มธุรกิจ: โรงแรม ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า …ที่ได้รับผลกระทบขาดรายได้มาจากสาเหตุนักท่องเที่ยวหนีหายไปอันเนื่องมาจากปัญหาฝุ่นควัน

@ส่วนราชการ(กระทรวงคมนาคม/กรมขนส่งฯ)ร่วมกับสถาบันการศึกษา(มหาวิทยาลัย-วิทยาลัยอาชีวะศึกษา)ต้องใช้ข้อมูล GIS แบบReal-Timeในการติดตามยานยนต์/เครื่องยนต์เพื่อติดตามการเคลื่อนที่(ด้วยกล้องและ/หรือด้วยสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์)

และใช้ข้อมูลดังกล่าวในการคิดคำนวณฝุ่นควันจากไอเสียแบบReal-time และใช้ผลการคำนวณดังกล่าวในการจัดการจราจรบนถนน/เส้นทางแต่ละจุด(บนท้องถนน:ตามแยก)

โดยเฉพาะการใช้ระบบตามเก็บภาษี/ค่าใช้จ่ายยานยนต์/เครื่องยนต์ตามปริมาณควันไอเสียที่แต่ละคันปล่อยออกมาบนถนนแต่ละเส้น/บนชุมชนแต่ละชุมชน

#ส่วนราชการ(กระทรวงคมนาคม/กรมขนส่งฯ-ตำรวจ)ร่วมกับสถาบันการศึกษา(มหาวิทยาลัย-วิทยาลัยอาชีวะศึกษา)ต้องร่วมกันระดมมันสมอง-ทุนเพื่อทำการคิดค้นวิจัยผลิตสร้างรับรองการใช้งานบรรดาเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดฝุ่นควันของยานยนต์/เครื่องยนต์-คิดค้น/ดัดแปลงRFIDสำหรับติดตามการเคลื่อนที่เพื่อติดตั้งใช้งานในการจัดทำประวัติ(History)การสัญจร

ประเทศไทย

-ฝุ่นควัน : ฝุ่นจัด ควันจัด

คนไทยก็ไม่เพียรพยายามสร้างปัญญาและใช้ปัญญาแก้ปัญหาอย่างถูกตรงจุด

-เผาป่าเกิดมาจากความยากจนอันเนื่องมาจากการไม่สามารถสร้างและใช้ปัญญาในการสร้างปัจจัยดำรงชีพ8ประการ/พลังงาน

เผาป่าเกิดมาจากการหารายได้จากการบุกรุกทำลายขูดรีดป่าธรรมชาติหาของป่าราคาถูกไปขายเพื่อนำเงินที่ได้มาซื้อปัจจัยดำรงชีพราคาแพงทั้ง8ประการ/พลังงานมาจากต่างประเทศ

ยานยนต์/เครื่องยนต์ที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์และปล่อยควันเสียออกมาในปริมาณมหาศาลจนมันปกคลุมทั่วเมืองนั้นก็เกิดมาจากคนไทยต้องใช้ยานยนต์(เก่า)ราคา(ไม่)ถูกมาจากต่างประเทศ: ญี่ปุ่น เยอรมัน สวีเดน … การจำยอมทนใช้ยานยนต์/เครื่องยนต์เก่าของคนไทยก็เนื่องมาจากว่าคนไทยตลอดเวลานับศตวรรษไม่เคยเพียรพยายามสร้างปัญญาและใช้ปัญญาคิดค้นวิจัยผลิตสร้างทดลองทดสอบการใช้งานยานยนต์/เครื่องยนต์ใหม่ๆ/แบบใหม่ๆ(ยานยนต์ไฟฟ้า)ให้มันมีพอเพียงด้วยมันสมอง-ทักษะของคนไทยเราเอง

ในที่สุดบนความต้องการปัจจัยดำรงชีพที่6 ยานยนต์ดังกล่าวคนไทยก็เผาป่าเพื่อหารายได้จากการบุกรุกทำลายรีดเค้นป่าธรรมชาติไปขายเพื่อนำเงินที่ได้มาซื้อยานยนต์/เครื่องยนต์รวมถึงซื้อเชื้อเพลิงปิโตรเลียม/ฟอสซิลมาจากต่างประเทศมาใช้เติมในลักษณะเผาเชื้อเพลิงให้มันกลายเป็นควันให้ฟุ้งตลบในเมือง/ในชุมชน

ฝุ่น : เกิดมาจากการเผาป่าสร้างแปลงปลูกพืชหาเงินไปซื้อยานยนต์/เครื่องยนต์

ควัน : เกิดมาจากยานยนต์/เครื่องยนต์ที่ถูกซื้อมาด้วยเงินจากการเผาป่า

ฝุ่น กับ ควัน มันจึงเกิดเป็นเท่าทวีคูณที่มาจากสาเหตุเดียวกัน คือ ได้มาจากป่ากับการเผาป่า

เผาป่ามาก-ควันมาก

เผาป่ามาก-มียานยนต์/เครื่องยนต์ใช้งานในการเกษตรกรรม/ใช้ในการสัญจร(ในเมือง-ใน กทม)มาก

ควันก็มากตามมา

ฝุ่นควันจึงเต็มเมืองไทยและเพื่อนบ้านรอบประเทศไทย

ฝุ่นควันจากการเผาป่า – ฝุ่นควันที่พ่นออกมาจากยานยนต์/เครื่องยนต์ที่กำลังเป็นปัญหาซ้ำซากของไทยนั้นเราคนไทยสมควรยิ่งที่จะต้องสร้างและใช้ปัญญาคิดค้นวิจัยทดลองทดสอบผลิตสร้างเครื่องมือตรวจจับ-สร้างระบบ-สร้างกลไก-…สร้างองค์ความรู้ภูมิปัญญา/เทคโนโลยี/นวัตกรรมนานาชนิดขึ้นมา สำหรับใช้ในการพิสูจน์ทราบหามูลเหตุในการแก้ไขมันให้ถูกตรงจุดดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

พร้อมกันนั้นก็จะต้องเร่งสร้างปัญญาและใช้ปัญญาคิดค้นวิจัยทดลองทดสอบผลิตสร้างองค์ความรู้ภูมิปัญญา/เทคโนโลยี/นวัตกรรมทางด้านปัจจัยดำรงชีพยุคใหม่8ประการ/พลังงานยุคใหม่โดยเฉพาะยานยนต์ยุคใหม่(ไฟฟ้า)/เครื่องยนต์(ไฟฟ้า)ขึ้นมาใช้ทดแทนมูลเหตุรากเหง้าแห่งปัญหาฝุ่นควันดังกล่าว

คำอธิบายบอกมาแล้วว่าการแก้ปัญหาฝุ่นควันท่วมเมืองให้ถูกตรงจุดในจุดสุดท้าย ก็คือการสร้างปัญญากับการใช้ปัญญาของคนไทยในการคิดค้นวิจัยผลิตสร้างรับรองการใช้งานบรรดาองค์ความรู้ภูมิปัญญา/เทคโนโลยี/นวัตกรรมทางด้านปัจจัยดำรงชีพ8ประการ/พลังงานมาจากรอบตัวนั่นเอง มิใช่อื่นใด

ปัญหา : แล้งจัด ท่วมจัด อุบัติภัยทางธรรมชาติ

ปัญหาทั้งหมดในประเทศไทยที่มันเกิดขึ้นมาก็เนื่องมาจากว่าคนไทยบุกรุกทำลายธรรรมชาติ(เป็นแหล่งท่องเที่ยวราคาถูก)/ขายของป่าหามูลค่าสูง(ทว่าราคาถูก)เป็นรายได้

เพื่อนำเงินที่ได้มาซื้อปัจจัยดำรงชีพราคาแพงทั้ง8ประการ/พลังงานมาจากต่างประเทศ เนื่องจากว่าคนไทยตลอดทั้งศตวรรษที่ผ่านมาเราไม่เคยเพียรพยายามสร้างปัญญาไทยกับการใช้ปัญญาของคนไทยในการคิดค้นวิจัยผลิตสร้างรับรองการใช้งานบรรดาองค์ความรู้ภูมิปัญญา/เทคโนโลยี/นวัตกรรมทางด้านปัจจัยดำรงชีพ8ประการ/พลังงานมาจากรอบตัวด้วยปัญญาของเราเองขึ้นมาเป็นของเราเองนั่นเอง

เราผลาญธรรมชาติเพื่อเป็นรายได้และนำเงินที่ได้ไปซื้อมันทั้งหมดในราคาแพงมาจากต่างประเทศ เราคนไทยพึ่งพาปัญญา(มันสมอง-ทักษะ)ของชาวต่างชาติมากเกินไป

คนไทยต้องหวนกลับมาคิดทบทวนในจุดนี้

แล้วการแก้ปัญหาทั้งหมดก็จะบรรลุล่วงสำเร็จ

เรากำลังแก้ปัญหาฝุ่นควันกันอย่างผิดวิธี ก็คือว่า เราคนไทยกำลังแก้ปัญหาฝุ่นควันกันอย่างผิดจุด

แท้จริงแล้ว ปัญหา ฝุ่นควันจัด แล้งจัด ร้อนจัด ท่วมจัด..เกิดขึ้นเพียงเพราะว่าเราคนไทยไม่สร้างปัญญาไทยและไม่ใช้ปัญญาไทยนั่นเอง นั่นเอง

อย่าไปกล่าวโทษอื่นใด

คนไทยจำเป็นยิ่งที่จะต้องรวมพลังปัญญาขึ้นมา แล้วประเทศชาติบ้านเมืองจะได้รับการพัฒนา-แล้วบ้านเมืองก็จะหมดปัญหา(ฝุ่นควัน)

“เสืออากาศ 24/7”

error: Content is protected !!