วันศุกร์, 17 กันยายน 2564

เป็นทหาร ไม่ได้แย่!!

07 ม.ค. 2020
191

“บิ๊กตู่”ครวญเพลง”แม่พิมพ์ของชาติ” คิดถึง “ คุณครูเข็มเพ็ชร” คุณแม่ ใกล้วันครู… หลัง เพิ่ง เสีย พ่อ… ย้ำ แม่ก็เป็นครู ภริยา ก็เป็นครู จึงตัองมีระเบียบวินัย …ยันเป็นทหาร ไม่ได้แย่
เผย ตั้งศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ในค่ายทหาร ถ้ามีเวลาก็ให้ทหารอ่านหนังสือ ท่องตำรา ตอนกลางคืนก่อนนอน แล้วไปสอบก็ยกระดับวุฒิการศึกษาขึ้นมา อะไรที่ดี ๆ ก็ให้กำลังซึ่งกันและกัน ไม่เช่นนั้นก็แย่ไปหมด ไม่มีกำลังใจ จะทำอะไรให้

พลเอกประยุทธ์ ร่วมกิจกรรม โปรโมท งานวันครู. …. โดยระบุว่า ชอบเพลงเก่า เพลงใหม่ก็ชอบ ชอบทั้งคู่

ก่อนที่นายกฯ จะร้องเพลง”แสงประเทือง ที่ส่องเรืองๆ อยู่ทั่วเมืองไทย คือ แม่พิมพ์ อันน้อยใหญ่

ท่อนหนึ่ง ของ เพลง “แม่พิมพ์ของชาติ”ของศิลปิน วงจันทร์ ไพโรจน์

พร้อมกล่าวว่า แม่ผมก็เป็นครู ภรรยาผมก็เป็นครู จึงต้องปฏิบัติในระเบียบวินัย เพราะครูคนแรกของเด็ก คือพ่อแม่

ครูคนที่สองก็คือที่โรงเรียน ถ้าครูทุกคนรักลูกศิษย์ มีการพัฒนาการเรียนรู้ร่วมกัน นำไปสู่การคิดวิเคราะห์ คิดเป็นกระบวนการให้ได้

ท่องตำราอย่างเดียวบางทีทำงานลำบาก ในวันหน้าเวลาไปทำงานคิดไม่ออกไม่ก็ไม่พัฒนาตัวเอง

คนที่เป็นผู้บังคับบัญชาเขามีแต่ให้แนวทางปฏิบัติ เราก็ทำตาม จึงต้องมีความคิด วันหน้าเราต้องโตเป็นผู้ใหญ่เหมือนกัน ไม่ใช่ต้องเป็นลูกจ้างตลอดไป

ทั้งนี้ การปฏิรูปการศึกษาไม่ใช่เฉพาะในระบบอย่างเดียว เราต้องพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต

เหมือนในค่ายทหาร ผมได้ตั้งศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน
ถ้ามีเวลาก็ให้ทหารอ่านหนังสือ ท่องตำราตอนกลางคืนก่อนนอน แล้วไปสอบก็ยกระดับวุฒิการศึกษาขึ้นมา อะไรที่ดี ๆ ก็ให้กำลังซึ่งกันและกัน ไม่เช่นนั้นก็แย่ไปหมด ไม่มีกำลังใจจะทำอะไรให้

จากนั้นนายกฯ ได้สอบถามเด็กนักเรียนแต่ละคนว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร

ซึ่งมีเด็กนักเรียนคนหนึ่งอยากเป็นทหาร นายกฯ จึงกล่าวว่า ให้ออกกำลังกาย ให้เข้มแข็งมีกล้ามเนื้อ วิดพื้น ดึงข้อ ปีนต้นไม้ จะได้กล้าหาญ เป็นทหารไม่ได้สัก แต่ว่าจะเป็น หรือใครก็เป็นได้ ถามว่าเป็นทหารแล้วไปรบท่ามกลางกระสุนปืนเล็ก กระสุนปืนใหญ่ ตนเจอมาแล้ว ถึงเวลานั้นก็จะรู้ว่า มันจะเป็นทหารใช่หรือไม่ใช่ กล้าไปหรือเปล่า

ก่อนที่นายกฯ จะถอนหายใจ พร้อมหันไปถามเด็กนักเรียนอีกคนว่า ไม่อยากเป็นนายกฯ บ้างหรือ

ซึ่งเด็กนักเรียนบอกว่า ไม่ครับ เพราะงานเยอะ

นายกฯ กล่าวว่า ตอบเข้าท่าดี แต่ก็ต้องสู้งาน นายกฯไม่เคยท้อแท้หรอก งานยิ่งเยอะยิ่งต้องทำ ทำเพื่อคนอื่น อะไรก็ได้ที่ทำเพื่อคนอื่น แล้วเดี๋ยวตัวเองได้เอง ได้ความภาคภูมิใจ ความสุขแค่นั้นเอง ผมไม่ต้องการอย่างอื่นคิดแค่นี้ เพราะไม่มีอะไรได้มาเปล่าๆ ถ้าได้มาเปล่าๆ ก็เหมือนกับการยื่นยาพิษให้กับพวกเรา ซึ่งไม่ถูกต้อง จะต้องออกแรงใช้ความคิดจึงจะได้สตางค์

นายกฯ กล่าวว่า เปลี่ยนตัวตนบ้าง ปีใหม่แล้ว ทุกคนก็รู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรถูกไม่ถูก อะไรทำเพื่อส่วนรวม อะไรทำเพื่อส่วนตัวแยกให้ออก ถ้าแยกกันไม่ออกก็จะมั่วกันอยู่แบบนี้”

error: Content is protected !!