วันศุกร์, 17 กันยายน 2564

“บิ๊กกบ” เดินหน้า เก็บกู้ทุ่นระเบิด ตามแผนปฏิบัติการ 5 ปี ให้หมด ภายในปี2566 …..เหล่าทัพดูแลประชาชน ช่วงปีใหม่ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวง”ทรงห่วงใยประชาชน

25 ธ.ค. 2019
103

 

พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุมคณะผู้บัญชาการทหาร และ
ผู้บัญชาการเหล่าทัพ

โดยมี พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.
เข้าร่วมประชุมที่ กองบัญชาการกองทัพบก

โดยมี พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ปรึกษาคณะผู้บัญชาการทหาร

โดยได้มีการ แสดงความสำนึก ใน
พระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีความห่วงใยในความปลอดภัยของประชาชนในการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่2563

ในการนี้ กองทัพไทย โดย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบกกองทัพเรือ กองทัพอากาศ
และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงสนองพระบรมราโชบาย โดยการเปิดจุดบริการประชาชนทั่วประเทศเพื่ออำนวย
ความสะดวกด้านการเดินทางให้แก่ประชาชน รณรงค์ด้านความปลอดภัย เพื่อป้องกันการสูญเสียต่อชีวิต
และทรัพย์สินในช่วงเทศกาลแห่งความสุขของชาวไทย

การประชุมครั้งนี้ได้ประชุมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลและเตรียมการปฏิบัติงานในอนาคต

กองบัญชาการกองทัพไทย ด้านการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ศูนย์บัญชาการทางทหาร

โดยผลการปฏิบัติงาน ในปี 2562 ที่ผ่านมา ได้ทำการสำรวจและยกเลิกพื้นที่อันตราย รวมทั้งส่งมอบพื้นที่ปลอดภัยคืนให้แก่ชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมต่อไป ซึ่งประเทศไทยได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานในภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี มีคะแนนในลำดับที่ 6 จาก 46 ประเทศ ที่เป็นรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) ถือเป็นคะแนนสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย มีความมุ่งมั่นที่จะเก็บกู้ทุ่นระเบิด
ในพื้นที่อันตรายที่ยังหลงเหลืออยู่นี้ให้สำเร็จตามแผนปฏิบัติการ 5 ปี เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยจากทุ่นระเบิด และยืนยันเจตนารมณ์ของประเทศไทยที่จะปราศจากทุ่นระเบิดฯ ภายในปี2566

กองทัพบก การประชุมผู้บัญชาการทหารบกกลุ่มประเทศอาเซียน (ACAMM) ครั้งที่ ๒๐
ณ เมืองบันดุง สาธารณรัฐอินโดนีเซีย24-26 พฤศจิกายน 2562 เป็นการประชุมเพื่อหารือแนวทางในการเสริมสร้างความมั่นคงร่วมกันในภูมิภาค ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านต่าง ๆ
อีกทั้งภัยคุกคามทางไซเบอร์ และข้อมูลข่าวสาร รวมไปถึงความร่วมมือและการปฏิบัติทางทหารในทุกมิติ

นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าว ยังถือเป็นการกำหนดแผนงานหรือนโยบายในด้านความมั่นคงในระดับภูมิภาค
เพื่อให้ภูมิภาคอาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีความมั่นคงอย่างถาวร

กองทัพเรือ ได้กำหนดยุทธศาสตร์กองทัพเรือ ระยะ 20 ปี ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนากองทัพเรือให้มีขีดความสามารถเพียงพอในการสร้างความมั่นคงของชาติทางทะเล เพื่อรองรับภัยคุกคามทางด้านความมั่นคง
ในทุกมิติ

โดยกองทัพเรือได้ให้ความสำคัญในการพิทักษ์สถาบัน การปกป้องอธิปไตย และการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล มุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรให้มีความพร้อมรบสูง รองรับสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคง
ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถ
เป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลที่มีบทบาทนำในภูมิภาคที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ และพร้อมเป็น
ส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนโยบายของกองทัพไทย กระทรวงกลาโหม และรัฐบาล ในการบรรลุวิสัยทัศน์ประเทศไทยที่ “มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” สืบไป

กองทัพอากาศ จัดตั้งศูนย์อากาศยานไร้คนขับ ณ ฝูงบิน 206 อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว

โดยมีภารกิจในการฝึกอบรมและบูรณาการองค์ความรู้การใช้ระบบอากาศยานไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบ และสามารถสนับสนุนการฝึกอบรมให้แก่เหล่าทัพและภาคเอกชน เพื่อให้การปฏิบัติการด้วยระบบอากาศยานไร้คนขับเป็นไป ตามมาตรฐานทางทหารและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด

ทั้งนี้ การนำวิทยาการดังกล่าวมาประยุกต์ พัฒนา และต่อยอดเทคโนโลยีกำลังทางอากาศ จะทำให้กองทัพอากาศ มีขีดความสามารถสูงขึ้นในการป้องกันประเทศ และสามารถเผชิญ ภัยคุกคามได้ในทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นการก้าวสู่กองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค “One of the Best Air Forces in ASEAN”

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้านบทบาทการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจรในการจัดการประชุมระหว่างประเทศและการรักษาความปลอดภัยผู้นำและบุคคลสำคัญ อาทิ การปฏิบัติภารกิจการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน และประเทศคู่เจรจา ภารกิจการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน และภารกิจ
การเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ซึ่งเป็นไปด้วยความปลอดภัย เรียบร้อย และสมเกียรติ

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวขอบคุณทุกเหล่าทัพ ที่ได้ร่วมมือ ร่วมใจ และทุ่มเท ในการจัดแสดงการฝึกทางทหารประกอบดนตรี “ราชวัลลภเริงระบำ” และกองทหารเกียรติยศ ประจำปี ๒๕๖๒ เมื่อวันที่
๙ ธันวาคม ๒๕๖๒

อีกทั้งขอบคุณเหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ และการจัดงานกาชาด ประจำปี ๒๕๖๒

พร้อมทั้งเน้นย้ำให้เหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้การสนับสนุนในเรื่องดังต่อไปนี้

สนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เข้าร่วมการฝึก Cobra Gold 2020 ในห้วงกุมภาพันธ์ ถึง มีนาคม ๒๕๖๓ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและขีดความสามารถของกองทัพไทย

สนับสนุนการจัดพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร – ตำรวจ เนื่องในพระราชพิธี เนื่องในพระราชพิธี บรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ และวันกองทัพไทย ในห้วง มกราคม ๒๕๖๓ ณ ศูนย์การทหารม้า จังหวัดสระบุรี ในวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๓

เตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยหนาว ภัยแล้ง และหมอกควัน

เน้นย้ำกำลังพลให้เข้มงวดในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย/อัคคีภัย ในสถานที่ทำงาน อาคารบ้านพัก

สร้างจิตสำนึกให้กำลังพลตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนนและการปฏิบัติตามกฎจราจร

พิจารณาจัดตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในห้วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่

error: Content is protected !!