วันเสาร์, 24 กรกฎาคม 2564

แก้รัฐธรรมนูญ _”แก้ด้วยเลือด” หรือ _”แก้ด้วยความยินยอมพร้อมใจของทุกฝ่าย”

 

“เสืออากาศ 24/7” นายพลทัพฟ้า คอลัมนิสต์. เขียนบทความหลังจากอ่าน บทความในหนังสือพิมพ์ ยักษ์ใหญ่ ฉบับหนึ่ง

จึงทำให้ วิธีคิดที่น่าเป็นห่วงของคนไทยบางคน/บางกลุ่ม
ก_มีตรรกะในการคิดหรือไม่?
ข_คิดอย่างมีตรรกะใช่หรือไม่?

ก และ ข คือประเด็นปัญหาหลักใหญ่ของประชาธิปไตย กับความเป็นประเทศด้อยพัฒนาของประเทศไทยและกับความยากจนของชนชาติไทย

ก และ ข เป็นเรื่องที่สังคมไทยต้องคิดพิจารณา
1 ใครก็ตามหากต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญ(หรือเป็นผู้บัญญัติรัฐธรรมนูญ)จะต้องมีความฉลาดมากพอในการคิดพิจารณาอย่างมีตรรกะบนความเป็นวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์(วิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติของประเทศไทยบนดินแดนสุวรรณภูมิ)

2 ใครก็ตามด้วยเช่นกัน. หาก(ยัง)ไม่ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญก็ต้องมีความสามารถในการคิดพิจารณาอย่างมีตรรกะ บนความเป็นวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ตามจริตของ. ประเทศไทยด้วยเช่นกัน

รัฐธรรมนูญ(ไทย)
_จำเป็นจะต้องถูกเขียนโดย(มนุษย์)คนไทยที่(สมควรต้อง)ฉลาดยิ่ง-มีขีดความสามารถในการคิดอย่างมีตรรกะบนความเป็นวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ตามจริตของประเทศไทย

กล่าวคือสามารถคิดพิจารณาได้อย่างมีเหตุผลบนความเป็นประเทศไทย(ที่มิใช่ฝรั่ง)นั่นเอง

ผู้กำลังกระทำการเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญไม่ว่าจะ”แก้ด้วยเลือด” หรือ “แก้ด้วยการยินยอมของทุกฝ่าย” นั้น หรือด้วยวิธีการอื่นๆก็ตาม….นั้น

ปัจจุบันถือเป็นผู้มีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์มากน้อยเพียงใด???

กล่าวคือมีความสามารถในการคิดอย่างมีตรรกะได้มากน้อยเพียงใด ??

ประเด็นนี้ คนไทยทั้งชาติต้องรู้!!!

(มิฉะนั้นการแก้รัฐธรรมนูญไปแล้วมันก็ยิ่งก่อให้กลไกสังคมเกิดความบิดเบี้ยวนำสู่พฤติกรรมผิดจริตในสังคมกันไปไม่รู้จบ ดังเช่นอดีตที่ผ่านมา)

_ผู้วางเฉย(ยัง)ไม่ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญก็เช่นกัน คนเหล่านี้มีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์มากน้อยเพียงใด???

กล่าวคือ ใครบ้างมีความสามารถในการคิดอย่างมีตรรกะได้มากน้อยเพียงใด???

ประเด็นนี้ คนไทยทั้งชาติก็ต้องรู้อย่างถ่องแท้!!! ด้วยเช่นกัน

สังคมไทยต้องพิสูจน์ทราบว่าใครคนใด/คนกลุ่มใดในประเทศไทยมีขีดความสามารถในการคิดอย่างมีตรรกะ…

เมื่อสังคมไทยรู้ ..เมื่อต่างฝ่ายต่างรับรู้ต้นทุนของกันและกันเอง(ทางด้านวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์)แล้วต่างก็จะหยั่งรู้ได้ว่าฝ่ายใดและ/หรือใครคนใดบ้างที่มีขีดความสามารถในการคิดอย่างมีตรรกะ(อย่างไม่มีตรรกะ) มิใช่ว่าทุกคนจะคิดอย่างมีตรรกะได้

หากเป็นดังนี้แล้ว ทั้งสองฝ่ายรวมถึงสังคมไทยอีก1ฝ่ายรวมกันเป็น3ฝ่ายต่างก็น่าจะเคารพความเห็น/เคารพความคิดของกันและกัน

การแก้รัฐธรรมนูญไม่ว่าจะ “แก้ด้วยเลือด” และ/หรือ “แก้ด้วยความยินยอมของทุกฝ่าย” และ/หรือ “แก้ด้วยวิธีการอื่นๆ)” และ/หรือ “(ยัง)ไม่ต้องแก้” ก็จะลงตัวด้วยเหตุด้วยผลของมัน

อารยธรรมของชนชาติไทยอยู่ที่ตรงนี้

อารยธรรมของชนชาติไทยสร้างได้ด้วยวิธีการข้างต้น คือ สร้างด้วยการเคารพผู้ที่มีขีดความสามารถในการคิดอย่างมีตรรกะ อันหมายถึงเคารพผู้ที่สามารถคิดพิจารณาด้วยการใช้ปัญญาทางด้านวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์นั่นเอง

มะเร็ง
_มะเร็งคือสภาพแปลกปลอมบิดเบี้ยวไม่ปกติของเซลล์ของร่างกาย มันเกิดมาบนสภาพที่มิใช่เป็นความต้องการของร่างกาย

ทว่าโดยหลักวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติแล้วมันก็เกิดมีขึ้นได้ เพียงแต่ว่ามันในท้ายที่สุดก็จะถูกทำลายลงไปโดยเร็วโดยหลักธรรมชาติ

มะเร็งหรือเซลล์ร้ายมีในร่างกายของมนุษย์ทุกคน มันเป็นวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติที่เป็นสัจธรรม

มะเร็งถูกขจัดไปตามระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอันเป็นเรื่องปกติทางธรรมชาติดังที่กล่าวข้างต้น

บุคคล/กลุ่มคนที่ไร้ตรรกะในการคิดนั้นมีลักษณะคล้ายเซลล์มะเร็ง กล่าวคือ บุคคล/กลุ่มคนผู้ไร้ตรรกะนี้มีเกิดขึ้นในสังคมเสมอไม่ว่าจะเป็นสังคมใดในประเทศใด เพียงแต่ว่าเขาเหล่านั้นจะต้องถูกกำจัดให้หมดสิ้นไปและ/หรือถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นบุคคล/เป็นกลุ่มคนที่มีตรรกะตามขีดความสามารถในการปรับตัวของแต่ละคน

เราจะแยกได้อย่างไรว่าบุคคลคนใด/คนกลุ่มใดมีตรรกะในการคิดหรือไม่???

แก้รัฐธรรมนูญด้วยเลือด = มีปัญญาหรือไม่???

บุคคล/กลุ่มคนนี้มีขีดความสามารถในการคิดพิจารณาบนความเป็นวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์อย่างมีเหตุผลได้หรือไม่ ???

เมื่อ”แก้รัฐธรรมนูญด้วยเลือด”แล้วจะพัฒนาให้คนไทยทั้งชาติให้เป็นชนชาติมีปัญญา/มีความคิดที่เป็นตรรกะให้มีความกินดีอยู่ดีขึ้นมาได้หรือไม่ ???

ฤาว่าคนไทยทั้งชาติ ก็ต้องเปื้อนเลือดตามไปด้วย

วิธีคิดอย่างไม่มีตรรกะเช่นนี้ คือวิธีคิดที่นำมาซึ่งความพินาศของสังคมและของบ้านเมือง

แก้รัฐธรรมนูญด้วยความยินยอมของทุกฝ่ายนั้น โดยหลักการถือว่าเป็นสิ่งดี ทว่าเป็นการยากยิ่งหรือเป็นไปไม่ได้เลยอันเนื่องมาจากหลักธรรมชาตินั้นมนุษย์ทุกคนทั่วทั้งโลกต่างมีความฉลาดทางวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ไม่เท่ากัน ปัญญาจึงมีไม่เท่ากัน ไม่สามารถคิดได้อย่างมีตรรกะได้เท่ากัน ไม่สามารถคิดพิจารณาด้วยความมีเหตุผลได้เหมือนกัน…

จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดปรากฏการณ์ “แก้รัฐธรรมนูญด้วยความยินยอมของทุกฝ่าย” ได้สำเร็จ

ความยินยอมของฝ่ายที่ขาดความรู้/ที่ไม่ฉลาดทางด้านวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ที่ไร้ขีดความสามารถในการคิดแบบมีตรรกะ -ไร้ความสามารถในการคิดพิจารณาอย่างมีเหตุผล…ไม่เกิดขึ้น

บุคคล/กลุ่มคนประเภทนี้ต่อสู้อย่างดีเดือดบ้าเลือดไม่รู้จบสิ้น หวังเอาชนะอย่างไร้เหตุผล

มันก็เป็นที่ประจักษ์(มานาน)แล้วว่าบรรดาบุคคล/กลุ่มคนผู้มีคุณลักษณะเช่นนี้มีพฤติกรรมสวนจริตขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมวิถีชีวิตของประเทศไทยแห่งดินแดนสุวรรณภูมิอย่างชัดแจ้งมาโดยตลอด

ส่วนใหญ่เป็นบุคคล/เป็นกลุ่มคนมาจากภาคสังคม: รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ศิลปศาสตร์ นิเทศศาสตร์…. เกือบไม่มีบุคคล/กลุ่มคนมาจากภาควิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์-วิศวกรรม)

บุคคล/กลุ่มคนภาคสังคมศาสตร์เหล่านี้ล้วนท่องจำภายใต้การฝักใฝ่ปัญญาชาวต่างชาติที่มันไม่ตรงกับจริตของประเทศไทยเลยแม้แต่น้อย(ฝักใฝ่ปัญญาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ/กฎหมายของฝรั่งเศส-ของอังกฤษ-ของสหรัฐ-ของเยอรมัน-ของ…ในลักษณะท่องจำนำเอามาใช้ในประเทศไทยมายาวนานซึ่งมันก็ส่งผลกระทบเชิงลบมาโดยตลอด

คือทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศด้อยพัฒนาและทำให้ชนชาติไทยเป็นชนชาติยากจน)

หนทางที่เป็นไปได้ในการนำพาประเทศไทยก้าวเดินไปข้างหน้าไม่ว่าจะมีการแก้รัฐธรรมนูญด้วยวิธีการใดๆ และ/หรือ (ยัง)ไม่แก้รัฐธรรมนูญ ก็คือ คนไทยเราต้องหาทางพิสูจน์ทราบให้ได้ก่อนว่า บุคคลใด/กลุ่มคนใดบ้างมีปัญญาสามารถคิดพิจารณาได้อย่างมีตรรกะบนวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์…และใครบ้างที่ไม่มี…

ใครมี. ..ก็ให้ยึดถือแนวทางตามวิธีคิดของบุคคล/ของกลุ่มคนที่คิดพิจารณาอย่างมีตรรกะเป็นที่ตั้ง

ใครไม่มี… ก็ต้องถูกนำไปจำแนกคัดกรองระดับความฉลาดทางด้านวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์แล้วใครที่ฉลาดก็สมควรถูกนำไปสร้างให้มีปัญญา -ให้มีขีดความสามารถในการคิดอย่างมีตรรกะตามระดับความฉลาดขึ้นมา ส่วนใครที่ไม่ฉลาดก็ต้องถูกลดบทบาททางสังคมให้เป็นเพียงผู้ตาม (มิใช่ผู้นำ)

ดังนี้แล้ว ประเทศไทยบนรัฐธรรมนูญฉบับใดๆก็ตามก็จะก้าวเดินไปสู่อนาคตได้

ปัญหาการนำพาประเทศไทย
_ขาดคนมีขีดความสามารถในการคิดอย่างมีตรรกะแม้คนไทยฉลาดจะมีอยู่มากก็ตาม

ทั้งนี้ ปรากฎการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาอันเนื่องมาจากระบบการศึกษาแบบท่องจำกับธุรกิจการศึกษาในรูปของโรงเรียนกวดวิชา

คนฉลาดขาดโอกาสหนักยิ่งขึ้น
คนไม่ฉลาดกลับมีโอกาสดีกว่าแม้ในทางธรรมชาติแล้วมันไม่ควรจะเป็นเช่นนี้
€ผู้ไม่ฉลาดขาดขีดความสามารถในการคิดอย่างมีตรรกะทว่ามีโอกาสดีกว่า(คนฉลาด)เมื่อจบการศึกษาและเติบใหญ่(มาจากระบบการศึกษาที่ไร้คุณภาพ)เมื่อได้เข้ามามีส่วนร่วมในสังคมไทยแล้วก็มักจะนำพาบ้านเมืองไทยไปสู่ความล้มเหลว ดังปรากฎการณ์ “แก้รัฐธรรมนูญด้วยเลือด” – “แก้รัฐธรรมนูญด้วยความยินยอมของทุกฝ่าย”…รวมไปถึงบรรดา “นโยบายพึ่งพาต่างชาติ”…ดังที่มันกำลังเกิดขึ้นในเวลานี้

_ขาดเวทีพิสูจน์ทราบคนฉลาด-คนมีปัญญาที่มีขีดความสามารถในการคิดอย่างมีตรรกะบนวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์

สังคมไทยเกือบจะไม่มีใครรู้เลยว่าบุคคลใดบ้าง/กลุ่มคนใดบ้างมีความฉลาด-มีปัญญาที่มีขีดความสามารถในการคิดอย่างมีตรรกะบนวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ สังคมไทยมิอาจล่วงรู้ปูมประวัติของใครบางคนได้เลย และสังคมไทยก็ปล่อยให้บุคคล/ให้กลุ่มคนที่เราไม่รู้ปูมประวัติเกี่ยวกับความฉลาด-เกี่ยวกับปัญญาเข้าไปนำพาบ้านเมืองไทย (จนปัจจุบันสังคมไทยตกอยู่ในสภาพพังพินาศ)

สังคมไทยต้องการและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเวทีพิสูจน์ทราบเพื่อทำการจำแนกคัดกรองบุคคล/กลุ่มคนที่มีความฉลาด-มีปัญญาที่มีขีดความสามารถในการคิดอย่างมีตรรกะบนวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ สังคมไทยมีแต่เวทีละครน้ำเน่าในระบบการสื่อสารมวลชน(โทรทัศน์ วิทยุ โซเชียลมีเดีย..)

ผลพวงของมันที่ตามมาคือสังคมไทยขาดคนฉลาด-ขาดคนมีปัญญา ขาดคนมีขีดความสามารถในการคิดอย่างมีตรรกะบนวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ทำหน้าที่นำพาประเทศ คนไม่ฉลาดไม่ต้องเสี่ยงขึ้นเวที คนไม่ฉลาดไม่ต้องเกรงกลัวการวัดความฉลาด/การวัดระดับปัญญา…

สังคมไทยจึงมีคนไม่ฉลาด/มีคนไม่มีปัญญาเป็นจำนวนมากเข้าไปทำหน้าที่นำพาบ้านเมือง ผลลัพธ์สุดท้ายคือประเทศไทยกลายเป็นประเทศด้อยพัฒนา – ชนชาติไทยกลายเป็นชนชาติยากจน

ประเทศไทย/สังคมไทยจะแก้รัฐธรรมนูญกันด้วยวิธีการใด …ด้วยเลือด หรือ ด้วยวิธีการอื่นๆ หรือจะยังไม่แก้ในเร็ววันนี้ ถือว่ามิใช่เรื่องสำคัญ

เรื่องสำคัญสำหรับประเทศไทย/สำหรับสังคมไทยในขณะเวลานี้คือการแสวงหาคนฉลาดมีปัญญาที่มีขีดความสามารถในการคิดอย่างมีตรรกะบนวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ที่มีขีดความสามารถในการคิดพิจารณาได้อย่างมีเหตุผล/ที่สามารถเข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนาสังคมไทยอย่างตรงกับจริตของประเทศไทยภายใต้การจำแนกคัดกรองบุคคล/กลุ่มคนอย่างเข้มข้นโดยอาศัยเวทีพิสูจน์ทราบต่อสาธารณะชนดังที่กล่าวข้างต้นให้ได้ก่อน แล้วนำคนฉลาด/คนมีปัญญาที่ผ่านการพิสูจน์ทราบนี้เข้ามาทำหน้าที่นำพาบ้านเมือง

แล้วหลังจากนั้นก็มอบหมายให้คนกลุ่มนี้ทำหน้าที่ “แก้รัฐธรรมนูญ” ให้มันมีตรรกะที่ตรงกับจริตของประเทศไทยบนดินแดนสุวรรณภูมิอย่างสอดรับกับยุคสมัยที่ควรจะเป็นตามสมควรต่อไป

รัฐธรรมนูญไทยต้องมุ่งเน้นในตรรกะทางวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ ดังนี้
-ธรรมชาติรอบตัวแห่งดินแดนสุวรรณภูมิกับการแบ่งปันทรัพยากรธรรมชาติแก่คนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะการแบ่งปันที่ดิน-อากาศ/อวกาศ-พลังงาน-คลื่นความถี่….มิให้ตกอยู่ในมือของคนใดคนหนึ่ง
-การสร้างปัญญาให้กับคนในชาติให้ทุกคนได้มีปัญญาตามระดับความฉลาดของแต่ละคนเพื่อสร้างองค์ความรู้ภูมิปัญญาขึ้นในชาติและทำการปกป้องภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
-การสร้างโอกาสบนระดับปัญญาของแต่ละคนเพื่อระดมและสนธิมันสมองให้ก่อเกิดเป็นองค์ความรู้/เทคโนโลยี/สินค้านวัตกรรมทางด้านปัจจัยดำรงชีพ8ประการ/พลังงานรอบตัวบนการสร้างการงานอาชีพให้กับคนไทยเอง
-การใช้ปัญญาของคนในชาติที่ได้เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนการก้าวเดินของบ้านเมืองโดยมิอิงติดกับปัญญาของชาวต่างชาติอีกต่อไป
-หน้าที่พลเมืองคือสิ่งสำคัญที่นำมาซึ่งสิทธิของพลเมือง
-เกียรติยศศักดิ์ศรีไทยขึ้นอยู่กับการสร้างอารยธรรมไทยบนขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมวิถีชีวิต/ศาสนา/ศิลปะของไทยด้วยปัญญาไทยอย่างสอดรับกับสภาพโลกาภิวัตน์
_…
รัฐธรรมนูญไทยจำเป็นต้องมีตรรกะในเชิงวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ดังเช่นที่กล่าวไว้ข้างต้นนี้…แล้วประเทศไทยก็จะเจริญรุ่งเรือง/อยู่รอดปลอดภัยอย่างยั่งยืน นั่นหมายถึงว่าผู้บัญญัติรัฐธรรมนูญไทยรวมถึง “ผู้ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ” – “ผู้(ยัง)ไม่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ” ต่างจะต้องมีความฉลาด/มีปัญญา/มีขีดความสามารถในการคิดอย่างมีตรรกะทางวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์นั่นเอง

คนไทยฉลาดทางด้านวิทยาศาสตร์/คณิตศาตร์….คือ สิ่งที่ประเทศไทยต้องการ

error: Content is protected !!