วันอาทิตย์, 26 กันยายน 2564

แก้ปัญหา ทะเลจีนใต้ ด้วยAsean อย่าให้ จีน-สหรัฐฯมายุ่ง

“เสืออากาศ24/7” ชี้ South China Sea ทะเลจีนใต้ ไม่ใช่ของทั้งจีน หรือสหรัฐอเมริกา แต่ ตามหลักการทางภูมิศาสตร์ถือเป็นของอาเซียน” แต่เพียงภูมิภาคเดียว แนะ อาเซี่ยน จับมือให้แน่น ดูแลกันเอง เพราะมีแค่เพื่อนในอาเซี่ยน ด้วยกันอ้างสิทธิ์ เพิ่อ สหรัฐฯ-จีน มายุ่งเกี่ยว สร้างความตึงเครียดในภูมิภาค

นายพลกองทัพอากาศ เขียนคอล้มน์ เรื่อง “ทะเลจีนใต้….บทพิสูจน์ประเทศไทยและอาเซียน”

โดยระบุว่า…..หลักสัจธรรม
“ผลประโยชน์มหาศาล-ความขัดแย้งมหาศาล” …..เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ

วิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติ
“ดินแดนสุวรรณภูมิ-ทะเลจีนใต้

โดยหลักการทางภูมิศาสตร์ถือเป็นของอาเซียน” แต่เพียงภูมิภาคเดียวภายใต้การขึงขอบอาเซียนเข้าด้วยกันให้เป็นเขตอาณา(เดียวกัน)

มิใช่เป็นของชนชาติอื่นใด(นอกอาเซียน)

นั่นแสดงว่า มันมิใช่ของ จีน

นั่นแสดงว่า มันมิใช่ของ สหรัฐฯ

การที่สหรัฐ กับ จีน เข้ามาอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนจึงเป็นการอ้างสิทธิ์อย่างผิดวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติ

แต่มันถูกสร้างโดยกระบวนการทางอำนาจภายใต้เทคโนโลยีที่เหนือชั้นกว่าให้มันเสมือนเป็นของจีน กับ เป็นของสหรัฐ

การที่สหรัฐ กับ จีน และหรือประเทศอื่นใดได้เข้ามาอ้างเรียกร้องสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ได้ ก็เพราะว่าชาติเหล่านี้มีครอบครองเทคโนโลยีเหนือชั้นกว่าประเทศอาเซียนมีนั่นเอง

(สหรัฐ จีน ยุโรป…มีเทคโนโลยีเหนือชั้นกว่าอาเซียน/เหนือชั้นกว่าไทย แม้ ว่าคนอเมริกัน กับ คนจีนโดยพื้นฐานความเป็นมนุษย์แล้วก็มิได้ฉลาดกว่าคนอาเซียนกับคนไทยเลยแม้แต่น้อย)

เทคโนโลยีของสหรัฐ กับ ของจีนมีความเหนือชั้นกว่าของไทยและของอาเซียนได้โดยสิ้นเชิงก็เนื่องมาจากวิธีคิด/วิธีการ(ที่เป็นของไทย กับ ของอาเซียนเอง)ดังนี้

ก-เจตนารมณ์ในการนำประเทศของสหรัฐ กับ ของจีน มีความแกล้วกล้าในการใช้เทคโนโลยีเป็นตัวนำ ซึ่งผู้นำไทยกับผู้อาเซียน(ยัง)ไม่มี

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงมีเจตนารมณ์แกล้วกล้าในการมีภูมิปัญญา(ศิลป-อารยธรรมสมัยนั้น)เป็นเครื่องมือในการเข้าครอบครอง/คุ้มครองดินแดนสุวรรณภูมิอันกว้างใหญ่

ข-วิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์นับตั้งแต่ยุคอุตสาหกรรมได้เริ่มต้นมาถูกชนชาติสหรัฐกับจีนมองเห็นว่าเป็นเครื่องมือสำคัญของการสร้างเทคโนโลยีตามข้อ ก ซึ่งในสุดท้ายแล้วมันก็ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาแหล่งผลประโยชน์

โดยสหรัฐกับจีนต่างเชื่อมั่นว่าวิทยาศาสตร์ที่ล้ำหน้ากว่า/คณิตศาสตร์ที่เหนือชั้นกว่าสามารถสร้างพลังอำนาจเจรจา ต่อรองได้ สามารถสร้างพลังแสดงท่าทีได้สามารถนำพามาซึ่งผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองของตนได้ในท้ายที่สุดอันก่อให้เกิดการกินดีอยู่ดีมีความสุขอย่างถาวรของชนชาติอเมริกัน กับ ของชนชาติจีน ตามมา ดังที่เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้ว

ผู้นำของสหรัฐ กับ ของจีน ต่างสนับสนุนให้คนฉลาดในประเทศของตนทำหน้าที่วิจัยพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์กันอย่างเต็มที่ ดังนั้น เทคโนโลยีของสหรัฐ กับ ของจีนจึงรุดหน้าไปเร็วเป็นทวีคูณ

(ไทย กับ อาเซียน นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง/นับตั้งแต่ได้รับเอกราชมาก็ได้แต่มัวเมาในการศึกษาแบบท่องจำ/มุ่งการศึกษาสายสังคม : รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ภาษาศาสตร์… เป็นหลักโดยมองข้ามวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ไปโดยสิ้นเชิง

ดังนั้น ประเทศไทย กับ อาเซียน จึงอ่อนแอทางด้านวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์อันเป็นผลให้เทคโนโลยี(ทางการทหาร)อ่อนแอตามมาด้วย ผลพวงของมันคือไทย กับ อาเซียนตกอยู่ในสภาพไร้อำนาจเจรจาต่อรอง …

ทะเลจีนใต้จึงได้กลายเป็นพื้นที่แย่งชิงของมหาอำนาจสหรัฐกับจีนโดยที่กลุ่มประเทศอาเซียนได้แต่มองตาปริบๆ ทำอะไรไม่ได้)

เทคโนโลยี 3 ส่วนที่ไทย กับ อาเซียน จำเป็นต้องมีเป็นของตนเองอย่างเร่งด่วน…
1_เทคโนโลยีทางอวกาศ ที่ใช้ในการเฝ้าตรวจและพิทักษ์ห้วงอากาศ/ห้วงอวกาศของไทย และ อาเซียน ที่มันสามารถสร้างสภาะการหยั่งรู้กับการเข้าถึงทุกจุดแบบปูพรมทั่วทั้งอาเซียนและรอบโลกได้

2_เทคโนโลยีทางไซเบอร์ ที่มันต้องฉลาด-กว้างอย่างไร้ขอบเขตไปทั่วโลก-ลึกไปทั่วทุกบริบทที่มีซอฟต์แวร์ฝังติดอยู่ สามารถเผชิญหน้า/ตอบสนองต่อการคุกคามทางไซเบอร์ได้รวดเร็ว สามารถปกป้องและสามารถทะลุทะลวงเข้าไปได้ในทุกภาคส่วนที่เป็นเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ของผู้เข้ามาคุกคามอย่างมิอาจจะกำบังได้

3_เทคโนโลยีกำลังทางอากาศ(ภาคพื้น : บก น้ำ) ที่มันฉลาดล้ำหน้าและมีอำนาจการทำลายที่รุนแรงยิ่ง สามารถตัดสิน”ความเหนือชั้นกว่า”ได้ภายในหมัดเดียว

“ไม่จำเป็นว่าต้องมีอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก” จำนวนมาก-น้อยกว่ากันนั้นไม่ใช่เครื่องตัดสิน

“รู้ก่อน-เห็นก่อน-พิสูจน์ทราบก่อน-ยิงก่อน/ทำลายได้ก่อน-รอดปลอดภัยก่อน” บนการเผชิญหน้าครั้งแรกและอาจเป็นครั้งเดียว คือเครื่องตัดสิน

การฝึกผสมระหว่างนานาชาติในลักษณะ “ล่อเสือเข้าถ้ำ” เพื่อหยั่งรู้ขีดความสามารถ/เพื่ออยั่งรู้พัฒนาการของทุกประเทศรอบบ้านถือเป็นความสำคัญสูงสุด เพื่อนำบทเรียนที่ได้/ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นนำมาพัฒนายกระดับตัวเราเอง

เทคโนโลยี3 ส่วนของไทยกับของอาเซียนข้างต้นหากมันฉลาดเป็นเลิศและสร้างความเหนือชั้นกว่า(สหรัฐกับจีน)ได้เป็นผลสัมฤทธิ์แล้ว มันก็จะสามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของทะเลจีนใต้ได้
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของความอยู่รอดที่ไทยกับอาเซียนต้องคิด

อำนาจต่อรองระหว่างไทยกับอาเซียน และ มหาอำนาจ(สหรัฐ กับ จีน)ที่เข้ามาอ้างสิทธิ์เข้ายึดครอง/เข้าครอบครองทะเลจีนใต้ก็จะเกิดมีขึ้นทันที

หากมันเป็นไปตามแนวคิด/ตามวิธีคิดนี้ ใครมหาอำนาจใดก็ไม่กล้าเข้ามาอ้างสิทธิ์ทะเลจีนใต้นอกเสียจากอาเซียนกับประเทศสมาชิกที่อยู่ ณ พื้นที่นั้น

(ประวัติศาสตร์กับบทเรียนนี้เป็นที่ประจักษ์เมื่อครั้งยุคอาณานิคมที่อาเซียนตกเป็นเมืองขึ้นของชาวตะวันตก ทว่าประเทศไทยไม่)

ไทยกับอาเซียนแห่งยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ/ดิจิตอลจะต้องไม่ชักศึกเข้าบ้านด้วยการนำพาประเทศที่3เข้ามาเกี่ยวพัน(กับการทำศึก)ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ

ไทยกับอาเซียนหากจำเป็นจะต้องต่อสู้กับประเทศมหาอำนาจใดแล้วก็จะต่อสู้ด้วยการใช้เทคโนโลยีของไทยกับเทคโนโลยีของอาเซียนเอง จะมิใช้เทคโนโลยีของมหาอำนาจใดเพื่อมิให้ก่อเกิดการสร้างเงื่อนไขใดกับมหาอำนาจใดเป็นอันเด็ดขาด

ปัญหาทะเลจีนใต้สามารถแก้ได้ด้วยเทคโนโลยี ปัญหาทะเลจีนใต้มิสามารถแก้ได้ด้วยการเจรจา(กับประเทศที่มีเทคโนโลยีเหนือชั้นกว่า)

คนไทยกับชาวอาเซียนคงจะต้องฝึกคิดกันใหม่กันอย่างจริงจัง

แล้วไทยกับอาเซียนจะสามารถอยู่รอดปลอดภัยได้อย่างยั่งยืน

error: Content is protected !!