วันอาทิตย์, 26 กันยายน 2564

“บิ๊กอั๋น” เลขาฯสมช. ออกสื่อ ทางการครั้งแรก!!

09 ธ.ค. 2019
135

 

“บิ๊กป้อม” ประชุม คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ต่ออายุ พรก.ฉุกเฉินฯ ชายแดนใต้ ต่ออีก3เดือน สั่งคุมเข้ม ช่วงเทศกาล

ตั้งแต่รับตำแหน่ง เมื่อ 1 ตค.ที่ผ่านมา
…..”นายพล VMI” บิ๊กอั๋น” พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพิ่งได้เปิดตัวออกสื่อในการแถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน 4/2562 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธาน

พลเอก สมศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบสถานการณ์และเหตุการณ์การก่อการร้าย ซึ่งยังคงมีเหตุการณ์ความรุนแรงในบางพื้นที่ แต่มีแนวโน้มลดลง ประชาชนได้รับการดูแลความปลอดภัยจากหน่วยงานในพื้นที่ด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่ เพื่อรองรับการขยายตัวด้านเศรษฐกิจ แต่ยังมีความจำเป็นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความสงบสุขของประชาชนอย่างยั่งยืนในพื้นที่

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยกเว้น อ.แม่ลาน จังหวัดปัตตานี อ.เบตง จังหวัดยะลา และอำเภอสุไหง-โกลก อ.สุคิริน อ.ศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส จากเดิมต่อไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2562 – 19 มีนาคม 2563

ครั้งนี้เป็นการขยายระยะเวลาเป็นครั้งที่ 58 ภายใต้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและระงับยับยั้งเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการเพิ่มมาตรการและประสิทธิภาพการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นควรเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านการสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนด้วย

พล.อ.สมศักดิ์ เผยว่า พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง โดยต้องดูแลคุ้มครองความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เองต้องระมัดระวังตนเองด้วย ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยิ่งใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ของชาวพุทธจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังและป้องกันการก่อเหตุในพื้นที่ที่บังคับใช้กฎหมาย

โดยเฉพาะพื้นที่ที่ปรับลดไปแล้ว จะต้องไม่ให้เป็นแหล่งพักพิง หลบซ่อนของผู้ก่อเหตุ ต้องบูรณาการการทำงานให้ใกล้ชิด มุ่งให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม เพิ่มมาตรการด้านการข่าวให้มีประสิทธิภาพและมีความแน่นแฟ้นมากที่สุด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนต่อไป

error: Content is protected !!