วันศุกร์, 17 กันยายน 2564

“ผมคงไม่โง่พอที่จะไปพูดเรื่องยุบสภา”

06 ธ.ค. 2019
144

 

นายกฯ ยันไม่โง่พูดผ่านสื่อยุบสภา แค่ถามขั้นตอน ย้ำเสถียรภาพโอเค ทำงานเริ่มเข้าขากันดี ยังไม่ปรับ ครม. แบะท่า พร้อมรับ พรรคเศรษฐกิจใหม่” ร่วมรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าว
ว่า วันนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ไปโน่นไปนี่ แม้กระทั่งการยุบสภาอะไรต่างๆ

“ผมยังไม่ได้คิดตรงนั้น เพียงแต่ถามดูว่าแต่ก่อนเขาทำกันอย่างไร เรื่องเหล่านี้ก็แค่นั้นเอง ผมไม่ได้ไปประกาศว่าจะทำอะไร มันประกาศไม่ได้เรื่องเหล่านี้ มันเสียไปทั้งหมด ความมั่นใจของต่างประเทศก็เสีย อย่าไปเขียนแบบนั้น

ผมคงไม่โง่พอที่จะไปพูดเรื่องเหล่านี้ในสื่อในอะไรต่างๆ มันไม่ได้ เราต้องรักษาสภาพให้ได้มากที่สุด

ถ้าเรายอมรับว่าวันนี้เป็นเสียงส่วนน้อยแล้วเป็นเสียงใคร เสียงมาจากประชาชนไม่ใช่หรือ เขาเลือกพรรคการเมืองแต่ละพรรคมา เป็นสิทธิของเขาที่จะเลือกอยู่ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ก็เป็นสิทธิ์ของเขา เราจะแก้อย่างไรในครั้งหน้าครั้งต่อไป ไปว่ากันตรงนี้นะจ๊ะ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเพื่อลดกระแสข่าวลือต่างๆ ยืนยันได้หรือไม่ว่าขณะนี้ยังไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยืนยันว่า “ไม่มี ไม่มี ผมยืนยันว่าผมยังไม่ได้พูดถึงเรื่องตรงนี้เลย วันนี้ทุกคนเริ่มทำงานเข้าขากันมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้เข้ามากันใหม่ๆ มันฉุกละหุก ก็ต้องมีการระวังในเรื่องของการหาเสียง รัฐบาลเองก็ต้องระมัดระวังในเรื่องการใช้งาน และระมัดระวังในเรื่องการดูนโยบายในภาพรวม ดังนั้น เรื่องต่างๆ เหล่านี้ขอให้ทุกคนเข้าใจ ว่าถึงแม้จะมีนโยบายของพรรคต่างๆ ออกมา ทั้งหมดจะต้องนำมากลั่นกรอง

ครม. ซึ่งมาจากหลายพรรคการเมือง ถ้าทุกคนยอมกันทุกอย่างก็ทำได้ เพราะนี่คือ ครม. ไม่ใช่ว่าผลงานที่ทำออกมาแล้ว เป็นเรื่องของพรรคนั้น พรรคนี้ พรรคก็คือพรรค ผมเคารพในมติของแต่ละพรรค แต่สิ่งที่ทุกคนต้องเคารพคือ มติของ ครม.ซึ่งเหนือกว่าทุกเรื่องทั้งปวง

จึงไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจผิด แม้นโยบายพรรคนั้น พรรคนี้จะดี แต่พรรคนี้คือพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าทุกอย่างดี ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลดีไปด้วย ผมจึงไม่ได้มีความกังวลเลยว่า จะต้องไปยุบสภาหรืออะไร ทุกอย่างไม่มี

อย่างการประชุมวันเดียวกันนี้ ผมก็ได้ชมว่าการประชุมก็เริ่มดี และเข้าขากันมากขึ้น ซึ่งทุกคนจะต้องมาร่วมมือกัน ถ้าทุกคนแยกกันคิด แยกกันทำ งบประมาณก็มาคนละชิ้น การตัดสินใจก็ยาก เราจึงจำเป็นต้องมีกรอบในการใช้จ่ายงบประมาณ

วันนี้นายกรัฐมนตรี ก็ต้องใช้สติปัญญาอย่างเต็มที่ มีข้อมูลมีรายละเอียดต่างๆ และพร้อมรับฟังข้อมูล จากรองนายกฯ และรัฐมนตรีทุกคน หัวหน้าส่วนราชการเองก็มีข้อมูล ถือเป็นการทำการของรัฐบาลต้องเป็นแบบนี้ ฟังทุกคนพูด แล้วค่อยมาหาข้อยุติ ไปสั่งอย่างเดียวมันไม่ได้ ทำงานไม่ได้ ติดขัดไปทั้งหมด

ในห้องประชุมทุกคนก็โอเค สั่งปุ๊บปั๊บ แต่พอไปทำจริงก็ติดทั้งหมด ต้องนำกลับมาทบทวนใหม่อีกหลายรอบ สุดท้ายประชาขนและประเทศชาติก็เสียประโยชน์”

เมื่อถามถึงเสถียรภาพของรัฐบาลยังคงมั่นคงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แน่นอน ยังโอเคอยู่ และไม่ใช่ว่าตนในฐานะนายกฯ ไปร่วมกินข้าวกับพรรคร่วมรัฐบาล เป็นคนละเรื่อง

เมื่อถามว่าเรื่องปรับ ครม.ยึดหลักเกณฑ์และระยะเวลา แค่ไหนถึงจะพิจารณาเรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มีหลักว่าจะต้องกี่เดือน แต่จะยึดหลักว่าเมื่อไหร่ที่ทำงานกันไม่ได้ ก็ปรับ

เมื่อถามว่า 4 เดือนที่ผ่านมา มีผลงานด้านใดบ้างที่จะต้องปรับ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปรับการทำงานให้เข้ากันให้ได้โดยเร็ว ไม่ใช่เป็นผลงานของใคร ของมัน เป็นผลงานของรัฐบาลแล้ววันนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรก็เข้าขากันทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่าเพื่อเสถียรภาพของรัฐบาลจำเป็นต้องดึงพรรคเศรษฐกิจใหม่มาร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า “ก็เขามาหรือไม่ เขาจะมาหรือไม่ ถ้าจะมาก็มา ถ้าสนใจก็มา เรื่องนี้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองและนักการเมืองที่จะไปพูดคุยกัน”

เมื่อถามว่าหากพรรคเศรษฐกิจใหม่เข้ามาร่วมรัฐบาล จะจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์หัวเราะในลำคอ พร้อมกล่าวว่า “ไม่ใช่ ให้มาก่อน แล้วค่อยว่ากัน อย่าเพิ่งมาต่อรองอะไรในวันนี้ ถ้ามาแล้วสัดส่วนการจัด ครม.จะเป็นอย่างไร เพราะแต่ละพรรคมีโควตาอยู่ไม่ใช่หรือ จะมา 3-4-5-6 คนจะมากันอย่างไร อยู่กันตรงไหนไปว่ากันอีกที ก็ต้องไปคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะรัฐมนตรีเรามีอยู่จำนวนแค่นี้ ถ้าเข้ามาแล้วขอตำแหน่งรัฐมนตรีเลย แล้วจะทำอย่างไร คนเก่าจะไปอยู่ที่ไหน มันต้องไปคุยและตกลงกันก่อน เป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่จะไปคุยกัน”

error: Content is protected !!