วันอาทิตย์, 19 กันยายน 2564

แค่ บอกว่า พี่น้องมุสลิมชายแดนใต้ เป็น Minority :ชนกลุ่มน้อย ก็ผิดแล้ว. !

01 ธ.ค. 2019
178

 

ฟ้อง UN วิกฤติภาษามลายู ที่ชายแดนใต้!!

พี่น้องมุสลิมชายแดนใต้
ไม่ใช่ชนกลุ่มน้อย
แค่ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม แตกต่าง
แต่ไม่ได้มีสถานะ เป็น ชนกลุ่มน้อย เช่น ความหมายของ Minority ในประเทศอื่นๆ
อีกทั้ง การปฏิบัติของจนท.รัฐต่อ พี่น้องมุสลิม ก็เอาใจดูแล อย่างดีมาตลอด พยายามที่จะเอาชนะใจชาวบ้าน ให้ได้ด้วยซ้ำ

กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ต่อกรณีที่
นาย ฮาซัน ยามาดีบุ ประธานกลุ่มบุหงารายา ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุม สหประชาชาติ (UN) ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้จัดการประชุมประจำปีว่าด้วยกิจกรรมและสิทธิมนุษยชน 25 – 27 พ.ย.2562

ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้พูดถึงนโยบายสาธารณะของแต่ละประเทศ ว่าด้วยการศึกษา และการสอนภาษาของชนกลุ่มน้อย

ซึ่งถือเป็นเวทีที่ต้องการให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง (multi-stakeholder) มาร่วมหารือพิจารณาความก้าวหน้าในกิจกรรมว่าด้วยการศึกษา และการสอนภาษาของชนกลุ่มน้อย จากทั้งภาครัฐ และภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนงานตามกรอบหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยกิจกรรมและสิทธิมนุษยชน (UNGPs)

โดยผู้เข้าร่วมประชุมมาจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษาการสอนภาษาชนกลุ่มน้อย และตัวแทนองค์กรภาครัฐจากประเทศต่างๆ รวมทั้งสิ้น 197 ประเทศ

สำหรับการที่นายฮาซัน ยามาดีบุ ประธานกลุ่มบุหงารายา ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากกลุ่มบุหงารายา ได้ทำโครงการร่วมกับองค์กร Minority Rights Group International (MRG) เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนการเรียกร้องสิทธิ์ของชนกลุ่มน้อยในแต่ละประเทศ เพื่อให้ได้รักษาอัตลักษณ์ความเป็นชาติพันธุ์ของตนเอง มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มาตั้งแต่ปี2560

โดยเป็นโครงการจัดการศึกษาให้กับศูนย์ตาดีกาประจำมัสยิด ซึ่งได้รับเลือกจาก MRG ให้นำผลการดำเนินโครงการจัดการศึกษาในศูนย์ตาดีการวมถึงผลกระทบที่มีต่อโครงการ ไปนำเสนอที่สหประชาชาติ ในวันที่ 28 พ.ย.2562

นายฮาซันฯ ได้นำเสนอต่อที่ประชุมสหประชาชาติ โดยบางส่วนระบุถึงการถูกกดทับต่อ ชาติพันธุ์มลายู

โดยกล่าวถึง “การใช้ภาษามลายูยาวีกำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ เพราะนโยบายการผสมกลืนกลายที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานจากรัฐบาลไทย เช่น การบังคับเปลี่ยนชื่อให้เป็นภาษาไทย รวมทั้งไม่มีนโยบายที่ส่งเสริมหรือรักษาภาษามลายู

แต่กลับส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในโรงเรียนตาดีกา ทั้งยังแทรกแซงหลักสูตรการเรียนการสอนและยังพยายามให้ใช้ตัวอักษรไทยในการสะกดคำภาษามลายู”

ส่งผลให้.วันนี้ …..รองโฆษกรัฐบาล รัชดา ธนาดิเรก ออกมาชี้แจง ยืนยันว่า ประเทศไทย ไม่ได้มีนโยบายกีดกันทั้งด้านการศึกษา และการรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมแก่คนไทยมุสลิมเชื้อสายมลายู ตามที่นายฮาซันฯ พูดนำเสนอต่อเวทีสหประชาชาติ ที่ถือเป็นการบิดเบือน พร้อมยกตัวอย่าง การใข้ชื่อสถานที่ต่างๆ ก็ยังใช้ ภาษามลายู ยาวี ตามเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนชื่อ

ทั้งนี้ คำว่า การใช้คำเรียก Minority :ชนกลุ่มน้อย สำหรับ
พี่น้องมุสลิมชายแดนใต้ ก็ไม่ถูกต้อง เพราะ พี่น้องมุสลิมไม่ใช่ชนกลุ่มน้อย
แค่ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม แตกต่างเท่านั้น แต่ไม่ได้มีสถานะ เป็น ชนกลุ่มน้อย เช่น ความหมายของ Minority ในประเทศอื่นๆ ที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง

อีกทั้ง การปฏิบัติของจนท.รัฐต่อ พี่น้องมุสลิม ก็เอาใจดูแล อย่างดีมาตลอด พยายามที่จะ win heart and mind เอาชนะใจชาวบ้าน ให้ได้ด้วยซ้ำ ทำดี ดูแลทุกอย่าง ไม่เคยปฏิบัติต่อ หรือคิดว่าเป็นชนกลุ่มน้อย

ฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า นายฮาซันฯเป็นบุตรชาย ของ นายมะ ยามาดีที่ ถูกสังหารในคดีความมั่นคง เมื่อ 1 พ.ย.47 ที่ บ.ปูโปะ ม.2 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

โดยฝังใจว่าเป็นการกระทำ ของ จนท.รัฐ

นอกจากนั้น นายซีระฮารี ยามาดีบุ อายุ 36 ปีอยู่บ้านเลขที่ ๙/๒ ม.๑ บ้านปูโป ต.สามัคคี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส พี่ชาย เป็นสมาชิก ผกร.ได้ร่วมก่อเหตุยิงแล้วเผา ส.อ.จักรพงษ์ โพนเงิน อายุ ๓๗ ปี และ อส.ทพ.ธวัชชัย มณีแสง อายุ ๓๑ ปี สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ ๔๔๐๔ กรมทหารพรานที่ ๔๔ เมื่อวันที่ ๒๔ มิ.ย.๕๐

error: Content is protected !!