วันพุธ, 22 กันยายน 2564

บิดเบือน บนเวที UN

01 ธ.ค. 2019
144

อ้าง เกิดวิกฤติ ภาษามลายู Melayu, Malayในชายแดนใต้! อ้างมุสลิมชายแดนใต้ ถูก กีดกันการเรียนการสอน ด้วย ภาษามลายู และ ชื่อ สถานที่ ไม่ใช่ภาษามาลายู รองโฆษกรัฐบาล แจง รัฐบาล ไม่เคยแทรกแซง แต่สนับสนุนงบฯตลอด แถมหลักสูตรกลางอิสลามศึกษา ก็มีภาษามลายู ยันชัด ชื่อสถานที่ ก็ภาษามาลายู ทั้งนั้น วอนอย่าสร้างความเกลียดชัง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อข้อกังวลวิกฤตภาษามลายูในจังหวัดชายแดนใต้ ของตัวแทนภาคประชาสังคม ณ เวทีสหประชาชาติ เมื่อวันที่28พ.ย.ว่า

รัฐบาลได้ดำเนินการส่งเสริมให้เยาวชนในพื้นที่เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและส่งเสริมอัตลักษณ์วัฒนธรรมและภาษาท้องถิ่นเป็นเวลาหลายปีแล้ว

โดยให้การสนับสนุนงบประมาณโรงเรียนตาดีกา สถาบันศึกษาปอเนาะ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา

ซึ่งทั้ง3 สถาบันนี้เป็นแหล่งให้ความรู้ทางด้านศาสนาและภาษาแก่เยาวชนมุสลิมในพื้นที่

โดยเฉพาะโรงเรียนตาดีกา ที่ตั้งอยู่ในชุมชน ซึ่งเด็กระดับประถมจะไปเรียนในวันเสาร์-อาทิตย์

ในส่วนของสถาบันศึกษาปอเนาะ การเรียนการสอน สำหรับเด็กมัธยมเป็นไปอย่างสอดคล้องกับวิถีชาวบ้าน ให้ความรู้ทั้งทางศาสนาและภาษามลายู เสริมด้วยวิชาสามัญเพื่อทักษะในการประกอบอาชีพเท่าทันสถานการณ์

มากไปกว่านั้น ปัจจุบันนี้กระทรวงศึกษาได้จัดทำหลักสูตรกลางอิสลามศึกษา สำหรับผู้สนใจในระดับชั้นประถม มัธยมต้นและปลาย ทั้งในแบบภาษาไทยและมลายู

ซึ่งกระทรวงฯไม่ได้เข้าแทรกแซง แต่เป็นการจัดทำหลักสูตรร่วมกันระหว่างศึกษานิเทศก์ที่มีความเชี่ยวชาญ โต๊ะครู และสมาคมโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม

ต่อคำกล่าว เรื่องการไม่ใช้ภาษามลายู เป็นชื่อสถานที่ นั้น นางสาวรัชดา ชี้แจงว่า ชื่อหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว หากมีชื่อเรียกภาษามลายูอยู่ก่อนแล้ว ชื่อนั้นก็ยังใช้อยู่ทุกวันนี้ เช่น บ้านตะบิงติงงี บ้านคาแวะ ต.กาบัง ต.สะเอะ อ.เจาะไอร้อง อ.ระแงะ หาดตะโล๊ะสะมีแล หาดตะโละกาโปร์

ดังนั้น ขอให้ประชาชนและนานาชาติมั่นใจ ต่อนโยบายของรัฐบาลที่เคารพในเสรีภาพในการนับถือศาสนาของคนทุกกลุ่ม และส่งเสริมอัตลักษณ์และวัฒนธรรมอันหลากหลาย

รวมถึงการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เพราะนั่นคือหัวใจของสันติภาพอย่างแท้จริง

และขอให้พิจารณาข้อมูลต่างๆที่เผยแพร่ด้วยความหนักแน่น อย่าตกเป็นเครื่องมือการสร้างความเกลียดชัง เพราะกระแสจากภายนอกจะกระทบวิถีชีวิตคนในพื้นที่และอาจขยายวงไปสู่ประเด็นอื่น

วันนี้คนไทยพุทธและไทยมุสลิมไม่ได้มีความขัดแย้งต่อกัน และประเทศไทยไม่มีความขัดแย้งทางศาสนาหรือวัฒนธรรมแต่อย่างใด

error: Content is protected !!