วันอาทิตย์, 19 กันยายน 2564

ดอกไม้เหล็ก กับภารกิจรักษาสันติภาพ

29 พ.ย. 2019
400

 

ปัจจุบันปัญหาภัยจากความขัดแย้ง การสู้รบ รวมทั้งภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบต่าง ๆ ทั่วโลกมีแนวโน้มขยายตัวและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น องค์การสหประชาชาติซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน พิทักษ์และปกป้องพลเรือน สตรีและเด็กให้ปลอดภัยจากความขัดแย้ง จึงให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าว และได้มีการกำหนดเป็นนโยบายในการส่งเสริมให้มีการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพหญิง (พลเรือน ทหาร และตำรวจ) ของประเทศสมาชิกให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากพบว่าส่งผลดีต่อการปฏิบัติภารกิจ หลายประการ และต่อมาสหประชาชาติได้กำหนดเป็นมาตรการให้ประเทศต่าง ๆ ที่ส่งกำลังไปปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายอำนวยการและผู้สังเกตการณ์ทางทหารของสหประชาชาติต้องเพิ่มจำนวนนายทหารหญิงเข้าร่วมปฏิบัติการรักษาสันติภาพให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มบทบาทสตรีในฐานะผู้รักษาสันติภาพซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของระเบียบวาระ Women, Peace and Security (WPS) ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

อีกทั้งสอดคล้องกับนโยบายของ”บิ๊กกบ”พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ต้องการส่งเสริมบทบาทด้านสิทธิสตรีและความเท่าเทียมกันทางสังคม โดยการสนับสนุน และยกระดับให้ทหารหญิงของกองทัพไทย ได้เข้ามามีส่วนร่วมและมีบทบาทในหลากหลายภารกิจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเล็งเห็นว่า ทหารหญิงไทยนั้นมีขีดความสามารถและเป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาคและนานาชาติ และได้รับเสียงชื่นชมจากประชาคมโลกเป็นอย่างดี เพราะการปฏิบัติงานของทหารหญิงกองทัพไทยที่ผ่านมา สามารถสร้างความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยทางด้านจิตใจ สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน และเป็นแบบอย่างให้กับสตรีและเด็กหญิงในพื้นที่ปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลของผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดหรือการก่ออาชญากรรมทางเพศ ซึ่งทหารหญิงสามารถปฏิบัติงานได้ดีกว่าทหารชาย เนื่องจาก มีความอ่อนหวาน สุขุม นุ่มนวล จึงช่วยลดแรงกดดันจากสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ในภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

ทั้งนี้กองทัพไทยได้จัดส่งนายทหารหญิงเข้าร่วมภารกิจกับสหประชาชาติตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 113 นาย โดยมีศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ กรมยุทธการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นหน่วยงานหลักในการประสานการปฏิบัติร่วมกับองค์การสหประชาชาติอย่างใกล้ชิด สำหรับในปี 2562 กองทัพไทยได้จัดนายทหารหญิงไปปฏิบัติหน้าที่นายทหารฝ่ายอำนวยการและผู้เชี่ยวชาญทางทหารในภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ เป็นจำนวนร้อยละ 33 ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่สูงเป็นลำดับที่ 14 ของโลก

และในปี 2563 กองทัพไทยได้มีนโยบายส่งเสริมให้นายทหารหญิงเข้าร่วมในการเตรียมความพร้อมเป็นบุคคลในระบบ on-call list ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมบทบาททหารหญิงของกองทัพไทยในภารกิจของสหประชาชาติ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นายทหารหญิงได้เข้ารับการศึกษาหลักสูตรเสนาธิการร่วม เพื่อเพิ่มพูนขีดความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่นายทหารฝ่ายอำนวยการด้านต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกทั้งยังได้ส่งเสริมให้ได้รับการฝึกอบรม และเป็นวิทยากรในหลักสูตรด้านการรักษาสันติภาพ ทั้งในประเทศและในต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีแผนในการจัดส่งนายทหารหญิงเข้าร่วมภารกิจกองร้อยทหารช่าง ณ สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน ให้มากขึ้นในอนาคต

จากภารกิจและผลงานของทหารหญิงไทยในทุกภารกิจที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงบทบาท “ดอกไม้เหล็กของกองทัพไทย” กับภารกิจรักษาสันติภาพบนเวทีโลก นับเป็นความงดงามที่แฝงด้วยความแข็งแกร่งและจุดประกายให้ทั่วโลกได้เห็นถึงความสำคัญในการสนับสนุนบทบาทด้านสิทธิสตรีเพื่อความเท่าเทียมทางสังคมโดยแท้จริง

error: Content is protected !!