วันเสาร์, 24 กรกฎาคม 2564

ชำแหละ “ญี่ปุ่น”

 

“เสืออากาศ 24/7” นายพลทัพฟ้า ชำแหละ “ญี่ปุ่น” มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ผู้ไม่ยอมถ่ายทอดเทคโนโลยี่ให้ใคร และ พร้อมกลับมาเป็นมหาอำนาจ ทางการทหาร เตือน อย่ายอมให้ใครมาตั้งฐานการผลิตในไทย แต่ไม่ถ่ายทอดเทคโนโลยี ถาม ญี่ปุ่น มาตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในไทยนานหลายสิบปี แต่ไทยเราก็ยังสร้างรถยนต์เอง ไม่ได้

“นายพลทัพฟ้า” เขียนบทความ สะท้อนมุมมอง ทหารอากาศ ที่มีต่อญี่ปุ่น ที่ผลิต F-15 ได้เอง แถมราคาแพง3 เท่า เตรียมกลับมาสู่การเป็นมหาอำนาจ

ว่าด้วยเรื่อง “ญี่ปุ่น “

มหาอำนาจทางเศรษฐกิจทุกชาติ ไม่ว่าจะไปลงทุนในประเทศใด ก็หาได้ทำให้ประเทศนั้น เจริญขึ้น ไม่

ญี่ปุ่นก็เช่นกัน …

ญี่ปุ่นได้เข้ามาลงทุนสร้างโรงงานยานยนต์/ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยมานาน หลายทศวรรษอาจถึงศตวรรษก็ว่าได้

แต่ญี่ปุ่นก็หาได้ ทำให้ไทยสามารถสร้างยานยนต์/ผลิตรถยนต์ขึ้นมาด้วยคนไทยเองได้

ญี่ปุ่นไม่มีวันยอมเด็ดขาด ญี่ปุ่นไม่ยอมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับไทยเป็นอันขาด

ญี่ปุ่นไม่ยอมทุบหม้อข้าวตนเองโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆด้วยเหตุผลใดทั้งสิ้น

อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

ญี่ปุ่น….ปัจจุบัน มีอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่ทันสมัยยิ่ง

ญี่ปุ่นที่ผ่านมา แม้ถูกกฏกติกา(หลังแพ้)สงครามครอบงำอยู่. แต่ญี่ปุ่นก็ไม่ละความพยายามที่จะคิดค้นวิจัยพัฒนาทดลองทดสอบผลิตสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ขึ้นมาเป็นของตนเอง

ญี่ปุ่นกล้าลงทุนในระบบอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในมูลค่าที่แพงยิ่ง

ยุทโธปกรณ์บางชนิดของญี่ปุ่นที่ผลิตสร้างเองในประเทศนั้น มีราคาแพงกว่าราคาเฉลี่ยหลายเท่าตัวบนตลาดโลก

: F-15 ญี่ปุ่นนั้นมีราคาแพงกว่าF-15ในตลาดโลก/ในสหรัฐเกือบ3 เท่าตัว

“วิธีคิดของญี่ปุ่นเป็นเช่นนี้ ต่างกับไทย ที่คนไทย มิอาจมีวิธีคิดเช่นนี้ได้เลย”

ญี่ปุ่น…ด้วยวิธีคิดเช่นนี้จึง สามารถยืนบนขาตัวเองได้. โดยอาศัยการคิดค้นวิจัยพัฒนาทดลองทดสอบผลิตสร้างรับรองการใช้งานอาวุธยุทโธปกรณ์ขึ้นมา เป็นของตนเอง มันเป็นภูมิคุ้มกันที่ยอดเยี่ยม

ญี่ปุ่น. รอวันเวลาที่จะหลุดพ้นกฏกติกา(แพ้)สงครามเพียงเท่านั้น. ซึ่งก็เหลืออีกไม่กี่ปี

หลังจากนั้นแล้วญี่ปุ่นก็เป็นไทแก่ตัว โดยสามารถจะผงาดเป็นมหาอำนาจได้อย่างเต็มตัว

ญี่ปุ่นโดยภูมิศาสตร์ แม้ว่าจะมีทำเลที่ตั้งมิได้เป็นเลิศนัก แต่ด้วยปัญญาอันชาญฉลาด. กับด้วยการกล้าลงทุน/กล้าบุกเบิก/กล้าริเริ่มสร้างสรรค์-มิปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปอย่างเปล่าประโยชน์นั้น มันทำให้ญี่ปุ่น กลายเป็นและดำรงความเป็นมหาอำนาจ(ทางเศรษฐกิจ)ได้ อย่างไม่ยากเย็น

ประเทศไทยมีทำเลที่ตั้งชั้นเลิศกว่าญี่ปุ่นหลายเท่าตัว ทว่าไทยเราขาดแคลน ความกล้าริเริ่ม/ขาดการนำพาสู่การบุกเบิกที่ดี เราคนไทยกับประเทศไทย จึงไร้นวัตกรรมชั้นเลิศเป็นของตนเอง อย่างน่าเสียดาย ประเทศไทยต้องซื้อนวัตกรรมมาจากต่างประเทศสถานเดียว)

ญี่ปุ่น….หากได้เข้ามาลงทุนผลิตสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ในประเทศใดแล้วก็ตาม ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ก็คงไม่ต่างไปจากการลงทุนผลิตสร้างยานยนต์/ผลิตรถยนต์ในประเทศนั้นๆดังเช่นที่ผ่านมา

กล่าวคือ ญี่ปุ่นใช้ประเทศนั้นเป็นเพียง “ฐานผลิต” -ใช้ทรัพยากรของประเทศนั้น : ที่ดิน(เป็นที่ตั้งโรงงาน-เป็นแหล่งเก็บสารพิษ) สาธารณูปโภค(ที่มีราคาถูก) แรงงาน(ราคาถูก) …

โดยที่บรรดาเครื่องมือเครื่องจักรกลทั้งหลายในโรงงานนั้นเป็นของญี่ปุ่นทั้งสิ้น : ซอฟต์แวร์ทั้งหลายล้วนเป็นของญี่ปุ่นทั้งสิ้นด้วยเช่นกัน จะไม่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีใดๆให้กับเจ้าของประเทศ

นอกจากนั้นแล้วญี่ปุ่นก็ยังทำการควบคุมการออก/การกำหนดนโยบาย-ควบคุมการวิจัยพัฒนา-ควบคุมการตลาดในประเทศ/นอกประเทศด้วยตนเองแบบเบ็ดเสร็จ เจ้าของประเทศนั้นๆมิได้มีโอกาสสัมผัสเทคโนโลยีชั้นเลิศด้านยานยนต์ของญี่ปุ่นแต่น้อย

เงินทองที่หมุนเวียนในฐานะเป็น “ฐานผลิต” ยานยนต์ให้กับญี่ปุ่นนั้นเงินทั้งหมดมันไหลกลับญี่ปุ่นจนสิ้น

การลงทุนของญี่ปุ่นในประเทศใดๆทางด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศก็น่าจะเป็นปรากฎการณ์เช่นเดียวกับการลงทุนของญี่ปุ่นทางด้านยานยนต์ดังเช่นที่ผ่านมา

มันเป็นเรื่องราวที่น่าคิด

หากมันเป็นเช่นนั้น มันคือการฉีดวัคซีนที่ต้องฉีดต่อไปอยู่เรื่อยไปอย่างไม่รู้วันจบสิ้น

บทเรียนจากกรณีการยกประเทศให้เป็น”ฐานการผลิต”แก่ประเทศมหาอำนาจ(ทางเศรษฐกิจ)

_เจ้าของประเทศได้อะไร???
€ได้ตัวเลขเศรษฐกิจที่สวยงาม
€ได้ตำแหน่งงานราคาถูก
€ได้ชุมชนชาวต่างประเทศที่มั่นคง-มั่งคั่ง-อยู่ดีมีสุข ของบรรดาผู้เข้ามาลงทุน อันหมายถึงการต้องให้สิทธิประโยชน์เป็นกรณีพิเศษแก่ชุมชนนั้นๆโดยมิต้องสงสัยด้วย

_เจ้าของประเทศเสียอะไร???

€สูญเสียภูมิปัญญาของตนเองอันเนื่องมาจากภูมิปัญญาดั้งเดิมถูกครอบงำ
€เสียอธิปไตยด้านเศรษฐกิจอันเสมือนตกเป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจอันยากที่จะถอนตัวขึ้น
€สูญเสียภูมิคุ้มกันอันเนื่องมาจากไม่หลงเหลือความลับทางด้านเทคโนโลยี/ไม่มีความลับด้านเทคโนโลยีอยู่ในประเทศอีกต่อไป

ความอยู่รอดของไทย

การสร้างปัญญาและใช้ปัญญาของตนเองขึ้นมาโดยอาศัยคนไทยฉลาดที่มีอยู่ในประเทศไทยเป็นจำนวนไม่น้อย

การชักชวนต่างชาติเข้ามาลงทุนต้องเป็นการ(ส่งเสริม)การลงทุนอย่างมีเงื่อนไข บนระยะเวลาที่จำกัดที่ชัดเจน ต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่าง และมีความเป็นหุ้นส่วนอย่างชัดเจน มิใช่เพียงแค่เป็น “ฐานการผลิต” ให้ประเทศผู้เข้ามาลงทุนเท่านั้น

หลักธรรมชาติ

ภูมิคุ้มกัน = ขีดความสามารถของเม็ดเลือดขาว

ความมีสุขภาพดี = ขีดความสามารถของเม็ดเลือดแดง

เม็ดเลือดขาว-เม็ดเลือดแดงต้องอยู่คู่กันเสมอ ต่างต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน จะขาดอย่างหนึ่งอย่างใดมิได้ และที่สำคัญมันต้องอยู่ในร่างกายเดียวกัน

หมายถึงว่า อุตสาหกรรมป้องกันประเทศกับบรรดาอุตสาหกรรมทั่วไปของชาติใดๆนั้น จะต้องมีอยู่คู่ขนานกันอยู่ในประเทศเดียวกัน

มิอาจให้ชนชาติใด เข้ามาทำหน้าที่นึ้ภายใต้ระบบการส่งเสริมการลงทุนอีกต่อไปได้

วัคซีน สามารถถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายได้ แต่มิใช่ว่ามันจะสมควร ถูกฉีดเข้าร่างกายตลอดทั้งชีวิต

อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ(และอุตสาหกรรมทั่วไปด้วยเช่นกัน)มิใช่ว่ามันจะต้องถูกใส่เข้ามาสู่ประเทศไทย ให้มันเกิดมีขึ้นในประเทศไทยโดยฝีมือของชาวต่างชาติ(ผู้เข้ามาลงทุน)เพียงสถานเดียว. โดยที่คนไทยเราเองมิได้ลงมือคิดริเริ่มสรรสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวของเราเองแต่ประการใด

เราคนไทยสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องลงมือคิดริเริ่มสร้างสรรค์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศขึ้นมาเองให้มันเป็นของไทยเราเอง

นี่คือ การสร้างภูมิคุ้มกันชั้นเยี่ยมของประเทศไทยประเทศไทยให้กับคนไทย…

“เสืออากาศ 24/7”

error: Content is protected !!