วันพฤหัสบดี, 23 กันยายน 2564

ร่างเดิม แต่ใส่จิตวิญญาณไทยเข้าไป”

 

“ผบ.ทอ.”นำทีม มันสมอง ทัพฟ้า แถลง วันประวัติศาสตร์ เผย ภาคภูมิใจ เปิดหน้าประวัติศาสตร์ ทอ. ก้าวแรก ร่วมผลิต พัฒนาเอง ทั้งUAV-RTAF U1 และ F5 TH Thailand ชี้เป็น เครื่องบินรบ ที่ไม่มีใครเหมือน อัพเกรด แล้ว ได้
“ร่างเดิม แต่ใส่จิตวิญญาณของไทยเข้าไป “มีความเป็นGripen Gen4.5!ใส่จิตวิญญาณ ของทัพฟ้าไทย เข้าไป ในการกำหนดและร่วมพัฒนา Software กลายเป็นเครื่อง Gen4.5 และมีจรวดทั้ง IRIS-T ของเยอรมัน และมี Python4 ของอิสราเอล อยู่แล้ว และ Radarของอิตาลี อัพเกรด 14 เครื่องในปี2565 5,200 ล้าน เสร็จ2 เครื่องแรก ยัน ทัพฟ้าเดินหน้า มีส่วนร่วมในการ upgrade -ผลิต เครื่องบินรบเอง ตามยุทธศาสตร์ Purchase and Development ไม่ใช่ซื้อ ใช้งบฯอย่างเดียว ต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนา ต่อยอด ด้วย เตรียมอัพเกรด เครื่องบิน Alpha Jet ให้เป็น-Multi Role และอัพเกรด Au-23 Peace Maker ยันพร้อมสร้างเครื่องบินเอง ให้ได้มากที่สุด ชี้ แล้ว เครื่องบินทอ. ทั้งหมด จะคุยกันได้ในระบบ NCO-Network centric operation ผ่าน Link T

“เป็นการใช้ร่างเดิม แต่ใส่จิตวิญญาณของไทยเข้าไป นำอาวุธจากประเทศที่ไทยมีความต้องการใส่ไปในเครื่อง ได้รับการออกแบบและผลิตตามมาตรฐาน “

พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. ซึ่งได้ขึ้นทดสอบบิน F5TH upgradeด้วยตนเอง มาแล้ว เมื่อวันพุธ จาก กองบิน21 อุบลฯ มากองบิน6 ดอนเมือง

พล.อ.อ.มานัต ได้ทำพิธีบรรจุประจำการเครื่องบินขับไล่แบบที่ 18 ข/ค หรือเครื่องบินแบบ F-5 TH และอากาศยานไร้คนขับแบบ RTAF U1 ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง

พร้อมนำทีมแถลงข่าว ทั้ง
บิ๊กต่วย พล.อ.อ.สุทธิพันธ์ ต่ายทอง เสนาธิการทหารอากาศ

บิ๊กตั้ว พล.อ.อ.สฤษฎ์พงศ์ วัฒนวรางกูร หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา

น.อ.สุรพงษ์ ศรีวนิชย์ ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน สำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารอากาศ

น.อ.สุรศักดิ์ เสสะเวช ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการรบ สำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารอากาศ

น.อ.นภดร คงสเถียร ผู้รับผิดชอบการจัดตั้งศูนย์อากาศยานไร้คนขับกองทัพอากาศ

ผบ.ทอ.กล่าวว่า กองทัพอากาศปรับปรุงโครงสร้างอากาศยาน และเพิ่มขีดความสามารถของเครื่องบินแบบ F-5TH จำนวนทั้งสิ้น 14 เครื่อง โดยติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบ Avionics ที่ทันสมัย ระบบป้องกันตนเอง ระบบเรดาร์ใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับเป้าหมาย เพิ่มขีดความสามารถการใช้อาวุธสมัยใหม่ที่มีความแม่นยำสูงและระยะยิงไกล

อีกทั้งยังมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Operation) ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Tactical Data Link) เพื่อรองรับการใช้งานระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Link-T) เทียบเท่าเครื่องบินขับไล่แบบที่ 20/ก หรือเครื่องบินแบบ GRIPEN 39 C/D ในยุค 4.5

โดย ทำซอฟต์แวร์ตัวโครงสร้างอากาศยานบินด้วยความปลอดภัย

“เป็นการใช้ร่างเดิม แต่ใส่จิตวิญญาณของไทยเข้าไป นำอาวุธจากประเทศที่ไทยมีความต้องการใส่ไปในเครื่อง ได้รับการออกแบบและผลิตตามมาตรฐาน รวมถึงข้อกำหนดความสมควรเดินอากาศสากล”

“เราอยากได้ เครื่องบิน Gripen อีก 1 ฝูง จากที่เรามี 12 เครื่อง แต่เราไม่มีงบประมาณ เมื่อเราอัพเกรด F5 ที่มีอายุ 30-40 ปี เราก็เอาจิตวิญญาณของ Gripen ใส่ลงไปในร่าง F5th เราร่วมคิดร่วมพัฒนาด้วย เป็น purchase and Development. ซื้อแล้วร่วมพัฒนาต่อยอด ด้วย “

แล้ว เครื่องบินทอ. ทั้งหมด จะคุยกันไดเ ในระบบ NCO-Network centric operation ผ่าน Link T

ปัจจุบันสำเร็จแล้ว 2 เครื่อง จะเสร็จครบทั้ง14 เครื่องในปี2565 โดยใช้งบประมาณรวม 5,200 ล้าน

โดยนำความเป็นGripen ใส่จิตวิญญาณ ของทัพฟ้าไทย เข้าไป ในการกำหนดและร่วมพัฒนา Software กลายเป็นเครื่อง Gen4.5 และมีจรวดทั้ง IRIS-T ของเยอรมัน และมี Python4 ของอิสราเอล อยู่แล้ว , Smart Bomb และ Radarของอิตาลี

โดยเราทำเองทั้งระบบแผงสายไฟ แผงวงจรต่าง ๆ

“กองทัพอากาศ ลงแรง ลงใจและลงปัญญา นี่คือผลผลิตที่สร้างความมั่นคงให้กับชาติบ้านเมือง”

“ถามว่ามีชาติไหนทำได้ ก็มีชาติไทยนี่แหละทำได้ เป็นความภาคภูมิใจของกองทัพอากาศ

สำหรับแผนระยะยาวยุทธศาตร์กองทัพอากาศปี 2580 วันนี้เป็นหนึ่งในยุทธโธปกรณ์ด้านโครงสร้างกำลังรบ ที่มีเซ็นเซอร์เป็นฝีมือคนไทย

ส่วนทิศทางในอนาคต ไม่ได้จะจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์เพียงอย่างเดียวแต่จะพัฒนาอากาศยานที่มีอยู่ นำมาต่อยอด ยืนยันไม่ได้จัดหาอากาศยานใหม่ทั้งหมด กองทัพอากาศพยายามจัดสรรการใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่า จึงพัฒนาอากาศยานเองเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ และยุทธศาสตร์ของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ”

“ถือเป็นประวัติศาสตร์ก้าวสำคัญของกองทัพอากาศในการดำเนินการตามแนวทางการพึ่งพาตนเอง การระดมสรรพกำลังความร่วมมือของชาติทุกภาคส่วน การใช้บุคลากรของกองทัพอากาศดำเนินการเป็นส่วนใหญ่ ทำให้บุคลากร สามารถเข้าถึงและได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยตรง

ซึ่งทำให้นำวิทยาการมาประยุกต์ พัฒนา และต่อยอดเทคโนโลยีกำลังทางอากาศ ทำให้กองทัพอากาศมีขีดความสามารถการป้องกันประเทศสูงขึ้น ให้สามารถเผชิญภัยคุกคามได้ทุกรูปแบบ เพื่อเป็นกองทัพอากาศที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างชาญฉลาดและมีความยั่งยืน

รวมถึงเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดในการจัดหา พร้อมการพัฒนาให้กับประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนาและขับเคลื่อนกองทัพอากาศให้ก้าวสู่กองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค “One of the Best Air Forces in ASEAN” และพัฒนากองทัพอากาศภายใต้การพึ่งพาตนเองได้ในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม

พล.อ.อ.มานัต กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสำคัญในวันประวัติศาสตร์นี้ เหตุที่กองทัพอากาศต้องสร้างเครื่องบินเอง คือต้องสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มขีดความสามารถของตัวเองให้ได้ โดยระดมมันสมองร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างศักยภาพทางการทหาร

โครงการนี้ เป็นก้าวที่ 1 ที่กองทัพอากาศไทยและวิศวกรไทยทำเครื่องบินเอง อากาศยานไร้คนขับแบบ RTAF U1 ยกเว้นในส่วนของเครื่องยนต์ ซึ่งไทยทำเองหมด

คาดว่าปี 2580 กองทัพอากาศน่าจะสร้างเครื่องบินรบที่เป็นมันสมองเป็นจิตวิญญาณของไทยได้ทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องสร้างทุกชิ้นส่วน ปัจจุบันพยายามสร้างบุคคลากรด้านมันสมองในกองทัพอากาศที่มีศักยภาพ ที่พยายามจะทำให้ได้ด้วยกองทัพเองในทุกมิติ

ซึ่งในส่วนที่คนไทยดำเนินการเอง มี2 ส่วนคือ Machanism กับSoftware ซึ่งซอฟแวร์ที่ชาญฉลาดจะต้องมีกระบวนการคิดที่เป็นระบบที่ชาญฉลาด เพื่อปรับให้เหมาะสมต่อการใช้งานของประเทศไทย

สำหรับแผนระยะยุทธศาตร์กองทัพอากาศถึงปี 2580 วันนี้เป็นหนึ่งในยุทธโธปกรณ์ด้านโครงสร้างกำลังรบที่มีเซ็นเซอร์เป็นฝีมือคนไทย

ส่วนทิศทางในอนาคต ไม่ได้ใช้วิธีจัดหาเพียงอย่างเดียว แต่จะพัฒนาอากาศยานต่อยอดเอง

ทั้งนี้ ยืนยันไม่ได้จัดหาอากาศยานใหม่ทั้งหมด กองทัพอากาศพยายามจัดสรรงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่า จึงพัฒนาอากาศยานเองเพื่อตอบสนองต่อยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ และยุทธศาสตร์ของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า ในปี 2580 จะได้เห็นเครื่องบินรบที่กองทัพอากาศสร้างเองหรือไม่ นั้น เราได้เรียนรู้ที่จะทำแผงมันสมองของเครื่องบิน หากเรื่องใดทำแล้วมีความคุ้มค่า เราจะพัฒนาระบบอาวุธและยุธโธปกรณ์ การพัฒนาซอฟแวร์และมันสมองถือเป็นก้าวแรกที่กองทัพอากาศกำลังพัฒนาให้มีก้าวต่อไป แต่การผลิตเครื่องบินเองมีมูลค่ามหาศาล ต้องใช้งบประมาณสูง ต้องคำนวณความคุ้มค่าด้วย

โดยโครงการต่อไป คือ อัพเกรด เครื่องบิน Alpha Jet ให้เป็นเครื่อง-Multi Role และอัพเกรด Au-23 Peace Maker
พร้อมสร้างเครื่องบินเอง ให้ได้มากที่สุด ให้ได้ทุกชิ้นส่วน

และ เครื่องบิน Alpha Jet, Peace Maker ยึดหลัก Purchase and Development ตั้งเกณฑ์ ให้ คนไทยและ ทอ. มีส่วนในการพัฒนาทุกอย่าง

เป็าไปตามแผนการพัฒนา Smart AirForce

โดยเผยแผนการ อัพเกรด และ modify เครื่องบิน F-5 Super Tigris ทั้งในส่วนของ Glass Cockpit, Operational Flight Program ( OFP) และ จรวดนำวิถี IRIS-T , Smart Bomb Lizard IV และ Link T

และแผนการอัพเกรด เครื่องบ่นโจมตี Alphajet ทั้ง Glass Cockpit, Operational Flight Program ( OFP) ,Smart Bomb และ Link -TH โดยจะ อัพเกรด Alpha Jet จำนวน 14 ลำ มูลค่ากว่า 3,380 ล้านบาท หลังใช้มา20 ปี

รวมทั้งการอัพเกรด เครื่องบินโจมตีแบบธุรการ AU-23 Peace Maker ทั้ง Glass Cockpits ระบบAvionics

ทั้งนี้ ทอ. ยึดหลัก Purchase and Development โดย การ อัพเกรดและ modify ต่างๆ จะทำโดยคนไทย และ กำหนด Con Ops PDR/CDR โดยคนไทย

ในการทำต้นแบบ ร่วมด้วย ส่วนที่เหลือ ทอ.ทำเอง และทำIntegration ร่วม และ ทดสอบทำเองทั้งหมด
รวมทั้ง รับรองการใช้งาน และ certifyเอง ทั้งหม

error: Content is protected !!