วันอังคาร, 21 กันยายน 2564

สุดไฮเทค!!

 

ทัพเรือ ซื้อ CamCopter S-100 System UAV ปีกหมุน สุดทันสมัย ใหม่ล่าสุด ของ Schiebel ออสเตรีย 2ชุด ใช้ตรวจการณ์ทางทะเล แทน ฮ. พร้อมพิสูจน์เป้าหมาย เพื่อช่วยเหลือ เรือประมง-ผู้ประสบภัยทางทะเล ทั้งกลางวันและกลางคืน เป็น UAV ปีกหมุน บิน ขึ้น/ลง ทางดิ่ง บนเรือรบ ลาดตระเวณคุ้มครองเรือ เผย ใช้งบฯ62 รวม 600 ล้านบาท พร้อมระบบควบคุม ภาคพื้น-บนเรือฟริเกต โรงเก็บ และการฝึกอบรม ชี้เป็นครั้งแรกที่ ทร.ไทย ใช้ Vertical Take Off and Landing (VTOL) Unmanned Air Systems (UAS)

Schiebel Group ออสเตรีย เปิดเผยในเวบไซต์ ว่า กองทัพเรือไทย ได้ลงนามในสัญญาซื้อ Schiebel Camcopter S-100 System ที่เป็น UAV ทางทหารแบบปีกหมุน ขึ้นลงทางดิ่ง สุดทันสมัยครั้งแรก โดย พลเรือโทประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ นั้น

พลเรือโทประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ เผยว่า เป็น UAV ใช้ลาดตระเวณตรวจการณ์ทางทะเลโดยพิสูจน์ทราบเป้าหมายด้วยภาพ แยกแยะเป้าหมายอย่างแม่นยำเสริมการตรวจการณ์จากเรดาร์ จำนวน 2 ชุด พร้อมระบบรวบคุมและอุปกรณ์ภาคพื้น

UAV ปีกหมุนชนิดนี้ เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ของกองทัพเรือชั้นนำทั่วโลกในการทำหน้าที่ตรวจการณ์คุ้มกันกองเรือ และค้นหาผู้ประสบภัยทางทะเล

โดยเฉพาะในด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลนั้นสามารถกระทำได้ในทันทีทันใด ที่ตรวจพบ และยังนำอุปกรณ์ช่วยชีวิตติดไปกับเครื่องเพื่อส่งให้ผู้ประสบภัยทางทะเล ได้ในทันที

“ไม่ใช่แค่การบินผ่านเป้าหมาย แล้วรายงานสถานการณ์เท่านั้น” พลเรือโทประชาชาติ ระบุ

แต่สามารถทำการพิสูจน์ทราบเป้าหมายในทะเล โดยใช้กล้องตรวจการกำลังขยายสูง ที่สามารถมองเห็นเป้าหมายที่ต้องการได้ในระยะไกล ทั้งกลางวันและกลางคืน

รวมทั้งกล้อง มี ตรวจจับความร้อนค้นหาเป้าหมายที่เป็นคน หรือวัตถุที่มีความร้อน.การตรวจการณ์ ด้วยการบิน ขึ้น/ลง ทางดิ่ง บนเรือรบ

ในยามปกติ ที่ไม่ใช่ยามสงคราม สามารถสร้างความประหยัด ทดแทน การนำเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ไปกับเรือได้

สำหรับการจัดซื้อครั้งแรก ของกองทัพเรือในครั้งนี้ มีแผนงานไปใช้ประจำการบนเกาะกลางทะเลที่กองทัพเรือใช้เป็นฐานตรวจการณ์ ทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ปฏิบัติการร่วมระหว่างฐานตรวจการณ์กับเรือรบในทะเล. เพื่อต่อระยะการพิสูจน์ทราบเป้า

นอกจากนี้ยังสามารถนำไปกับเรือรบที่ลาดตระเวณคุ้มครองเรือสัญชาติไทยทุกลำในทะเลไทย และในพื้นที่สิทธิอธิปไตยของไทย ในยามปกติได้อย่างคล่องตัวและประหยัดงบประมาณการลาดตระเวณด้วยเรือรบและอากาศยานขนาดใหญ่ไปได้อย่างมาก

โดยจัดซื้อUAV 2 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์เครื่องควบคุมบนบก 1 ชุด อุปกรณ์ควบคุมบนเรือ 1 ชุด อุปกรณ์เพื่อการลงจอดบนเรือ พร้อมค่าจัดสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องไปก่อสร้างบนเกาะ อาทิ โรงเก็บ ห้องควบคุมอากาศยาน ลานจอด ระบบไฟแสงสว่างนำทางปฏิบัติการกลางคืน และระบบสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง

รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการฝึกฝนนักบินบังคับยาน UAV ซึ่งต้องมีการฝึกอบรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ จนผ่านเกณฑ์การบินที่กำหนด รวมค่าใช้จ่ายโครงการประมาณ 600 ล้านบาท

ในส่วนขีดความสามารถที่แตกต่างจาก UAV ทั่วๆไปที่หน่วยงานอื่นมีใช้ ที่แตกต่างชัดเจนโดดเด่นที่สุด คือ

1.เป็น UAV ปีกหมุน ใช้งานทางทะเลโดยตรง มีโครงสร้างและเครื่องยนต์ที่คงทนต่อสภาพ “ไอเค็ม” ความชื้นเหนือพื้นท้องทะเล

และคงทนต่อการบินระดับผิวน้ำทะเล อย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้วยการควบคุมบังคับเครื่อง จากระยะไกล

2.ใน 1 รอบปฏิบัติการ มีรัศมีตรวจการณ์ 200 ไมล์ทะเล ระยะเวลาทำการบินต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง พร้อมกล้องตรวจการณ์ความละเอียด 3-5 ไมครอน ซึ่งเป็นขีดสมรรถนะของกล้องตรวจการณ์ที่เหมาะสมที่สุดกับภูมิอากาศเหนือพื้นท้องทะเลในย่านเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

3.มีระบบการนำยาน ขึ้นลง บนเรือที่กำลังแล่นอยู่ในสภาพคลื่นลมไม่เกิน Sea state 3

4.สามารถใช้เรือรบ เป็นสถานีต่อระยะการปฏิบัติการได้ อย่างไม่จำกัด

ถือ สิ่งที่มีความจำเป็น และผ่านการทดสอบใช้งานในประเทศที่เจริญแล้ว. พร้อมทั้งยังมีขีดสมรรถนะสูงกว่า เหนือกว่า ที่อาจมีใช้อยู่ใน ประเทศรอบบ้าน

ปัจจุบัน Schiebel Camcopter S-100 System มีประจำการบนเรือ ฟริเกต ของกองทัพเรือชั้นนำในยุโรป หลายประเทศ และทันสมัยที่สุดในขณะนี้

ทั้งนี้ ในข้อมูล ของ Schiebel ระบุว่า ทร.ไทย จะนำไปตั้งฐานที่ ปากพนัง นครศรีธรรมราช และบนเรือหลวงฟริเกต เป็นทั้ง deliver land and sea based Intelligence, Surveillance and Reconnaissance (ISR) operations.

และเป็นครั้งแรก ที่ ทร.ไทย ใช้ Vertical Take Off and Landing (VTOL) Unmanned Air Systems (UAS) for maritime operations.

error: Content is protected !!