วันศุกร์, 30 กรกฎาคม 2564

RDF ทัพ3

01 พ.ย. 2019
609

 

“บิ๊กแดง” ขึ้นเหนือ ตรวจหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว RDF ทัพภาค3 ….เลือก ร.7 พัน1 เป็นกำลังหลัก แนะให้ฝึกเข้มมากกว่าหน่วยอื่น พร้อมรับมือ เมื่อเกิดสถานการณ์ตามแนวชายแดน

พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก และคณะ ตรวจเยี่ยม และมอบโอวาท แนวทางการปฏิบัติให้แก่กำลังพล หน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว RDF (Rapid Deployment Force) ของกองทัพภาคที่ 3

โดยมี พลโท ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3, พล.ต. บรรณวัฒน์ พรหมจรรย์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 , พันเอก ณรงค์ฤทธิ ปาณิกบุตร ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 7 , พันโท วรปรัชญ์ กาศสกุล ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 และ กำลังพลหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 7 ร่วมต้อนรับ

หน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว ของ กองทัพภาคที่ 3 ประกอบด้วย กรมทหารราบที่ 7, กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 7 และ ” กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 กองพลทหารราบที่ 7 ” รวมถึงหน่วยประกอบกำลังที่จัดจาก หน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 , กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 , กองพลทหารราบที่ 4 และกองพลทหารม้าที่ 1

ทั้งนี้ พลเอกอภิรัชต์ กล่าวว่า ความมุ่งหมายและความตั้งใจให้หน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว RDF หน่วย กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 7 (ร.7พัน1) และ กรมทหารราบที่ 7 รวมถึงหน่วยประกอบกำลัง เมื่อเกิดสถานการณ์ตามแนวชายแดนในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3

และได้รับการขึ้นควบคุมทางยุทธการ กองพันทหารราบ จาก กองทัพภาคที่ 1 และ กองทัพภาคที่ 2 ต้องสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำลังพลต้องมีความเข้มแข็งและแข็งแกร่ง

โดยในส่วนของความพร้อมรบของ กองร้อยอาวุธเบา ถือเป็นความเร่งด่วนลำดับแรก ในการเสริมสร้างและการเพิ่มพูนสมรรถนะ ขีดความสามารถ ทั้งสมรรถภาพร่างกาย และการฝึก

โดยเฉพาะ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 7 จะมีวงรอบการฝึกประจำปีที่ต่างจากกองพันอื่นๆ หน่วยจะต้องมีการพัฒนากำลังพลโดยการส่งเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรต่างๆ เช่น ส่งทางอากาศ, จู่โจม, พลซุ่มยิง

รวมถึงกองทัพบกจะดำเนินการเสริมสร้างหน่วยในด้านอาวุธ/ยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะให้สมบูรณ์ทุกด้านอย่างสูงสุด เพื่อให้หน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว ของ กองทัพภาคที่ 3 สามารถตอบสนองในทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมายจาก กองทัพบก ได้ในทุกรูปแบบอย่างเต็มขีดความสามารถ

error: Content is protected !!